ปีที่ 2 ฉบับที่ 622 ประจำวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2542
ปุจฉา-วิสัชนา
ขวางบุญ
เรียนคุณทิดที่เคารพ
ดิฉันเพิ่งเข้าวัดพระธรรมกายได้ประมาณ2-3เดือนทีผ่านมานี่เอง สาเหตุที่ดิฉันเข้าวัดพระธรรมกาย เพราะได้อ่านข่าวโจมตี วัดธรรมกาย ทุกๆวัน และวกไปวนมา จนทำให้ดิฉันสับสน และต้องเข้าไปดูด้วยตาตนเอง เมื่อดิฉันเข้าไปดูที่วัดธรรมกายแล้ว ดิฉันก็เลิกซื้อหนังสือพิมพ์ จอมโกหกเหล่านั้น ทุกฉบับ
ปัจจุบันดิฉันซื้อแต่พิมพ์ไทย และดอกเบี้ยธุรกิจอ่านเท่านั้นและที่ดิฉันต้องเขียนจดหมายมาถึงพิมพ์ไทยในครั้งนี้เพราะว่า เมื่อวันก่อน ดิฉันได้ดูข่าวช่อง3 ได้มีมนุษย์ 2 ตนมาให้สัมภาษณ์
อมนุษย์ตนที่ 1 หูหนาตาเล่อมีอักษรนำหน้าว่า "ด็อก" อมนุษย์ตนนี้เวลาออกรายการทีวีครั้งใด มักจะแขวะไปที่วัดพระธรรมกายทุกครั้ง ทั้งที่วัดธรรมกาย ก็ไม่ได้ทำอะไรให้ อมนุษย์ตนนี้ เดือดร้อนสักนิด อมนุษย์ตนนี้ ถูกปิดรายการที่ช่อง 11 เนื่องจากได้ใช้วิธีการที่สกปรก กับ พรรคการเมืองพรรคหนึ่ง แล้วอมนุษย์ที่มีจิตใจสกปรกเช่นนี้ จะมาแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับพุทธศาสนาได้อย่างไร
คนไทยไม่โง่แล้วนะคะ ถึงจะไม่มีด็อกเตอร์ หรือคำว่าอาจารย์นำหน้า แต่ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากันนะคะโปรดจำไว้
อมนุษย์ตนที่ 2 ผมหยิกหน้าก้อคอสั้น เข้าตำราคบหาไม่ได้ อมนุษย์ตนนี้มีคำหน้าว่า "ด็อก"เช่นกันและคิดว่าตนเองเป็นใคร จึงบังคับ ออกมาบอกให้ วัดธรรมกายแยกนิกาย ออกจากเราได้แล้ว มาอิงกับเราทำไม ไม่มีใครอยากอิงกับอมนุษย์ เยี่ยงคุณหรอก สกปรกทั้งจิตใจอย่างนั้น กับพระกับเจ้าที่ไม่มีทางต่อสู้ ยังคิดรังแก นรกคือที่ไปของอมนุษย์ตนนี้เท่านั้น ลืมไปแล้วหรือคะว่า ศาสนาพุทธไม่ใช่ของใคร คนใดคนหนึ่ง และ ก็ไม่ใช่ของประเทศไทย ประเทศเดียว แต่เป็นของคนทั้งโลก และทุกชนชั้น และทุกชนชาติ และดิฉันคิดว่า วัดธรรมกายเปิดกว้าง ให้นำความคิด เห็นของพระไตรปิฎกในหลาย ๆ ประเทศมารวมกัน ก็เพราะศาสนาพุทธเป็นของคนทั้งโลก
ดิฉันมีความรู้สึกว่า ที่อมนุษย์หลายคนที่เดือดร้อนกับคนที่เข้าไปทำบุญกับวัดพระธรรมกายเหมือนกัน ดิฉันอยากฝากคุณทิด ช่วยถามว่า
1.พวกที่เขาไปทำบุญที่วัดธรรมกาย เขาเหล่านั้นนำเงินของอมนุษย์เหล่านั้นไปทำหรือเปล่า
2.เวลาที่คนไปทำบุญที่วัดธรรมกายมันหนักศรีษะ หรือเขาเหล่านั้นต้องเดินผ่านศีรษะของพวกอมนุษย์
3.หรือพวกเหล่าอมนุษย์นั้น เห็นจำนวนเงินมหาศาลของวัดแล้วน้ำลายหก ดิฉันอยากจะบอกว่าเงินที่ทำบุญเกิดจาก ความศรัทธาของทุกคน อย่าได้ไปเสียดายทรัพย์สิน ของคนอื่น เลยนะคะ พวกดิฉันทั้งหลายทำบุญ ไม่เคยคิดตรวจสอบวัด ขัดขวางการทำบุญ ของคนอื่น บาปนะคะ และ ดิฉันขอฝากถึงนักข่าวทั้งหลาย ที่เขียนข่าว และอ่านข่าวโครมๆ ว่าวัดธรรมกายจะทำลายความมั่นคงประเทศนั้น ผิดแล้วหรือคะ
เพราะหลวงพ่อทั้งสอง และพระอาจารย์ทั้งวัด สอนแต่ให้นั่งสมาธิ และปฏิบัติธรรม ให้ใจนิ่งและใจใสเท่านั้น ไม่เคยเห็นท่านสอนให้ พวกดิฉัน หยิบอาวุธอันขึ้นมาต่อสู้กับใครเลย
มีแต่สอนต่อสู้กับกิเลสในตนเอง มีแต่นักข่าวที่มือสกปรกและปากที่สกปรก ต่างหากที่ทำลายความมั่นคงของประเทศ ด้วยปากและมือ ที่สกปรกของพวกคุณ
ขอฝากไปถึงพรรคประชาธิปัตย์ด้วยว่า พรรคของท่านอยู่ในหัวใจของดิฉันตลอด โปรดให้ความเป็นธรรมวัดธรรมกายด้วยคะ
สุดท้ายนี้ดิฉัน ขอให้ผลบุญผลกุศลที่ดิฉันได้ทำไว้ดีแล้วในทุกภพทุกชาติ จงดลบันดาลให้หนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" และทุกท่าน ที่ทำงาน ในพิมพ์ไทยทุกๆคน ประสบแต่ความสุขความเจริญ ขอให้หนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ขายดิบขายดี มีกิจการก้าวหน้า เจริญรุ่งเรืองยิ่ง ๆ ขึ้นไป นะคะ ขอขอบคุณทุกๆท่านในพิมพ์ไทย โดยเฉพาะคุณทิด
เพ็ญนภา อิสระ สมุทรปราการ
การใช้ความเป็นสื่อมวลชนแสดงอวิชชา ครอบงำชาวพุทธด้วยมิจฉาทิฐินั้น เลิกเสียเถิดครับ ขอได้โปรดนำภูมิปัญญาที่สู่ อุตส่าห์ร่ำเรียน จนมีดีกรีเป็นถึงด๊อกเตอร์ มายังประโยชน์ช่วยประเทศทางด้านอื่นจะดีกว่า มัวแต่นั่งปั่นกระแสสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในหมู่ชาวพุทธนั้น "ไอ้ทิด" จะชี้ทางสว่างให้จะได้ไม่ถลำลึก เพราะมันไม่ดี มันเป็นบาป และบาปนี้ก็มหันต์นัก หนักกว่าปิตุฆาตอีกจำไว้นะอมนุษย์ทั้งสอง
นิพพานเป็นอนัตตา
เรียนคุณทิด
สวัสดีครับคุณทิด ผมเป็นหนึ่งที่ติดตามกรณีปัญหาของวัดพระธรรมกาย จึงอยากแสดงความคิดเห็นผ่าน นสพ.พิมพ์ไทยบ้าง โดยสูติบัตร แล้ว ผมเป็นชาวพุทธตามใบเกิดเหมือนกับคนไทยโดยส่วนใหญ่ แต่ความจริงแล้วผมเป็นผู้ศึกษาพระพุทธศาสนามากกว่า และศรัทธาในพระธรรม คำสอนของผู้มีพระภาคฯ ยังไม่ถึงขั้นชาวพุทธที่แท้จริง แล้วผมก็สนใจศึกษาศาสนา และลัทธิต่างๆ เพื่อความเข้าใจเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน เพราะถือว่า ศาสนาเป็นการแสวงหาคุณค่าของมวลมนุษย์ชาติ
ในกรณีของวัดพระธรรมกาย ผมคิดว่าเป็นเรื่องของความเห็นของผู้อื่นซึ่งแตกต่างกันไป ผมไม่อยากให้ขัดแย้งกันจนเกิดเรื่องราวต่างๆ อันไม่ดีขึ้นในสังคม ความเห็นมีทั้งความถูก และเห็นผิด ควรทำความเห็นให้ถูกต้องตามพระธรรมวินัย ที่พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงประทานไว้
ความเห็นผิดตามที่ผมคิดตรองแล้วคือ การเห็นนิพพานเป็นตัวตน ซึ่งเป็นสิ่งผิด ไม่ตรงกับพระธรรมที่ พระผู้มีพระภาคเจ้า ทรงตรัสไว้ แสดงไว้ สิ่งนี้เองที่ผมเห็นว่าผิดเป็นอันมาก จะนำซึ่งความลบเลือนของพระธรรมวินัยเลยทีเดียว และการที่พระภิกษุขัดแย้งกันเองเช่นนี้ เป็น ความเสื่อมความเลื่อมใสของชน เป็นอันมาก ทุกท่านควรจะถือพระไตรปิฎก เป็นหลักการตัดสิน อีกอย่างหนึ่งผมคิดว่า คนไทยขาดการศึกษา พระไตรปิฎก หรือมีแต่ก็น้อย และไม่เข้าใจในพระธรรม ถูกชักจูงได้ง่าย
ผมเคารพพระผู้มีพระภาคฯมาก ด้วยเหตุผลที่ว่า พระองค์ทรงพระมหากรุณายิ่ง ในการเผยแผ่พระธรรมคำสั่งสอน ที่ทรงค้นพบ ซึ่งพระธรรม ที่ทรงแสดงเป็นที่น่าอัศจรรย์นัก ควรค่าแก่การศึกษายิ่งเป็นยอดความรู้กว่าความรู้ทั้งหลาย ผู้เห็นผิดย่อมเข้าใจผิด ย่อมปฏิบัติผิด ย่อมไม่สามารถตรัสรู้ได้ ผู้เห็นถูกก็นัยยะตรงกันข้าม
สุดท้ายนี้ผมขออนุโมทนาในความเข้าใจในพระธรรมของท่านทั้งหลาย จงเป็นปัจจัยให้ความเห็นถูก ฯลฯ และสันติจงบังเกิด จงเจริญรุ่งเรือง
(พระพุทธศาสนาเป็นยิ่งกว่าศาสนา ถ้าศึกษาจริง ท่านจะเห็นความอัศจรรย์ในรสพระธรรม)
โดยความปรารถนาดี
สยาม ณ.สุโขทัย
"ไอ้ทิด"ก็ไม่อยากเห็นความแตกแยกทางความคิดเกิดขึ้นในหมู่ชาวพุทธ ในเรื่องนิพพานเป็น "อัตตา"หรือ "อนัตตา" แต่ถ้าหากมี ความตั้งใจ จริงแล้ว นิพพานจะเป็น "อัตตา" หรือ "อนัตตา"ก็ไม่สำคัญยิ่งกว่าการปฏิบัติ เพื่อปลดทุกข์ออกจากใจตน ซึ่งถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา
ดังนั้นจึงเปรียบได้เหมือนกับเหรียญ ที่อีกด้านหนึ่งคือหัว อีกด้านหนึ่งคือก้อย แต่โดยรวมกันแล้วก็คือ เหรียญนั้นเอง ฉะนั้น เมื่อเรามีโอกาส ได้บำเพ็ญบุญสร้างบารมีแล้ว ก็ขอให้หมั่น สร้างความดีนั้นต่อไปเถิด อย่าให้อะไรมาฉุดรั้ง แล้วความสงบสุขแท้จริง ก็จะบังเกิดขึ้นกับ ผู้ปฏิบัติ ทุกนาม
เสียงสงฆ์
เจริญพร นสพ.พิมพ์ไทย
เกี่ยวกับเรื่องวัดพระธรรมกายนั้นอาตมาติดตามข่าวมาตลอด ตั้งแต่เริ่มต้นจนกระทั้งปัจจุบัน ก่อนอื่นอาตมาขอบอกก่อนว่า อาตมาไม่ใช่ พระวัดพระธรรมกาย และไม่ใช่ศิษย์หลวงพ่อวัดปากน้ำ หรือแม้กระทั้งเครือข่าย ก็ไม่ส่วนเกี่ยวข้องทั้งสั้น
แต่จากการอ่านข่าวของหนังสือพิมพ์โดยเฉพาะหนังสือพิมพ์ที่อวดตัวเองว่าเป็นยักษ์ใหญ่นั้นออกข่าวเป็นด้านเดียว ซึ่งมีแต่ด้านลบทั้งนั้น ทำให้ผู้บริโภคข่าวเกิดความสับสน และไม่เป็นผลดีแก่ศาสนาเลย หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่เหล่านั้นมีจุดประสงค์อะไร ทำไมจึงออกข่าว ในลักษณะ นั้น
เกี่ยวกับเรื่องมหา ส. นั้น อาตมาสนใจมากและติดตามข่าวมาหลายปีแล้ว พยายามจะรู้กำพืดของ มหา ส. คนนี้ให้มากที่สุด การที่หนังสือ พิมพ์ไทย ออกมาแฉนั้น ก็ถือว่าเป็นข้อมูลส่วนหนึ่งที่อาตมาได้รับ ซึ่งควรจะนำกำพืดมหา ส. มาแฉมากกว่านี้
อาตมาคิดว่าจากพฤติกรรมของพวก มหาส.กำลังทำอยู่ พระสงฆ์ในประเทศไทยส่วนใหญ่แล้ว ไม่มีรูปไหนชอบ ยกเว้น พระสงฆ์ที่ พฤติกรรมแบบเดียวกันมหาส. เพียงแต่ท่านไม่มีโอกาสได้พูด
การที่หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย นำออกมาแฉนั้น อาตมาขอขอบใจ อย่างน้อยประชาชนก็จะได้รู้พฤติกรรม มหาส. คนนี้มีมากกว่า หนังสือพิมพ์ เขียนมากมาย ควรจะแฉให้มากกว่านี้เสียด้วยซ้ำไป มหาส.คนนี้ไม่เหมาะที่จะเป็นราชบัณฑิตนานแล้ว
เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2541 อาตมาได้อ่านข่าวจากหน้าหนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ฉบับหนึ่งลงข่าวว่ามหาส.ฟ้องหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ในข้อหาหมิ่นประมาททำให้เสียชื่อเสียง อาตมาอ่านแล้วก็นึกขำอยู่ในใจ ถ้ามหาส.อวดตัวเองว่า ถึงพระนิพพานหมดกิเลสแล้ว จะต้องมากังวลอะไร กับอีแค่ชื่อเสียงแค่นี้ ถึงขนาดประกาศตัวเองต่อหน้าสาธารณชน ทั้งหนังสือพิมพ์และทีวี ว่าตัวเองเองรู้ถึงพระนิพพาน ชื่อเสียงแค่นี้จะมาห่วงทำไม
แค่นั้นยังไม่พอ มหาส. ยังเรียกร้องค่าเสียชื่อเสียงเป็นเงินอีก คนที่หมดกิเลสเข้าใจเรื่องพระนิพพานอย่างถ่องแท้ลึกซึ้ง จะมาสนใจอะไรกับ เรื่องเงินเรื่องทอง
ผู้ที่รู้นิพพานจะไม่สนใจเรื่องหยาบๆ อย่างนี้หรอก เห็นไหมล่ะ อะไรก็ตาม ถ้าจะได้มาซึ่งเงิน มหาส.ทำทั้งนั้น จะให้ฟ้องร้อง มหาส.ก็ยอมทำ เพราะฉะนั้น การที่หนังสือพิมพ์บอกว่า มหาส.ทำอะไรก็ได้ขอให้ได้เงิน ก็ไม่น่าจะผิด
มหาส.บอกว่า หนังสือพิมพ์ทำลายชื่อเสียง จึงต้องฟ้องร้องพูดได้ไม่กระดากปาก พูดได้อย่างไร? ไม่อายตัวเอง แล้วที่ มหาส.พูดทำลาย ชื่อเสียงของพระเจ้าพระสงฆ์ไม่เว้น ทำไมมหาส. ไม่นึกบ้าง ทีตัวเองหนังสือพิมพ์ออกข่าวนิดหน่อย ทำเป็นเดือดร้อน เป็นฟืนเป็นไฟ เขาเรียกว่า เอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น
มหาส. ให้ข่าวทำลายศาสนาทำลายพระสงฆ์มามากต่อมาก ทั้งๆที่ตัวเอง ไม่มีหน้าที่อะไร พระเจ้าพระสงฆ์นั้น ท่านไม่มีอาวุธ ไม่มีปากกา เขียนด่าใคร จะให้ไปด่าต่อล้อต่อเถียงกับใครก็ไม่ใช่ที่พระเจ้าพระสงฆ์จะพึงกระทำ ถึงกระนั้น มหาส. ก็ไม่เว้น บางท่านบางองค์ ถึงกับไม่มี แผ่นดินจะอยู่ ทั้งๆ ที่ท่านก็เป็นคนไทย ต้องระหกระเหินหนีไปอยู่ต่างประเทศ มหาส. ก็ล้วนมีส่วนกระทำทั้งสิ้น มีส่วนรวมทั้งนั้น นี่หรือคนที่ล่วงรู้ ถึงนิพพาน ทำไมประพฤติตัวสวนทางกับพระนิพพานโดยสิ้นเชิง
มหาส. ทำบาปทำกรรมาก ให้ร้ายคนอื่น ให้ทุกข์แก่คนอื่น ซึ่งขัดกับพระพุทธศาสนา ที่สอนให้มีเมตตาต่อกัน ให้อภัยกัน สังคมจึงจะอยู่ เป็นสุข
แต่พฤติกรรมของมหาส. ขัดกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าโดยแท้ ในหัวคิด ในสมองของมหาส. มีแต่ความโกรธแค้น อาฆาต มุ่งร้าย เอาชนะ การที่ได้เปรียญ 9 ประโยคนั้น ก็เป็นเพียงจำได้เท่านั้น ไม่สามารถพ้นทุกข์ได แต่การประพฤติปฏิบัติ ตามหลักคำสอน ของพระพุทธเจ้า เท่านั้น จึงจะพ้นทุกข์ได้ สาธุชนทั้งหลายจะเชื่อมหาส. หรือจะเชื่อพระพุทธเจ้า ก็เลือกเอา
ขอเจริญพร
นมัสการพระคุณเจ้า คนประเภท มือถือสาก ปากถือศีล อวดตนว่า มีภูมิรู้ปราช์ญเปรื่องในเรื่องธรรม ถึงพระนิพพาน อุตริมนุษย์พวกนี้ มีเยอะครับท่าน หลวงพ่อ ในสังคมเรา รู้ก็รู้ว่า เป็นกรรมหนัก เมื่อละจากโลกนี้ไปย่อมมีทุคติ
แต่อย่างว่า ครับ..?? เมื่อจิตถูกกิเลสเข้าครอบงำเลยทำให้ ตัวบุญก็ไม่รู้ ตัวบาปก็ไม่เห็น เกิดอาการหน้ามืดตามัว เห็นกงจักรเป็น ดอกบัว เสียฉิบ
ปัจจุบัน มหานอกวัดผู้นี้ กำลังถูกกงล้อแห่งกรรม วิ่งทับบดรอยกรรมที่ทำไว้ สังเกตได้จากการที่มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ ชื่อเสียง ที่สั่งสมมาเกือบชั่วชีวิต ก็มีอันต้องเสื่อมถอย นั่นเป็นเพราะจิตแท้จริงอันเป็นอกุศลของมหาเอง