ปีที่ 2 ฉบับที่ 622 ประจำวันศุกร์ที่ 12 มีนาคม พ.ศ. 2542

วิวาทะ

พุทธฆ่าพุทธกันไปไย

ด่าพระไม่ง่ายเหมือน ด่านายบ่อน-นักการเมืองชั่ว

อย่าเศร้าโศกไปเลยเพื่อนเอย อย่าว่าเราเสียหน้า ตกม้าตายน้ำตื้น

อย่าเศร้าโศกไปเลยเพื่อนเอย อย่าคิดว่าเขาชนะ อย่าคิดว่าเราแพ้

อย่าเศร้าโศกโกรธ อาฆาตแค้นไปเลย เมื่อทุกสิ่งทุกอย่าง ที่เพื่อนๆ พากันกระทำตลอดระยะเวลากว่า 4 ไม่เป็นไปดังใจ

อย่าเศร้าโศก โกรธ อาฆาต ไปเลย เมื่อความตั้งใจล้มวัดพระธรรมกายและถอดจีวร พระราชภาวนาวิสุทธิ์ "ธัมมชโย" คว้าน้ำเหลว

เพราะการใส่ร้ายป้ายสี้ ไม่ใช่ธรรมรส ที่มนุษย์ผู้เป็นบัณฑิตพึงถือเป็นสรณะ

อย่างน้อย สื่อมวลชน หรือ ดร.นักวิชาการ ที่มีความมุ่งมั่นปกป้องพุทธศาสนา แต่ไม่มีความรู้ภูมิธรรมเพียงพอ จนกลายเป็นดาบสองคม เข้าทำนองพุทธฆ่าพุทธ จะได้ไม่ตั้งตนอยู่ในความประมาท หลงใน "อวิชชา"

ผมเชื่อว่า อย่างน้อยคนที่เขียนข่าวโจมตีวัดอย่างไรเหตุผล ไร้มูลความจริงที่ควรจะมี สำนึกความละอายเกรงกลัวบาป (หิริโอตตัปปะ) ขึ้นมาบ้าง

ผู้ที่ออกมาพุ่งเป้าโจมตีวัด พระหลายคน ดื่มด่ำ กำซาบกับน้ำเมรัย หัวราน้ำ ศีล 5 ข้อ ซึ่งเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ผู้ประเสริฐ ยังร้องว่าหนัก ขาดรุ่งริ่ง คลุกดิน คลุกฝุ่น ลูกเขาเมียใคร ฟาดเรียบ

ถึงเวลาพิจารณาทำประโยชน์เพื่อตนก่อน ที่จะขันอาสาทำประโยชน์ให้ผู้อื่น หรือยังครับ ชีวิตคนเราสั้นนัก ตายวันตายพรุ่งเมื่อไหร่ ก็ไม่รู้
พระพุทธเจ้าจึงทรงสั่งสอนให้พุทธบริษัท อย่าตั้งตนในความประมาท อย่างเด็ดขาด (อัปปมาเทนะ สัมปาเทถะ)

หากเชื่อเรื่องภพภูมิ ชาตินี้ ชาติหน้า มนุษย์มากกิเลส ตัณหา ราคะ ตายแล้วเกิด เกิดแล้วสูญ ล่ะก้อ ควรหรือไม่ที่จะสั่งสมความดี เพื่อเป็นเสบียงติดตามนำไปสู่ภพภูมิที่ปรารถนา

สัตว์โลกย่อมเป็นไปตามกรรม ทำดีได้ดี แน่นอนอย่าสงสัย ทำชั่วรับไปเต็มๆ ชั่วมากนัก อีกกี่ชาติจะได้กลับมาเป็นมนุษย์ก็ไม่รู้ โทษฐานการปรักปรำผู้บริสุทธิ์ โดยเฉพาะพระภิกษุสงฆ์ เป็น อนันตริยกรรม พอๆ กับการกระทำปิตุฆาต ฆ่าผู้บังเกิดเกล้า พ่อ-แม่ทีเดียว

ผมเคยวิเคราะห์ถึงการทำหน้าที่ของสื่อมวลชนไว้หลายครั้งแล้ว และไม่ได้สำคัญตนว่า เป็นผู้เก่งกล้ากว่าใคร แต่เชื่อมั่นในหลักธรรม คำสอนของพระพุทธเจ้า ที่สั่งสอนให้มนุษย์สัตว์โลก อย่าจองเวรซึ่งกันและกัน และให้เชื่อมั่นในกฏแห่งกรรมเป็นทางสว่าง มองผู้ร่วมสุขร่วมทุกข์ บนโลกใบนี้ ด้วยความปรารถนาดี เมตตา แต่ที่ผ่านมา การปกป้องพุทธศาสนาของนักคิด นักเขียน หลายคนไม่ได้เป็นเช่นนั้น พฤติกรรมหลายอย่าง บ่งบอกชัดเจนว่า เขาเหล่านั้น ไม่ใช่ลูกศิษย์ของตถาคต

ลูกศิษย์พระพุทธเจ้าไม่คิดปฏิบัติต่อกันเช่นนี้ การยัดคุก ยัดตะราง จ้องแต่จะถลกสบง จีวร มีวัตถุประสงค์อะไร เพื่อธุรกิจ หรือความสะใจ เหม็นขี้หน้า อิจฉาริษยา

สื่อมวลชนควรมีวิจารณญาณในการนำเสนอข่าวสารมากกว่านี้ หนังสือพิมพ์หลายฉบับ เข้าลักษณะ "เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง"

หน้าหนึ่งด่าพระโครมๆ แต่ข้างในสอดไส้โฆษณาเดรัจฉานวิชชาเต็มหน้า ปลัดขิก คุณไสย์ มันทางเจริญของใครกัน เปลี่ยนชื่อ เปลี่ยนแซ่

จากนายมหาเวจ เป็นนายมหาสวรรค์ ตามความเชื่อของเจ้าสำนักมนต์ดำ ผมอยากถามว่า ถ้านายมหาสวรรค์ มีพฤติกรรม มีข้อวัตรปฏิบัติเมามัน มั่วหลงอบาย บุคคลผู้นั้นจะมียศ ลาภ สรรเสริญ ดังชื่อนามใหม่ที่เจ้าลัทธิมนต์ดำ ตั้งให้หรือไม่

อย่าเพิ่งตะแบงพูดถึง ของสูงส่งทาง พระพุทธศาสนา พระนิพพานเป็นอนัตตา หรือพระนิพพานเป็นอัตตา เลยครับ แค่การเลี้ยงชีพ โดย สัมมาทิฏฐิ หลายบริษัทยังทำลับๆ ล่อๆ

เข้าลักษณะนักบุญ ในร่างโจร ... ผิดหรือไม่?.

หมดเวลาแหกตาประชาชนแล้วครับ ไม่มีใครโง่ ฉลาดกว่าใคร

อย่าริดรอนสิทธิประชาชน อย่ายกเมฆ คุณเสฐียรพงษ์ วรรณปก ท่านราชบัณฑิต คุณเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง และอีกหลายท่าน อย่าคิดตีปีก เอาชนะคะคาน ผมถามอีกครั้งว่า มีพระไตรปิฎกเล่มใด ฉบับใด จารึกว่า "พระนิพพานเป็นอนัตตา" บ้าง ถ้ามีกรุณานำเผยแพร่ให้เหล่าสาธุชน ได้ศึกษา เพื่อเป็นแนวทางปฏิบัติที่ถูกต้องด้วยเถิด แต่ถ้าไม่มีก็หยุด เลิกตะแบงกันได้แล้ว

และโปรดยุติกลยุทธ์ การเสนอข่าว จับแพะชนแกะ เอาชนะคะคาน เช่น การเสนอข่าวนักการเมืองชั่วบางคน สาวไส้คนนั้น คนนี้ ไม่ง่ายเหมือนข่าว ปิดบ่อน เปิดซ่อง ข่มขืนฆ่า

ความจริงแล้ว เรื่องของพระสงฆ์ท่านมีเมตตาธรรมพอที่จะยุติปัญหาภายในของสงฆ์ แต่เหตุการณ์ที่มันลุกลาม ขยายเป็นวงกว้างออกไป แท้จริง มีรากเหง้ามาจาก พวกด้วยภูมิธรรมปัญญา หรือนักมิจฉาทิฏฐิมืออาชีพกันแน่ เป็นปุจฉาที่ต้องหาคำตอบหรือไม่?

โซตัส

[หน้าหลัก] [หน้า1-1] [หน้า1-2][วิวาทะ] [สหัสวรรษ][ปุจฉา]

1