ปีที่ 2 ฉบับที่ 620 ประจำวันพุธที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2542
วิวาทะ
ถึงคนถ่อยลบหลู่มส. นี่ล่ะพญามารตัวจริง "วาณิช" ครวญเรื่องควาย |
นักคิด นักเขียน สื่อมวลชน และสมณะบางรูป กล่าวหาวัดพระธรรมกาย และพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระธัมมชโย
โดยเฉพาะคนที่มีดีกรีถึงดอกเตอร์ ก็มาพูดว่า มหาเถรสมาคม รับปัจจัย รับทรัพย์เงินทองจากวัดพระธรรมกาย จึงไม่กล้าตัดสินว่า วัดแห่งนี้ ผีดุ...
ไม่อาจทำหน้าที่ปกครองสงฆ์ต่อไปได้ สมควรมีการจัดตั้งองค์กรสงฆ์ใหม่
ล้วนเป็นความคิดของคนไร้สามัญสำนึก
ผลประโยชน์ ปัจจัยเงินทอง ที่ถูกกล่าวอ้างใส่ร้ายพระเถระ ตกนรกนะครับ
อย่าเอาพฤติกรรมแบบอย่างของตัวเอง หรือบรรพชนมาเทียบเคียงกับพระเถระท่านเลย ไม่ใช่เรื่องที่ล้อกันเล่นๆ พระเถระท่านกำลังวินิจฉัย ปัญหาที่เกิดขึ้น อย่างละเอียดถ้วนถี่ ด้วยคุณธรรม ไม่เอนซ้าย ป่ายขวา สังคมสงฆ์ กับสังคมชาวบ้านต่างกัน จะมาปะปนกันไม่ได้
เมื่อวานผมก็เขียนถึงคุณเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ไปแล้ว หวังว่า คงเปิดใจกว้างรับข้อมูลความเห็นอีกด้านบ้างนะครับ
พระพุทธเจ้าสอนว่า ผู้ที่ได้ชื่อว่า บัณฑิตย่อมมีปัญญาเป็นแสงสว่างนำทางอยู่เสมอ ผู้ได้ชื่อบัณฑิตย่อมไม่หวั่นไหวต่อคำติฉินนินทา
ส่วนรายการวิทยุ FM 100.5 ขายข่าวด่าวัดธรรมกาย แล้วลาก นสพ. พิมพ์ไทย ไปก่นด่า ทุกเช้าค่ำ
กล่าวหาว่า เรารับเงินทองจากวัด ก็พูดกันออกมาตรงๆ ดีกว่า หากอยากรู้จักกันมากกว่า ผมพูดแทนคน "พิมพ์ไทย" ที่มีหัวใจไม่เอนซ้าย เอียงขวา เหมือนพวกนักวิชาการตกขอบ มาวัดความเป็นลูกผู้ชายกันสักยก
ว่าแต่ลูกผู้ชายชื่อ "เจิมศักดิ์" จะใจถึงแค่ไหน???
อย่ามั่วนิ่มก่นด่า ลบหลู่พระเถระอีกก็แล้วกัน เพราะพระดีๆ สุปฏิปันโน ในประเทศไทย ไม่ได้มีแค่พระพยอม หรือพระธรรมปิฎก
ไอ้ที่กล่าวหา ลบหลู่มหาเถรสมาคม ก็เท่ากับจาบจ้วงสมเด็จพระสังฆราช ท่านด๊อก ... (เตอร์) ตักน้ำใจ กะโหลกชโงกดูเงาตัวเองบ้างซิ ว่าวันนี้ มีสง่า ราศี เพียงพอที่จะพูดเรื่องพระพุทธศาสนากับเขาเพียงใด
ทางที่ดี ควรไปสำรวจทีมงานบางคน ที่เป็นถึงอาจารย์สอนลูกศิษย์ลูกหาในม. จับนิสิตสาวทุจริตการสอบ ก็วางแผนชั่ว ขอกุญแจห้อง ศิษย์สาว เคลมสวาท เฒ่าหัวงูแบบนี้ ยังมาเสนอหน้าออนแอร์ พูดเสียงดังฟังชัดจะล้มวัดพระธรรมกาย
ไอ้ท้วย... เอ๊ย... !!!
ผมจะรอวันที่ พณฯ ท้วย!!! หน้าแหก รับบทลูกผู้ชายหัวใจไม่ยอมแพ้ (ไม่เป็น)
ประทานโทษมันสมองคนระดับด๊อก เขาคิดกันอย่างนี้หรือครับ หนังสือพิมพ์เล็กๆ เล่มหนึ่ง ไม่ก้มหัวให้กับเจ้าพ่อในวงการ สวนกระแส เสนอข่าว ต่างจาก นสพ.ยักษ์ ก็มีความคิดต่ำชั้นว่า พวกเราไปรับเงินเขามา ถูกวัดซื้อกิจการ "เทคโอเวอร์"
"เสฐียรพงษ์ วรรณปก" ถูกปาระเบิด ก็เรียงหน้าออกมาพูดกันอย่างชัดเจนว่า เป็นผลงานของลูกศิษย์ลัทธิอุบาทว์
เก่งจริง ๆ คนขายข่าว ทำหน้าที่ร้อยแปดพันเก้า ทั้งพนักงานสืบสวน สอบสวน อัยการ ผู้พิพากษา
ใบปลิวเถื่อนก็ไม่พ้นฝีมือศิษย์วัด
โทรศัพท์ลึกลับขู่ทำร้ายพระธรรมปิฎก พระพยอม ก็ฝีมือลูกศิษย์วัด
นักคิด นักเขียน ควรเปิดใจกว้าง มองไกลๆ คิดให้มากๆ หน่อย ไม่ดีกว่าหรือ อย่าสักแต่เอาหัวแม่เท้าตรึกตรองปัญหา เล่นกันเหมือนเด็ก เพิ่งหย่านมมารดา
คุณวาณิช จรุงกิจอนันต์ คอลัมน์วาณิชถกแถลง "ข่าวสด" วานนี้ ฟันชัดเจน มือปาระเบิดเพลิง บ้านราชบัณฑิตเสฐียรพงษ์ คือ ลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย
มันก็เป็นเรื่องของสัตว์ๆ อย่างที่คุณวาณิชยกมาเขียน "ควาย" คงไม่มีลูกศิษย์หน้าโง่ที่ไหน ปกป้องพระที่ตัวเองนับถือ ด้วยวิธีการถ่อยสถุล บรมโง่ ทำไมไม่มีใครมองมือที่ 1 ที่ 2 ที่ 3 ที่ 4 ... บ้าง
ปัจจัยระเบิดมากมาย เกมสงครามข่าวสารมีมานานแล้ว ต่อให้ยกพลพรรคมาทั้งสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ก็คงไม่อาจสรุปอะไร ลงไปได้ ชัดเจน
การเมืองก็แสนจะฟอนเฟะ ห่วยแตก อุตส่าห์ช่วยกันเชียร์ทั้งบ้านเมือง จัดม๊อบสีลมไล่ "พี่จิ๋ว หวานเจี๊ยบ" ไปโดดแม่น้ำโขง ก็หวังใจว่า "ชวน ลูกแม่ถ้วน" จะกอบกู้บ้านเมืองได้ สุดท้ายก็แห้วกันทั่วหน้า ไอ้เรื่องการเมืองอย่างนี้ ก็น่าจะอยู่ในข่ายการพิจารณา ตูมตาม ตูมตาม กับเขา เหมือนกันนะครับ
ผมก็เข้าใจว่า คุณวาณิชรักชอบพอกับหลวงพี่เสฐียรพงษ์ วรรณปก ถึงขนาดยกยอว่า คุณวาณิชไม่จำเป็นต้องเข้าวัดเข้าวากับใครเขา เพราะอย่างไรๆ เสีย ก็ต้องไปสักวันหนึ่ง ก็สรุปวันที่คุณวาณิชละสังขารอันไม่จีรัง
คุณวาณิชไม่เห็นความจำเป็นในการเข้าวัด เพราะคุณวาณิช มีหลวงพี่เสฐียรพงษ์ นั่งอยู่เคียงข้างทั้งคน คุยกับหลวงพี่เสฐียรพงษ์ ได้ทั้ง ธรรมรส และเมรัยรส ในเวลาเดียวกัน เขาเรียกว่า ทู อิน วัน ไงครับ...
ก่อนจากกัน มีคำถามเป็นปุจฉาว่า ... ใครเอ่ย ชอบถวายเงินวัดนับล้านบาท แล้วก็อีกปุจฉาหนึ่ง ... ใครเอ่ย ชอบถวายคุกตะราง ถวายสีกา ถวายกางเกงลีวายให้พระ
วิสัชนา .. คือคนใจบุญ กับ พวกไอ้ท้วย.. ครับ (ฮา)
โซตัส