ปีที่ 2 ฉบับที่ 617 ประจำวันอาทิตย์ที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2542 

หน้า 1

นิพพานเป็น "อัตตา"

ราชบัณฑิตอย่าหลง "อวิชชา" เป็น "สรณะ"

พระสุปฏิปันโนชี้ชัด

ตามที่ "พิมพ์ไทย" ได้เสนอความเห็นของชมรมศิษย์สุปฏิปันโน ของพระราชญาณวิสุทธิโสภณ (หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน) เพื่อความเข้าใจถูกต้องว่า พระนิพพานเป็นอัตตา ตามสายปฏิบัติต่างๆ รวมถึงวัดพระธรรมกาย ซึ่งยืนยันในแนวคำสอนเป็น "อัตตา" มีรายละเอียดดังนี้

พระพุทธศาสนามีความสำคัญยิ่ง อีกประการหนึ่ง ก็คือว่า พระอริยสัจจธรรมเป็นหลักธรรมที่ประเสริฐ กล่าวคือ เป็นข้อปฏิบัติ ที่สามารถ ปฏิบัติได้ตามศักยภาพแห่งบุญบารมี ที่ตนได้เคยสั่งสมอบรมมา ใครผู้ใดปฏิบัติตรงตามพระสัทธรรมของพระพุทธเจ้าด้วยดีแล้ว ย่อมได้รับผลดี ตามระดับภูมิธรรม ภูมิปัญญาและบารมีของแต่ละท่าน โดยไม่จำกัดกาลเวลา เป็นอกาลิโก

พระสัทธรรมคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้านี้ จึงเป็นโอปนยิโก คือ เป็นธรรมที่ควรน้อมเข้ามาใส่ตัวด้วย กล่าวคือ เป็นธรรมปฏิบัติ ที่ควรศึกษา และปฏิบัติให้ได้ผลดีด้วยตนเอง และเป็นเอหิปัสสิโก คือควรกล่าวกับผู้อื่นว่า ท่านจงรับผลเป็นความเจริญ และสันติสุข ให้ถึงความสิ้นทุกข์ อย่างถาวรแท้จริงได้เอง

พระสัทธรรมที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้ดีแล้ว เป็นสัจจธรรมจริงแท้และประเสริฐอย่างนี้ จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งแก่สัตว์โลก ผู้ประสงค์จะพ้น ทุกข์ ได้ถึงความเจริญและสันติสุขอย่างถาวร แท้จริง ด้วยปัญญาอันยิ่งเอง ไม่ต้องพึ่งผู้อื่น

เพราะไม่มีใครผู้ใดที่จะช่วยให้ถึงความพ้นทุกข์ และถึงความสันติสุข อันถาวรที่แท้จริงได้ นอกจากคนที่จะเป็นที่พึ่งของตน โดยอาศัยตน โลกียะ ที่ยังมีชีวิตอยู่นี้ ศึกษาและปฏิบัติให้ถึงตนโลกุตตระ จึงจะได้ที่พึ่งประเสริฐ เป็น "ธัมมทีปา ธัมมสรณา คือ มีธรรมเป็นที่เกาะ เป็นที่พึ่ง" เป็น "อัตตทีปา อัตตสรณา คือ มีคนโลกุตตระเป็นเกาะ เป็นที่พึ่ง" ได้จริง

ในกรณีปัญหาของวัดพระธรรมกายที่ทางคณะกรรมาธิการการศาสนาและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎรจัดทำรายงานให้มหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณานั้น ทางชมรมศิษย์สุปฏิปันโน ใคร่ที่จะขอแสดงความคิดเห็นเฉพาะในด้านของศาสนธรรม กรณีเรื่อง "พระนิพพาน เป็น อัตตา หรือ อนัตตา" โดยมองประเด็นแยกออกไปเป็น 2 ลักษณะ ดังนี้

1. กรณีวัดพระธรรมกาย เป็นการมองในระดับองค์กร

2. กรณีพระนิพพาน เป็นการมองในระดับโครงสร้างหลักของพระพุทธศาสนา

กรณีพระนิพพาน เป็นกรณีที่ซ่อนเงื่อนอยู่ และมีความสัมพันธ์กับธรรมปฏิบัติสายหลวงพ่อวัดปากน้ำ แต่มีสายการปฏิบัติอื่นๆ เช่น สายพุทโธ ของหลวงปู่มั่น สายมโนมยิทธิ ของพระครูวิหารกิจจานุการ (หลวงพ่อปาน) วัดบางนมโค และพระราชพรหมยานเถร (หลวงพ่อ ฤาษีลิงดำ) ก็มีผลการปฏิบัติตรงกันว่า พระนิพพานเป็นอัตตา แท้แน่นอน

ชมรมศิษย์สุปฏิปันโน ขอชี้แจงข้อมูล เอกสารหลักฐาน การประพฤติปฏิบัติของพระสุปฏิปันโน ในสายการปฏิบัติต่างๆ ที่มีผลการปฏิบัติ ตรงกันในกรณีเรื่องพระนิพพาน ซึ่งทานเหล่านั้นได้ทุ่มเทและอุทิศชีวิตเป็นไปเพื่อความบริสุทธิ์ แห่งมรรคผลนิพพาน โดยไม่สงสัย เป็นประโยชน์ ในการนำมาเทียบเคียงประกอบการพิจารณา และเกิดความบริสุทธิ์ยุติธรรมให้กับพระพุทธศาสนา เพื่อปกป้องพระสัทธรรมอันบริสุทธิ์ ที่บางกลุ่ม มองเป็นสัทธรรมปฏิรูป

ความสัมพันธ์ในกลุ่มสายการปฏิบัติธรรม โดยมีจุดมุ่งหมาย (อุดมคติธรรม) สูงสุดคือ พระนิพพาน อาจจะแยกออกได้ดังนี้

สายการปฏิบัติอื่นว่า นิพพาน เป็น อนัตตา

สายธรรมกาย ว่า นิพพาน เป็น อัตตา

สายปฏิบัติอื่นว่า นิพพาน เป็น อัตตา

ด้วยเหตุนี้ ทางชมรมศิษย์สุปฏิปันโน จึงได้พยายามรวบรวมข้อมูลจากเอกสารหลักฐานต่างๆ ของบูรพาจารย์ ทั้งในอดีตและปัจจุบัน ซึ่งเป็น ที่ยอมรับของศรัทธาสาธุชนทั้งประเทศ เพื่อที่จักได้เทียบเคียงหลักธรรมปฏิบัติเข้ากับปริยัติ มิใช่ยึดถือด้านปริยัติแต่เพียงส่วนเดียว

และถ้าเป็นไปได้นั้น ทางชมรมศิษย์สุปฏิปันโน ใคร่ที่จะขอแสดงความคิดเห็นว่า สำหรับกรณีเฉพาะเรื่อง พระนิพพาน จักเป็นการสมควร หรือไม่ ถ้าทางมหาเถรสมาคม จะเชิญพระสงฆ์ สุปฏิปันโน ฝ่ายอรัญญวาสี หรือสายปฏิบัติ เข้ามาร่วมการพิจารณา หรือรับฟังข้อคิดเห็น ของพระ ฝ่ายอรัญญาวาสีบ้าง

สำหรับพระธรรมเทศนา ข้อคิดเรื่องการศาสนา หน้า 1 ของหลวงปู่หล้า เขมปัตโต วัดบรรพตคีรี (ภูจ้อก้อ) จังหวัดมุกดาหาร กล่าวไว้ว่า

"ศาสนาใดๆ มีใจเป็นหัวหน้าก็จริง แต่ก็สร้างและอ้างหลักเหตุผลไปต่างๆ กัน ตามความเห็นของใจ พร้อมทั้งยืนยันด้วยใจต่างๆ ศาสนาต่างๆ กลายเป็นการประชันขันแข่งกันไปในตัวด้วย แม้เป็นศาสนาเดียวกันก็ตาม ก็แตกแยกนิกายกันไปเป็นกลุ่มๆ เป็นพวกๆ ตามความเห็นของตนๆ ต่างก็กล่าวตู่กันว่า หย่อนบ้าง ตึงบ้าง ตีความหมายของธรรมวินัยในศาสนานั้นๆ ต่างกันบ้าง ผู้มีกิเลสเป็นเจ้าหัวใจน้อย ก็ตีความหมายในธรรมวินัย แผกเพี้ยนไปน้อย ผู้มีกิเลสมากก็แผกเพี้ยนไปมาก"

ทางชมรมศิษย์สุปฏิปันโน ค้นคว้าหาหลักฐาน พยานบุคคล ซึ่งเป็นพระสุปฏิปันโน จากหลายสายการปฏิบัติ ที่จะพอจะรวบรวมมา เพื่อเป็น กรณีตัวอย่างประกอบเป็นแนวทางในการประพฤติปฏิบัติได้ว่า

พระบูรพาจารย์ในสายปฏิบัติ ทั้งอรัญญวาสี และคามวาสี

ท่านรู้จักพระนิพพาน ... ว่าอย่างไร

เป็นอนัตตาหรืออัตตา

ผลการปฏิบัติของพระบูรพาจารย์ผู้สุปฏิปันโนว่า พระนิพพานเป็นอัตตา

1. พระอุบาลีคุณูปมาจารย์ (จันทร์ สิริจันโท)

กล่าวไว้ในหนังสือพระธรรมเทศนา มงคล 38 ธรรมวิจยานุศาสน์ ศิริมานนทสูตร หน้า 170-171 แสดงถึงโทษของการเห็นอนัตตาสูญเปล่า ดังนี้

พวกหนึ่งมีสติปัญญามากเกินไป เอาอนัตตานุปัสสนาสุญญตานุปัสสนา เป็นอารมณ์เกินไป จนเกิดอนัตตสัญญา สุญญตสัญญา เห็นไม่มีตน ไม่มีตัว เห็นสูญว่างเปล่า ถือเอาความว่าง ความสูญเข้ามาเป็นอารมณ์ เข้าใจว่า ความว่าง ความสูญ เป็นพระนิพพาน ตกลงพวกนี้ เอาอวิชชาเป็น สรณะที่พึ่ง ความสูญ ความไม่มีนั้นเอง เป็นตัวอวิชชาเป็นที่พึ่ง

เป็นตัวโมฆสุปริโส บุรุษเปล่าแท้เป็นตัวอกตัญญูขาดจากคุณพระรัตนตรัย คุณบิดามารดา คุณครูบาอาจารย์ คุณพระราชมหาอำมาตย์ ไม่มีตน คนเหล่านี้ จะเห็นว่า ตายสูญหรือตายเกิดก็ตาม ก็คงตกอยู่ในพวกมิจฉาทิฏฐิ จะทำความดีแก่ตนไม่ได้อีกเลย ยกเอาโทษครูบาอาจารย์ว่า ท่านรู้จักของจริงเต็มตัว แต่ท่านอาศัยการหลอกลวงเขาเลี้ยงชีวิต ท่านจึงแสดงว่า ทำอย่างนั้นเป็นบุญ ทำอย่างนี้เป็นบาป ตั้งหน้าหลอกเขากิน เท่านั้น

ที่จริงจะเอาบุญเอาบาปที่ไหนมา มักพูดอย่างนี้ คนจำพวกนี้มักยกโทษท่านผู้มีคุณ ยกตนข่มท่านด้วยประการต่างๆ อย่างนี้ ส่วนตน ก็ไม่ทำบุญให้ทาน รักษาศีล ยังซ้ำติเตียนท่านผู้อื่นเสียด้วย เสียทั้งประโยชน์ส่วนตัว ทั้งประโยชน์ผู้อื่นซึ่งคบหาสมาคม เป็นทั้งนี้ก็เพราะ โทษเห็น อนัตตาสูญเปล่า เป็นตัวมิจฉาทิฏฐิคือรู้ผิดจึงชื่อว่า มิจฉาทิฏฐิ เป็นผู้ศึกษาในพระศาสนา

แต่กลายเป็นภายนอก ไปเสียไม่รู้ตัว อย่างนี้นับด้วยร้อยด้วยพันไม่ถ้วน ผู้ศึกษาธรรมในพระศาสนาควรตรึกตรองให้มาก อย่าให้พลาด อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา ไม่ใช่ของเล่น ถ้าดีก็ตรงพระนิพพานทีเดียว ถ้าพลาดท่าก็ตกโลกันต์เลยทีเดียว การรู้ตัวเห็นตัวว่าเป็นของชั่ว ท่านจึงแสดงว่า เป็นสะพานแห่งความเสื่อมความฉิบหาย สมด้วยพุทธปริยายว่า "ทุวิชาโน ปราภโว" ด้วยประการฉะนี้ฯ

2. พระเดชพระคุณ พระอาจารย์มั่น ภูริทัตตมหาเถระ กล่าวไว้ในหนังสือมุตโตทัย หน้า 24 ว่า

"แม้พระบรมศาสดาของเราก็เช่นเดียวกัน พระองค์ประทับนั่งอยู่ ณ ควงไม้โพธิพฤกษ์แห่งเดียว เมื่อจะดับโลกสาม ก็มิได้เหาะขึ้นไปใน โลกสาม คงดับอยู่ที่จิต ที่จิตนั่นเอง เป็นโลกที่สาม ฉะนั้น ผู้ต้องการดับโลกสาม พึงดับจิตของตนๆ จนทำลายกิริยา คือตัวสมมุติหมดสิ้นจากจิต ยังเหลือแต่อกิริยา เป็นฐิติจิต ฐิติธรรม อันไม่รู้จักตาย ฉะนี้แล"

อนึ่ง แนวคิดพระนิพพาน เป็นอนัตตา ไม่มีตัวตน สื่อมวลชนหลายฉบับ โดยเฉพาะนายเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต และพระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) ต่างออกมายืนยันว่า พระนิพพานเป็นอนัตตา และคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ ได้นำความคิดดังกล่าวชองพระธรรมปิฎก เสนอเป็น บรรทัดฐานต่อการตัดสินใจของคณะกรรมการมหาเถรสมาคม ในการพิจารณาคำสอนวัดพระธรรมกาย

[หน้าหลัก] [หน้า1] [วิวาทะ] [ปุจฉา]

1