ปีที่ 2 ฉบับที่ 611 ประจำวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2542 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ

ปุจฉา-วิสัชนา

กราบอาราธนาหลวงตาบัว ตัดสิน "นิพพานเป็นอัตตา-อนัตตา"

เรียนกองบรรณาธิการ

ขอเชิญหนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ได้เป็นตัวแทนรวบรวมรายชื่อศรัทธาสาธุชนทั่วประเทศ เข้าลงชื่อ เพื่อเรียกร้อง ขอความบริสุทธิ์ยุติธรรม ให้กับพระพุทธศาสนา

ในกรณีพระนิพพานเป็น อัตตา หรือ อนัตตา

โดยขอให้หนังสือพิมพ์ "พิมพ์ไทย" ทำหน้าที่เป็นตัวแทนชาวพุทธทั้งประเทศ ไปกราบอาราธนา

พระราชญานวิสุทธิโสภณ (ท่านอาจารย์มหาบัว ญาณสัมปันโน)

ซึ่งเป็นพระสุปฏิปันโนสายปฏิบัติได้ออกมาชี้แจงเรื่องพระนิพพาน ให้เกิดซึ่งความบริสุทธิ์ ถูกต้อง ชัดเจน และยุติธรรมแก่ บวรพระพุทธศาสนา สืบต่อไป

ชมรมศิษย์สุปฏิปันโน


พระธรรมเทศนาของ พระราชวิสุทธิโสภณ (บัว ญาณสัมปันโน) วัดป่าบ้านตาด อุดรธานี

จากพระธรรมเทศนา เรื่อง ความตายเป็นธรรม ในหนังสือชุดเตรียมพร้อม หน้า 435 ว่า

การที่เราบำเพ็ญอยู่เวลานี้ และบำเพ็ญเรื่อยมานี้แล คือการดำเนินเพื่อหลบหลีกปลีกภัยทั้งหลายโดยลำดับ จนบรรลุถึง "มหาสมบัติอันพึงหวัง"

จากนั้น จะเรียกว่า "นิจจัง" เป็นของเที่ยงก็ได้ เพราะไม่มีอะไรเข้ามาเกี่ยวข้อง ไม่มีอะไรเข้ามาทำลายจิตใจ ให้เดือดร้อยวุ่นวาย

จะเรียกว่า "บรมสุข" ก็ไม่ผิด จะเรียกว่า "อัตตา" ก็ไม่น่าจะผิด เพราะเป็น "ตน" แท้ คือตนในหลักธรรมชาติ ไม่มี "สมมติ" น้อยใหญ่ แม้ปรมาณูเข้ามาเกี่ยวข้องใจ

แต่ไม่ได้หมายถึง "อัตตา" ที่เป็นคู่กับ "อนัตตา" นั้น เป็นความสมมติอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งเป็นทางดำเนินเพื่อพระนิพพาน

จากหนังสือธรรมเทศนา เรื่อง จงกลัวบาป บรรยายเมื่อวันที่ 31 ธ.ค.2537 เทศน์อบรมฆราวาส ณ สวนแสงธรรม หน้า 7-11 ว่า

นี่เรื่องจิตเราก็เหมือนกัน ถึงจะออกจากร่างนี้แล้ว ไปเกิดที่ใดก็คือ จิตดวงนี้ ไม่มีคำว่า ฉิบหาย ไปเข้าร่างใด ก็คือจิตอันนี้อยู่นั่นแล จึงต้องได้ระวัง

เราได้เห็นนรกทั้ง 25 หลุม แล้วออกจากนั้นมา แล้วก็เห็นเปรตเห็นผี สัตว์ประเภทต่างๆ ที่เสวยกรรมตามอำนาจแห่งวิบากกรรมของตน ที่สร้างเอาไว้ นั้นน่ะสัก 5 นาที

เปิดดูให้ชัดเจนตั้งแต่นรกหลุมแรกขึ้นมา สัตว์ตกนรกนั้น เสวยกรรมอย่างไร ประเภทที่หนึ่งเสวยกรรมอย่างไร นรกที่หนึ่งไฟนรกเผา ประเภทที่หนึ่งนั้น เผาแบบไหน มีความร้อนชนิดไหน มีความร้อนประมาณเท่าไร แล้วคำว่า หลุมนรกหลุมที่หนึ่งนั้น เป็นหลุมประเภทใด ให้เห็น ชัดเจนในเวลา 5 นาที แล้วก็ย้อนขึ้นดูขึ้นมานรก จนกระทั่งถึงมนุษย์เราได้ 5 นาที

แล้วก็ให้ดูตั้งแต่มนุษย์นี้ขึ้นไปสวรรค์ 6 ชั้น พรหมโลก 16 ชั้น ตลอดถึงนิพพาน

ให้เห็นประจักษ์เช่นเดียวกับฝ่ายชั่ว 5 นาที แล้วปิดกึ๊กเลย เหมือนกระทะครอบหัวนั่นแหละ พอปิดกึ๊กแล้วประหนึ่งสะดุ้งตัวกลับฟื้นขึ้นมา เพราะตอนนั้นญานหยั่งทราบ เปิดโอกาสให้โลกธาตุได้เปิดเผยหมด

ให้เราเห็นตามสิ่งที่มีที่เป็นทั้งหลายที่โลกว่า ไม่มีๆ นั่นน่ะ ให้ได้เห็นประจักษ์กับตาของเรา แต่ละดวงๆ อย่างละ 5 นาทีทั้งฝ่ายดีฝ่ายชั่ว

จากหนังสือ คำถาม-คำตอบ ปัญหาธรรม ฉบับพิมพ์ ธ.ค.2540 หน้า 277-279

ถาม ดิฉันได้ยินคนโบราณพูดว่า สวรรค์อยู่ในอก นรกอยู่ในใจ นั่นจริงไหมคะ ถ้าจริง ทำไมท่านสอนให้คนไปสวรรค์กัน แล้วจะไปหา สวรรค์ที่ไหนกันอีก เพราะสวรรค์ก็อยู่ในหัวอกคนอยู่แล้ว และที่มีว่าไว้ในตำราว่า สวรรค์นรกมีจริงไหม ถ้ามีอยู่ที่ไหน?

ตอบ พระพุทธเจ้าไม่เคยบำเพ็ญเพื่อโกหก พระองค์และสัตว์โลก แต่ทรงสร้างความดี เพื่อพระองค์และเพื่อโลกถ่ายเดียว สำหรับอาตมา ไม่มีความรู้ความสามารถจะคัดค้านคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าว่า สวรรค์นรกไม่มี

เท่าที่ปฏิบัติและไตร่ตรองตามหลักธรรมของท่าน เฉพาะสิ่งที่เราสามารถทำให้เกิดศรัทธาเชื่อมั่นในคำสอนของท่าน ว่าเป็น "สวากขาตธรรม" ที่ตรัสไว้ชอบจริงไม่บกพร่อง จึงเกิดความเชื่อมั่นทั้งฝ่ายมรรค คือ ทางดำเนิน ทั้งฝ่ายผล คือความสุขเป็นเครื่องตอบแทน

ทั้งสวรรค์เป็นชั้นๆ ตลอดถึงพรหมโลกอันเป็นที่สถิตย์อยู่ของท่านผู้มีบุญได้บำเพ็ญไว้แล้ว และนิพพานอันเป็นธรรมดับทุกข์โดยสิ้นเชิงว่า มีจริงไม่สงสัย

แม้มองไม่เห็นสวรรค์นิพพานด้วยตาเนื้อ พอจะเชิญผู้อื่นมาดูได้ แต่ส่วนลึกของหัวใจ เป็นเรื่องที่ไม่สามารถจะเรียนได้ตามความรู้สึก

พร้อมทั้งคำถามที่คุณถามว่า ถ้ามีอยู่ที่ไหนด้วย รู้สึกเสียใจที่ไม่สามารถตอบสนองความต้องการของคุณอย่างสมบูรณ์

ทั้งนี้ เพราะโลกเรามีเฉพาะกล้องส่องทางด้านวัตถุอย่างเดียว ไม่มีกล้องส่องนามธรรม คือ สวรรค์นิพพาน จึงจนใจไม่ทราบว่า จะไป แสวงหาอะไรที่ไหน มาส่องดูสวรรค์นิพพานให้เห็นชัด และหายสงสัยเสียที

ถ้าสมมติอาตมามีกล้องชนิดหนึ่ง โดยเฉพาะส่องดูเห็นสวรรค์นิพพานเป็นชั้นๆ ประจักษ์ใจแล้ว มาบอกคุณว่า ได้ส่องดูเห็นสวรรค์ พรหมโลก และนิพพาน โดยตลอดทั่วถึงแล้ว

สวรรค์ชั้นแรก อยู่ห่างจากมนุษย์โลกขึ้นไป ประมาณเท่านั้นไมล์ พรหมโลกอยู่ห่างสวรรค์ชั้นสุดท้ายขึ้นไปเท่านั้นไมล์ และพรหมโลก ชั้นหนึ่งๆ อยู่ห่างกันขึ้นไปเท่านั้นไมล์

ส่วนนิพพานอยู่ห่างจากสมมติทั้งปวงขึ้นไป ไม่มีประมาณของสมมติใดๆ จะวัดและนับอ่านได้เลย ดังนี้ คุณจะแน่ใจหรือว่าเป็นความจริง
    เพราะกล้องก็เฉพาะสำหรับอาตมาเสียด้วย คนอื่นดูไม่ได้ เรื่องมันเริ่มพิศดารไปตั้งแต่กล้องอยู่แล้ว

มิหนำซ้ำยังมองไปเห็นสวรรค์นิพพานเข้าไปอีก ซึ่งโลกไม่มีใครเห็นเลย แม้แต่พวกนักอวกาศ ซึ่งเป็นนักเหยียบย่ำนอกโลก จนอวกาศ เป็นขี้ตมขี้โคลนเหลวๆ ไปหมด ก็ยังไม่พบเห็นพอได้มาประกาศให้โลกทราบ ถ้าเป็นที่น่าอยู่ ก็จะได้เริ่ม และรีบเร่งทำบุญให้ทาน เพื่อเตรียมไป สวรรค์นิพพานบ้าง

ส่วนอาตมาแอบไปเห็นสวรรค์นิพพานคนเดียว ด้วยกล้องอันลึกลับ ซึ่งได้มาจากโลกไหนก็ไม่รู้ โลกไม่เคยมีกันเลย เมื่อเรื่องเป็นอย่างนี้ คุณจะคิดว่า มันเหลือเชื่อหรืออย่างไร โปรดคิดดูก็แล้วกัน


ผู้เฒ่าห่วงบ้านเมือง

เรียนบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ไทย

ผมเป็นข้าราชการบำนาญ อยู่ในบั้นปลายของชีวิตแล้ว ติดตามข่าวสารบ้านเมืองอยู่เป็นประจำตลอดมา ชักน่าเป็นห่วงบ้านเมือง โดยเฉพาะ สถาบันศาสนาอย่างที่หนังสือพิมพ์ไทยระบุ

กรุงศรีอยุธยาแตกมา 2 ครั้ง มิใช่ฝีมือคนต่างชาติ ต่างเมืองแต่อย่างใดเลย แต่มาจากฝีมือคนไทยด้วยกันเองนี่แหละ

โดยเฉพาะสื่อมวลชน และนักวิชาการที่ขาดจริยธรรมลงข่าวบิดเบือน ใส่ร้ายป้ายสี และเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง กระทำเป็นกระบวนการ มุ่งทำลายพระที่มีชื่อเสียงเป็นที่ศรัทธาของมหาชน

แทนที่ทางการคณะสงฆ์ น่าจะหาว่า มีใครอยู่เบื้องหลัง แล้วเอาตัวมาลงโทษให้สาสม กลับมาจับพระผู้มุ่งมั่นเทศน์สั่งสอนคน ให้เห็น พลเมืองดีของประเทศชาติบ้านเมือง

เห็นจากข่าวทางทีวี น่าเศร้าที่สุด นี่หรือคือประเทศไทยเมืองพุทธ การกระทำเช่นนี้ถือว่า ผิดกฎหมายรัฐธรรมนูญอย่างชัดเจน แต่ก็ไม่เห็น มีใครทำอะไรได้ ฉันจะทำเสียอย่าง ใครจะทำไม เพื่อผลประโยชน์และเพื่อเอาใจสื่อเลวๆ ที่ปลุกกระแสบิดเบือนข่าวจริง ให้เป็นเท็จลงข่าวเท็จ ให้เป็นจริง ถือเป็นบาปกรรมหนักมาก

ผมได้เคยคุยกับพระที่ท่านปฏิบัติเคร่ง ท่านว่าจากการกระทำของสื่ออย่างนี้ จะนำพาไปเกิดเป็นคนหูหนวก ตาบอด บ้าใบ้ และปัญญาอ่อน และจะไม่ได้เกิดในพระบวรพุทธศาสนาอย่างแน่นอน

พระท่านว่าเห็นในสมาธิอย่างนี้จริงๆ

น่ากลัว และสงสารอย่างที่สุด พระอาจารย์ที่ถูกกระทำ ท่านกลับไม่ถือโทษและอโหสิกรรมให้ทุกคนโดยตลอด ขออนุโมทนาบุญกับท่าน แต่อ้ายเปรตนรกกลับไม่สำนึก

วันก่อนได้ฟังมติกรรมาธิการศาสนาและวัฒนธรรม ยิ่งทุเรศไปกันใหญ่ ผมมีความรู้น้อยนิด ไม่ว่าทางโลกหรือทางธรรม เทียบกับ กรรมาธิการไม่ได้เลย ยิ่งอ้ายมาหนอกวัด ผมเทียบกับเด็กวัดหรือเพียงเณรเท่านั้น

มติของกรรมาธิการเรื่องวัดพระธรรมกาย ที่ไม่ถูกตามหลักธรรมทางพระพุทธศาสนา ก็น่าจะเป็นเช่นนั้นจริง เพราะประธานกรรมาธิการ ไม่ใช่พุทธศาสนาและกรรมาธิการเป็นฝ่ายค้านก็ต้องค้านมันทุกเรื่อง

สำหรับคุณอำนวย ถ้าเห็นด้วยกับกรรมธิการที่ว่าวัดพระธรรมกาย ระดมคนมาเข้าวัดเป็นแสนๆ หรือหลายแสนเป็นความผิด

คำว่า ระดม หมายถึงการจ้างวาน หรือออกเป็นกฎหมายบังคับ มิฉะนั้นคนจะไม่ยอมปฏิบัติตาม เป็นต้นว่า ระดมคนไปออกศึกสงคราม ต้องเสี่ยงกับความตาย เพื่อปกป้องบ้านเมือง แต่ทางวัดพระธรรมกาย เป็นเรื่องตรงข้าม ประชาชนเข้าวัดเพราะเลื่อมใสศรัทธา มิใช่เป็นการบังคับ จ้างวาน หรือระดมตามที่ท่านกล่าวหาแต่อย่างใด

เริ่มต้นท่านก็กล่าวหาทั้งที่ไร้มูลความจริง เป็นการใส่ร้ายป้ายสี และเป็นเท็จโดยสิ้นเชิง อย่างไม่น่าจะให้อภัยได้เลย น่าเสียดายที่เลื่อมใส ศรัทธาพรรคประชาธิปัตย์มาโดยตลอด

อีกประการหนึ่ง กรรมาธิการถือศีล 5 ยังไม่ครบบริบูรณ์ มีมติว่า คำสอนของวัดพระธรรมกายผิด ไม่ถูกตามหลักพระพุทธศาสนา เอาอะไร มาวัด มาเป็นเกณฑ์ตัดสิน ถ้าเอาความรู้สึกมาตัดสิน ผมก็ต้องขอใช้เอาความรู้สึกมาตัดสินบ้างว่า คำสอนของวัดพระธรรมกายถูกต้องตรงคำสอน ของพระพุทธเจ้าที่หลวงพ่อสด วัดปากน้ำ ค้นพบทุกประการ

ผมยังมองไม่เห็น ไม่ว่าพระสงฆ์หรือฆราวาสอย่างใด จะสามารถชี้ชัดได้ว่า คำสอนของวัดพระธรรมกาย ถูกหรือผิด

สำหรับตัวผมก็คงจะต้องใช้ความรู้สึกเหมือนเดิมว่า ท่านธัมมชโย ท่านบรรลุธรรมขั้นต่ำพระธรรมกาย ดังนั้น ผู้ที่จะมาตัดสินท่านได้ จะต้องบรรลุภูมิธรรมไม่ต่ำกว่าพระธรรมกาย

กรณีจะเข้าถึงธรรมกายได้ จะต้องทำสมาธิจิตให้ใจหยุดในหยุด และนิ่งให้ได้เสียก่อน บางท่านออกมาปาวๆ กล่าวหาว่า ผิดอย่างโน้น อย่างนี้ สมาธิขั้นต้น ทำให้เกิดไม่ได้อย่างนี้แล้วจะให้ผมเชื่อถือได้อย่างไร

ความทุกข์และห่วงใยบ้านเมืองในตอนแรก ได้ลดน้อยลงบ้างตามสมควร ในเมื่อปรากฏสื่อ ที่ต้องสู้เพื่อความถูกต้องเป็นธรรม อย่าง พิมพ์ไทย บังเกิดขึ้นนี้

จึงเรียนมาเพื่อชื่นชม และเป็นกำลังใจ และได้พิจารณาลงพิมพ์ในคอลัมน์ ปุจฉา-วิสัชนา ตามที่เห็นควรต่อไป

ด้วยความนับถือ

นายเวทิต สุทธิเวชกุล

ไอ้ทิด

[หน้าหลัก] [หน้า1-1] [หน้า1-2] [วิวาทะ] [ปุจฉา] [สหัสวรรษ]

1