ปีที่ 2 ฉบับที่ 611 ประจำวันจันทร์ที่ 1 มีนาคม พ.ศ. 2542 ขึ้น 15 ค่ำ เดือน 4 ปีเถาะ
วิวาทะ
กมธ.ศาสนาท้วย! มั่วนิ่มย่ำยีชาวพุทธ |
ผมไม่สบายใจจริงๆ สำหรับท่าทีของคณะกรรมาธิการการศาสนาและวัฒนธรรม ชุดที่มี นายเด่น โต๊ะมีนา ทำหน้าที่ประธาน กมธ
พูดกันตรงอย่างลูกผู้ชายใจนักเลง ถ้าผมตกอยู่ในฐานะอย่างคุณเด่น โต๊ะมีนา ซึ่งสังคมรู้ดีว่า ท่านมิใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของพระพุทธเจ้า
จึงเกิดคำถามจากความรู้สึกลึกๆ จากใจชาวพุทธนับล้านคนถามหา "สปริต" ของ คุณเด่น โต๊ะมีนา ที่ยังคงทำหน้าที่เป็นประธาน กมธ. ในการพิจารณาเรื่องหมู่สงฆ์ในพุทธศาสนา
ทางออกมากมายที่ คุณเด่น โต๊ะมีนา สามารถเลือกเพื่อรักษามารยาททางสังคม ลแะมารยาททางการเมือง คือ ให้กมธ. คนอื่นๆ ที่นับถือ ศาสนาพุทธทำหน้าที่ประธานเป็นกรณีพิเศษไป
ผลที่ออกมา ก็คงไม่แตกต่างอะไรกับที่ คุณเด่น โต๊ะมีนา ทำหน้าที่เป็นประธานฯ แต่ผลสะท้อนกลับจะเป็นภาพบวกต่อตัว คุณเด่น โต๊ะมีนา มากกว่า
สำหรับการเสนอข่าวของหนังสือพิมพ์ที่จ้องล้มวัด และรอวันถลกจีวรพระธัมมชโย ส่อเค้าไปเกี่ยวกับเรื่องสีกา ไม่มีประโยชน์อันใดเลย กับการเสนอข่าวทำนองนี้ ไม่ว่าข่าวนั้นจะมีมูลจริง หรือเท็จ ก็ตามที
ไม่เฉพาะข่าววัด พระ รวมถึงข่าวการข่มขืนบนหน้าหนังสือพิมพ์ ก็ไม่ความจำเป็นอันใด ที่จะบรรยายเนื้อหา ของข่าวเสมือนหนึ่ง ผู้รีไรท์ ข่าวเป็นฆาตกรบ้ากาม
คิดร่ำรวยกันอย่างนี้ สังคมบ้านนี้ เมืองนี้ จะอยู่กันอย่างไร
วางใจให้เป็นกลางบ้างดีกว่า ก่อนหน้านี้ก็มีข่าว "ธัมมชโย" นั่งสมาธิจนสังขารปวดเมื่อย ต้องจ้างหมอจีน มานวดชั่วโมงละ 4,000 บาท เหน็บอีกว่า ไหนว่าได้วิชชาธรรมกาย ทำไมจึงปวด เมื่อยอยู่ พระธัมมชโยระบุว่า ยังมีกรรมอยู่ และนี่ก็คือสังขาร ความไม่เที่ยง อนัตตาไง
ความเห็นของผม ธรรมใดไม่เที่ยง อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา หากธรรมใดเป็นของแท้เที่ยงแน่นอน ไม่ทุกข์ทนทรมาน เกิดแก่เจ็บตาย เขา เรียกว่า "อัตตา" ถ้าเรียกพระนิพพานเป็นอนัตตา ก็เป็นไตรลักษณ์ อนัจจัง ทุกขัง อนัตตาไง คุณเสฐียรพงษ์ วรรณปก เข้าใจบ่ พ่อตู้ อย่ามัว แต่ตะแบงซิ...
การเจ็บปวดของสังขาร มันไม่จำกัดสำหรับมนุษย์หน้าไหน ครั้งพุทธกาล พระพุทธเจ้าถูก "เทวทัต" ทำจนห้อเลือด "ชีวก โกมารภัจ" ก็ทำหน้าที่หมอถวายการรักษาพระพุทธเจ้า
ต่อไปนี้ "พิมพ์ไทย" เราจะพิสูจน์ให้คุณเห็นว่า เราไม่ได้กระจอกอย่างที่คนก่นด่าเรา ท่านราชบัณฑิต
"มติชน" และกรรมาธิการการศาสนาใช้ พระธรรมปิฎก (ป.อ.ปยุตโต) เป็นบรรทัดฐานเสนอให้มหาเถรสมาคม พิจารณาเรื่องพระนิพพาน เป็นอนัตตา ความไม่มีตัวตน
มั่นใจกันหนักหนาว่า เป็นเรื่องที่ถูกต้องสุดยอดเป็นของแท้
"พิมพ์ไทย" ขอโอกาสทำหน้าที่พุทธบริษัท 4 ตามที่ได้ประกาศถึงจุดยืนของเราว่า จะทำนุบำรุงปกป้องพระพุทธศาสนา โดยไม่สนใจ หนังสือพิมพ์ยักษ์เล็กยักษ์ใหญ่หน้าไหน
ต่างคนต่างทำหน้าที่ อย่าเหมาว่า เราเป็นพวกธรรมกาย ใช้ปัญญามากๆ ตั้งสติกันให้ดีๆ มองปัญหากันด้วยเหตุและผล
นับจากนี้ไป คำยืนยันจากข้อมูลเอกสาร พระนิพพานเป็นอัตตา ของชมรมศิษย์สุปฏิปันโน หลวงตาบัว จะแจกแจง แถลงไขให้พุทธ ศาสนิกชน ได้เข้าใจ เห็นแจ้ง ด้วยถ้อยภาษา สามัญชนของพระป่าผู้ปฏิบัติจนนิพพานออกดอกออกผล
อีกประเด็นที่สื่อเปิด "นารีพิฆาต 6 สีกา" เออสรุปจะให้เป็นพระบ้านั่งสมาธิ หรือพระนักรักอย่างอดีตพระยันตระ
ผมก็อยากจะดูเหมือนกัน ไอ้รูปภาพหรือรูปโฉม 6 สีกา มันขาว มันคล้ำ มันขี้อ้อน จริงเท็จอย่างที่ไขข่าวหรือไม่
ข้อมูลเป็นของกรรมาธิการ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรต้องปิดบัง ทำลับๆ ล่อๆ กันอีกต่อไป ประกาศตัวจะกวาดล้าง "ธรรมกาย ธรรมกู" ก็เร่งมือ เร่งเท้า ประหัตประหารกันให้สิ้นซากไปเลยดีกว่า อย่ามัวแต่เห่า
ส่วนหลักฐานการรับเงินรับทอง
ที่ปรากฏเบ่งบานอยู่ในสมุดธนาคาร
ของใครกันครับ
ไว้รอเปิดพร้อมกับโฉมหน้าของ 6
สีกาไปเลยดีกว่า
ว่าไงพวกคุณไอ้ท้วย...?
เปิดขุมทรัพย์ "ธัมมชโย" มหาเศรษฐีหมื่นล้าน ราชาที่ดินกว่า 4 พันไร่ โฉนดชี้ชัด นายชัยบูลย์ หรือพระธัมมชโย ถือครองกรรมสิทธิ์
แล้วพระถือครองกรรมสิทธิ์ที่ดินไม่ได้หรือ ตามมาตรา 1623 ระบุว่า ทรัพย์ของภิกษุสงฆ์ที่ได้มาระหว่างครองเพศสมณะ เมื่อภิกษุสงฆ์รูป นั้นๆ มรณภาพ สมบัติหรือทรัพย์สินนั้น ให้ตกเป็นของวัด ตามภูมิลำเนาที่พระนั้นอยู่
เว้นไว้แต่เมื่อจำหน่าย จ่ายโอน หรือยกเป็นมรดกให้กับผู้ใด พินัยกรรมนั่นเอง ก็ถือเป็นการกระทำโดยชอบ
ม.1624 ทรัพย์สินก่อนอุปสมบทให้ตกแก่ญาติ จะจำหน่ายจ่ายโอนอย่างไรก็ได้
เรื่องอย่างนี้พิสูจน์ง่ายยิ่งกว่าปอกกล้วยเข้าปาก ดูการได้มาของที่ดิน ใครให้หรือพระเอาเงินไปซื้อ เงินจากไหน
ที พระพยอม กัลยาโณ ท่านเอาที่ดินของวัดไปจำนำ เสริมสภาพคล่องให้วัดสวนแก้ว ก็ไม่เห็นมีใครจับสึก หรือก่นด่าท่าน ทุกวันนี้ มูลนิธิสวนแก้วของท่าน ก็เจริญวันเจริญคืน
โซตัส