ปีที่ 3 ฉบับที่ 1061 ประจำวันศุกร์ที่ 9 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2543 |
หลักการ - หลักกู : อรหันต์เถื่อนอรหันต์แท้จึงดังกระหึ่ม???
เด่นชัดเป็นอย่างยิ่ง กรณีฟันต่อฟัน ตาต่อตา ในการตอบโต้หลวงตามหาบัว ที่ออกมาใช้สิทธิทวงถามถึงความชอบธรรมของรัฐบาล
ในการนำเงินผ้าป่ากู้ชาติไปใช้
ตามวัตถุประสงค์ของผู้บริจาค
ไม่ว่าจะเป็นการตอบโต้โดยเหล่าสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์เอง หรือแม้แต่คนที่มีตำแหน่งเป็นถึงรัฐมนตรีในพรรค ที่ออกมาท้าทาย ยั่วยุ ให้หลวงตาตบะแตก
กระโดดลงมาจากธรรมมาสน์ คลุกวงในแลกหมัดกับส.ส.รุ่นลูก รุ่นหลานของหลวงตามหาบัว
นัยว่า ยิ่งหลวงตาพูดออกมามากเท่าไหร่ แสดงความเห็นมากเท่าไหร่ ยิ่งเป็นผลดีต่อรัฐบาล ที่จะสามารถโกยคะแนน "สงสาร" จากประชาชนผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์ ได้อย่างท่วมท้น
เป็นเกมอุบายที่แสนจะสกปรกที่สมาชิกพรรคประชาธิปัตย์ พยายามจุดประเด็นให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์ในตัวหลวงตามหาบัว เพื่อนำไปสู่ความเสียหาย ฯลฯ
ให้พิจารณาลงไปว่า ในความเป็นพระภิกษุสงฆ์ที่ออกมาสงเคราะห์โลก แต่ไยกลับออกมาทวงถามถึงเงินที่บริจาคให้กับประเทศชาติ
คำว่า "ทวงหนี้บุญคุณ" จึงดังกระหึ่มขึ้น ดังขึ้นจากริมฝีปากมหาโจร นับเป็นความพยายามอย่างยิ่งในการที่จะลากดึงหลวงตามหาบัว ลงมาคลุกวงใน เพื่อสะท้อนให้เห็นว่า หลวงตามหาบัวท่านมี "กิเลส" แน่นหนา ไม่ควรที่สาธุชนจะเข้าใจ สำคัญไปว่า ท่านบรรลุในมรรคผลนิพพานแล้ว
ไม่ได้เป็น "อริยสงฆ์"
เกมสามานย์ที่ถูกจุดขึ้น อย่างเป็นขั้น เป็นตอน ได้รับเสียงสอดรับจากนักวิชาการในฐานะร่างทรงของพรรคประชาธิปัตย์ ที่สำคัญตัวเป็นเทพเจ้าชี้เป็นชี้ตาย ชี้นรกชี้สวรรค์ ให้กับสังคม
ผ่านสื่อของรัฐ ในรายการ ตามล้างตามเช็ดแก่นธรรม ไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไรต่อการจับพระนักวิชาการ มานั่งจุมปุ๊ก เปิดวิวาทะถล่มหลวงตามหาบัวผ่านทางจอแก้ว
เพ่งลงไปที่ ความหมายที่ว่า "อริยสงฆ์" หรือคำว่า "อรหันต์" ของหลวงตามหาบัว เป็นเรื่อง "ลวงโลก" อุปโลกณ์ปรุงแต่งขึ้นมาเองทั้งสิ้น
50 ปีแห่งการบำเพ็ญเพียรของหลวงตามหาบัว มีแต่ "กิเลส" และก็ "กิเลส" ชัดเจนหรือยังครับ สำหรับเกมสกปรกถ่อยสถุล ชาวพุทธส่วนใหญ่ที่สักแต่นับถือศาสนาตามใบแจ้งเกิด จึงพากันหวั่นไหว หวั่นไหวต่อความรู้สึก หวั่นไหวต่ออารมณ์ชี้นำ ยั่วยุ
ร่วมกัน "นิคหกรรม" ตามแบบฉบับชาวโลกผู้รู้น้อยด้อยปัญญา เพ่งไปที่หลวงตามหาบัว ท่านเป็น "พระผู้อุตริมนุสธรรม" ในทันที
พระอาจารย์มหาบัวท่านอวดอุตริมนุสธรรม ประกาศตนเป็นอริยสงฆ์ หมดเชื้อ หมดกิเลสแล้ว แต่เหตุใดยังติดยึดอยู่กับเงินบริจาค เหตุใดจึงมีอารมณ์รัก โลภ โกรธ หลง
ความเห็นที่บิดเบี้ยวถูกชี้นำนี้ ขยายเป็นวงกว้างผ่านสื่อที่เป็นเครื่องมือของรัฐ ในขณะที่รัฐบาลมีคำสั่งลับ ๆ "ห้ามสื่อของรัฐสังฆกรรมกับหลวงตามหาบัว" ไม่ว่าจะเป็น ทีวี วิทยุ ต่างมาออกสนองนโยบายอัปยศรัฐบาลมหาโจรกันอย่างพร้อมเพรียงกัน
คำสั่งลับ "ห้ามข้าราชการระดับสูง" ร่วมโครงการผ้าป่ากู้ชาติ แม้กระทรวงมหาดไทยจะออกมาประกาศว่า รัฐบาลไม่ได้มีคำสั่ง "อัปยศ" ดังกล่าว แต่ในทางปฏิบัติ ในความเป็นจริง ทุกคนต่างรู้ดีว่า เกิดอะไรขึ้นในบ้านเมืองนี้
บ้านเมืองนี้ล้ำสมัย ก้าวไกลเกินกว่าที่จะเรียกว่า ประเทศที่กำลังพัฒนาแล้วหรือ เพราะสามารถเอาไอ้เศษสวะที่ไหนก็ไม่รู้ ออกมาชี้นำตัดสินว่า ใครคือพระอรหันต์แท้ อรหันต์เถื่อนกันแล้ว
สะท้อนให้เห็นถึงภาพการณ์ที่ว่า ไม่มีอำนาจใดยิ่งใหญ่กว่าอำนาจรัฐ
ครับ ผมเศร้าสลดใจเหลือเกิน ต่อปฏิบัติการทำลายหมู่สงฆ์ของรัฐบาลชุดนี้ โดยเฉพาะการพุ่งเป้าทำลายพระสุปฏิปันโน พระผู้ปฏิบัติดี ปฏิบัติชอบ เพื่อสนองตัณหา
และความ
อยู่รอดของรัฐบาลกับคนเพียงไม่กี่คน ที่ลุแก่อำนาจโดยแท้
ต้องขอปรบมือห่าใหญ่ ๆ ให้กับพรรคประชาธิปัตย์ โดยเฉพาะคุณสมบัติเฉพาะตัว ที่สามารถพลิกสถานการณ์อันคับขัน ดึงกลับขึ้นมาเป็นต่อได้อย่างพลิกความคาดหมาย หลังจากที่ประเมินสถานการณ์อนาคตทางการเมืองของพรรคแล้วว่า การเปิดประเด็นร้อนกับหลวงตามหาบัว จะทำให้ฐานเสียงในภาคอีสานต้องตกต่ำ
เพราะหลวงตามหาบัวท่านเป็นพระที่ชาวอีสาน ให้ความศรัทธาพากันกราบไหว้อย่างสนิทใจ การออกมาตีรันฟันแทงหลวงตามหาบัวในเชิงรุก
จึงมิใช่การปกป้องหน้าตา ของ
รัฐบาล หรือขุนคลัง "ธารินทร์ นิมมานเหมินท์" ที่เดินนโยบายเศรษฐกิจผิดพลาดเพียงอย่างเดียวเท่านั้น
หากเป็นเรื่องของการมองอนาคตทางการเมือง และความอยู่รอดของพรรคประชาธิปัตย์ในการเลือกตั้งสมัยหน้า ที่จะมีการรบพุ่งแย่งชิงพื้นที่ ส.ส.อีสานกันอย่างรุนแรงอีกด้วย
โซตัส