ปีที่ 3 ฉบับที่ 1051 ประจำวันอังคารที่ 30 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
รุกผบ.สส.เชือด นายทหารนอกแถว
หลวงตาฉะ อย่าไว้ใจโจร รัฐเล่นใต้ดิน ใช้อำนาจมืดสั่งผู้ว่าฯ ห้ามเข้าร่วมกิจกรรม ชวนไฟเขียวถล่มพระ
ชมรมพุทธบุกบก.สส.
ทำหนังสือร้องเรียนถึงบิ๊กหมง กล่าวโทษ พ.อ.ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ ตบทรัพย์พระ-จัดรายการธรรมะร่วมสมัยออนแอร์ด่าพระกระหึ่มเมือง ด้าน พล.อ.ประกาศ
เฉ่งยับ บวชเรียนมามาก สึกแล้วลืมธรรมะหมด พร้อมตั้งกรรมการสอบวินัย
เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 29 พ.ค.2543 นายอดิศักดิ์ วรรณสิน ประธานชมรมชาวพุทธสากลแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยพระมหาดร.ทวนชัย อฐิจิตโต จากจิตตภาวันราชวิทยาลัย และกรรมการชมรมชาวพุทธสากลแห่งประเทศไทย เดินทางเข้าพบ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ผบ.สส. ณ อาคาร 203 กองบัญชาการทหารสูงสุด สนามเสือป่า
เพื่อยื่นหนังสือ กล่าวโทษ
กับ พ.อ.ทองขาว พ่วงรอดพันธุ์ อนุศาสนาจารย์ ผบ.สส.ในฐานะผู้จัดรายการวิทยุธรรมะร่วมสมัย เอฟ.เอ็ม 100.5 เมกกะเฮิตรซ์ โดยใช้วาจาหยาบคาย จาบจ้วงพระ และล่าสุด ได้แอบอ้างนายทหารผู้ใหญ่ ข่มขู่ พูดจาหยาบคายต่อพระมหาดร.ทวนชัย ที่สน.ดุสิต ในคดี พ.อ.ทองขาว ยักยอกทรัพย์ จนสามารถบีบบังคับให้พระยอมความตามที่ "พิมพ์ไทย" ได้เสนอไปตามลำดับ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.อ.มงคลติดราชการ จึงได้มอบหมายให้ พล.อ.ประกาศ พันธุ์บรรยงค์ หัวหน้าสำนักงาน รอง บก.สส. เป็นผู้รับเรื่องจากนายอดิศักดิ์
โดยมีหลักฐานกล่าวโทษ พ.อ.ทองขาว ทั้งหลักฐานเอกสาร และเทปบันทึกเสียงด่าทอพระมหาดร.ทวนชัย และรับปากว่า จะนำเสนอให้ผู้บังคับบัญชาพิจารณาต่อไป
สำหรับหนังสือกล่าวโทษระบุว่า ขอให้พิจารณาโทษ พ.อ.ทองขาว ที่เข้าไปเกี่ยวข้องกับนายกมล ศรีนอก ยักยอกทรัพย์เงินสดของพระมหาดร.ทวนชัย จำนวน 10,000 บาท และเมื่อทวงถามกับเพิกเฉย จนนำเรื่องไปฟ้องร้องที่สน.ดุสิต แต่ปรากฏว่า เมื่อพ.อ.ทองขาว ไปที่ สน.ดุสิต กลับแสดงกริยากร้าวร้าวด่าทอพระอย่างหยาบคาย
และยังแอบอ้าง
นายทหารชั้นผู้ใหญ่คุ้มหัว จนทำให้พระต้องยอมถอนแจ้งความ
หนังสือดังกล่าวระบุด้วยว่า พ.อ.ทองขาวเป็นถึงอนุศาสนาจารย์ เท่ากับเป็นผู้นำทางคุณธรรมและจิตวิญญาณของเหล่าทหารหาญทั้งกองทัพ ทั้งยังเป็นผู้จัดรายการ "ธรรมะร่วมสมัย" ร่วมกับ นายกมล แต่กลับจัดรายการด่าพระออกอากาศเสียๆ หายๆ มาเป็นระยะเวลากว่า 1 ปีแล้ว อันเป็นการกระทำที่ทำลายความสงบ ขัดต่อความเรียบร้อย ต่อศีลธรรมอันดีงามของประชาชน ทำลายความสามัคคีของคนในชาติ ควรที่ ผบ.สส.จะตั้งคณะกรรมการพิจารณาโทษให้สมควรแก่ความผิด ทั้งทางวินัยและอาญา เพื่อไม่ให้เป็นเยี่ยงอย่างแก่เหล่าทหารหาญและประชาชนทั่วไป
"ปัจจุบันนี้คนที่เคยบวชเป็นพระได้ศึกษาเล่าเรียนมาแล้วเป็นอย่างดี เมื่อสึกออกมาแล้วลืมธรรมะ ไม่ประพฤติตนให้อยู่ในศีลธรรม แม้แต่ในบ้านของตนเอง ก็ยังร้อนระอุไปหมด หาความร่มเย็นไม่ได้ ผมเองแม้ไม่เคยบวช แต่ใจของผมบวช ผมนั่งสมาธิมาตลอด อย่าบวชแต่ตัว ต้องบวชใจด้วย พระพุทธเจ้าท่านสอนให้ใช้ความเมตตาต่อกัน
คนเราหาก
ขาดความเมตตาต่อกันแล้ว ทุกอย่างจะจบสิ้น ไม่มีดีอะไร กรณี พ.อ.ทองขาว ผมจะรายงานเสนอต่อ ผบ.สส. เพื่อพิจารณาตั้งกรรมการสอบทางวินัยต่อไป" พล.อ.ประกาศกล่าว และยังได้สอบถามพระมหาดร.ทวนชัย ถึงที่ไปที่มาของเงินจำนวน 10,000 บาท
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในเวลาใกล้เคียงกัน พล.อ.อ.วีระวุฒิ ระวะเปาลยะ ได้เดินทางมาถึง และกล่าวว่า ในฐานะที่ตนดำรงตำแหน่งประธานชมรมบ้านกัลยาณมิตร ซึ่งมีสมาชิกกว่า 1 หมื่นบ้าน ทราบเรื่อง พ.อ.ทองขาว แสดงกิริยาไม่ดีกับพระ โดยเฉพาะการจัดรายการธรรมะร่วมสมัย นำสื่อของรัฐมาจาบจ้วงพระ โดยระบุว่า อุปัชฌาย์ทุกวันนี้
ไม่ได้พิจารณา
กลั่นกรองคุณสมบัติของผู้บวชอย่างแท้จริง การแสดงความเห็นเช่นนี้ ทำให้พระพุทธศาสนา ต้องมัวหมอง ไม่สมควรอย่างยิ่ง ที่อนุศาสนาจารย์
จะออกมาแสดงความเห็น
กร้าวร้าวทำลายพระพุทธศาสนา ด้วยวิธีการเช่นนี้ และที่ตนมาวันนี้ ก็ต้องการพบกับ พล.อ.สำเภา ชูศรี รองผบ.สส. ซึ่งเป็นผู้บังคับบัญชาโดยตรงของ พ.อ.ทองขาว เพื่อพิจารณาแก้ไขปัญหาต่อไป
ด้าน หลวงตามหาบัวเตือนคนไทย อย่าเกรงใจรัฐบาลโจร มองประชาชนเป็นภักษาหาร กินกันจนพุงปลิ้น อัดต่อห้ามผู้ว่าฯ นายอำเภอ ร่วมกิจกรรมของหลวงตา
ระบุรัฐบาล
ใช้อำนาจมืดบิดเบือน ข่าวศาสนาไม่เคยออก ด้านนายกฯชวน เปิดไฟเขียวลิ่วล้อถล่มหลวงตา อ้างเป็นสิทธิ์ส่วนบุคคล ห้ามไม่ได้ แต่ยังโปรยยาหอม ให้คนรัฐบาลฟังแล้วชี้แจง อย่าตอบโต้ มท.แถลงการณ์ตอบโต้ดุเดือด ไม่เคยสั่งการผู้ว่าฯ ป่วนขบวนหลวงตา โสภณไล่บี้รัฐบาลแจงเรื่องการรวมบัญชี ก่อนที่จะถูกฝ่ายค้านยื่นกระทู้ตอนเปิดสภา
หลวงตามหาบัว ญาณสัมปันโน เทศน์หลังฉันเช้าที่วัดป่าบ้านตาด มีเนื้อความบางส่วนว่า เวลานี้ โลกมันสกปรกมาก ไม่ควรที่ธรรมะจะไว้วางใจมันได้
เราจึงพิจารณาทบทวน
โดยธรรมแล้ว ไม่กล้าที่จะมอบเงินก้อนให้ตามที่คิดไว้นะ เพราะไปมอบให้แล้ว ใครจะมารับก็ว่าบริสุทธิ์ มหาโจรมันก็บอกว่า มันบริสุทธิ์
ความห่วงเราห่วงทองคำ
ในคลังหลวง มากกว่า เพราะอันนั้นเป็นหัวใจโดยแท้นะ หัวใจของชาติบ้านเมืองโดยแท้
เราอิดหนาระอาใจที่ต้องพูดเกี่ยวข้องกับบ้านเมือง ที่มันคละเคล้าด้วยความสกปรก อันตรายรอบด้าน เวลานี้ กองอยู่ในเมืองไทยเราหมด เราเห็นได้ชัด ก็เพราะเวลานี้ศาสนาคือ น้ำที่สะอาด ออกมาชะล้าง จึงได้เห็นความสกปรกเต็มเมืองไทยเราเวลานี้
ทั้ง ๆ ที่มันเคยสกปรกพอควร ทำความเดือดร้อนเผาบ้านเผาเมืองมาอย่างลึกลับ มันไม่แสดงตัว น้ำไม่สาดเข้าไปไม่เห็นที่สกปรก มันก็กลืนบ้านกลืนเมือง
ทำลายชาติบ้านเมือง มาตลอด ประหนึ่งว่า พี่น้องชาวไทยเรานี้ เป็นเนื้อเป็นปลา ให้มันถลุงอยู่บนเก้าอี้กินเลี้ยงกันมาอย่างเงียบ ๆ ตลอด
สมบัติเงินทองข้าวของมีมากน้อยได้อย่าง ได้จากวิธีการใด ซึ่งมีกฎหมาย ทั้งกฎหมายเปิดเผย กฎหมายปิด กฎหมายเถื่อน มันแอบกันเข้ามาๆ สมบัติเงินทองเหล่านี้
ที่เข้าไปใน วงโรงถลุง มันจะเข้าไปแบบเงียบ ๆ กินกันอย่างเงียบๆ อย่างนี้เรื่อยมา ถ้าไม่มีธรรมส่องเข้าไปนี้ ก็ไม่เห็น ใครที่ไม่กล้าส่อง มันก็สนุก กินกันมาเรื่อยๆ ... ฯลฯ