ปีที่ 3 ฉบับที่ 1045 ประจำวันพุธที่ 24 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
หวั่นพระธรรมโมลีจะถูกปลดฐานไม่สนองนักการเมือง
ผมตั้งข้อสังเกตถวายท่านเจ้าคุณพระพิศาลธรรมพาทีหรือหลวงพี่พยอม กัลยาโณ แห่งวัดสวนแก้ว ไปเมื่อ 2 วันก่อน เผอิญพบกับแฟนตัวจริงของหลวงพี่พยอมเข้าในวันถัดมา เธอต่อว่าผมคล้ายกับว่า ห้ามแตะ เธอเป็นอุบาสิกาที่มากวัยแล้ว ถ้าไม่ 60 ปลาย ๆ ก็คงเป็น 70 ต้น ๆ อายุอานามแท้จริงไม่จำเป็นต้องถูกต้องเป๊ะ
อุปกรณ์ของความเป็นคนแก่มีให้เห็น ตั้งแต่แว่นตา ไม้ค้ำยัน และผมสีเงิน ก็พออนุมานได้ค่อนข้างใกล้เคียง
จะวันนี้ หรือวันไหน ผมขอยืนยันว่า ผมจะถวายความเคารพในความเป็นสงฆ์ของท่านตลอดไป ตราบเท่าที่ท่านเจ้าคุณจะอุทิศตัวเพื่อพระศาสนา
ที่ได้ติงไว้นั้น เต็มไปด้วยความเคารพและเป็นห่วง พระอย่างนี้เป็นพระแห่งยุค หาไม่ได้ง่ายๆ
หากท่านจะมาจมน้ำป๋อมแป๋มจนจีวรเปียกม๊อกแล็กหมดทั้งผืน เพียงเพราะด่วนพูดด่วนสรุป โดยขาดโยนิโสมนสิการกับข่าวคราวที่คนเขาถาม ผมว่า พระเณรในวัดสวนแก้ว ไม่กล้าพูด
หรือจะเป็นเจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ท่านเจ้าคุณพระธรรมกิตติมุนี วัดเฉลิมพระเกียรติ ผู้บังคับบัญชาโดยตรงของท่าน ก็คงไม่มีโอกาสที่จะบอกกล่าว
จริง ๆ แล้ว ไม่เฉพาะแต่ท่านเจ้าคุณพยอมเท่านั้น พระนักวิชาการพระชั้นแนวหน้าของสังคมสงฆ์ ที่ถูกนักเคลื่อนไหวจับท่านเป็นธง ชูไปโบกไป อย่างที่เห็นกันตำตา ทางทีวีนั้น ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้เช่นกัน
ฆราวาสที่เคลื่อนไหวในเรื่องต่างๆ นั้น พื้นฐานของเขามันเต็มไปด้วยกิเลส ต่อให้หยิบยกเอาเรื่องของพระศาสนาขึ้นมาพูดก็ตาม
ฆราวาสพวกนั้น เอาศาสนาขึ้นมาบังหน้าแทบทั้งสิ้น คนพวกนี้มีเป้าหมายเพื่อตัวเองเป็นที่ตั้ง
ที่เป็นข้าราชการประจำ ปากบอกว่า ทำไปตามอำนาจหน้าที่ ข้าราชการการเมืองอาจอ้างได้ว่า เป็นหน้าที่ แต่ลึก ๆ แล้ว มันหาเสียงเสียมากกว่า
อีกพวกหนึ่งที่คลุกคลีกับงานศาสนามาก่อน พอถึงฤดูกาลเลือกตั้งจะโหมโรงกระพือข่าว โดยให้ตัวเองเข้าไปเกี่ยวข้องในข่าวนั้น โดยทำเป็นว่า ห่วงพระศาสนาเหลือเกิน
คนพวกนี้ เป็นนักเลือกตั้งไปเสียแล้ว บางคนเสนอหน้าสู่เวทีการเมือง ส.ว.มาแล้ว 2 ครั้ง ก็ยังมี และยังจะมีรอบที่ 3 ในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้
ผมไม่ปรารถนาที่จะเห็นพระสงฆ์ตกไปเป็นเครื่องมือของฆราวาสเหล่านี้ ที่ไม่มีความจริงใจต่อพระศาสนาอย่างที่บางคนมาพูด
กว้างมากไป ไม่กระชับ หากจะไม่เอ่ยชื่ออย่างกรณีที่ "วิชัย ตันศิริ" รมช.ศึกษา ที่จะเข้าไปนมัสการ พระธรรมโมลี วัดพิชัยญาติการาม รักษาการเจ้าคณะภาค 1
วิชัย ตันศิริ ออกข่าวมาตลอดว่า นิคหกรรม พระธัมมชโย และพระทัตตชีโว ต้องเดินหน้าต่อไป ไม่มีการหยุดชะงัก
พูดอย่างนี้มาตั้งแต่ครั้งท่านเจ้าคุณพระพรหมโมลี วัดยานนาวา เป็นเจ้าคณะภาค 1 ล่าสุดเมื่อนิคหกรรมยุติลง ก็หาเหตุปลดท่านเจ้าคุณพระพรหมโมลี
เปลี่ยนมาเป็น พระเทพสุธี วัดสามพระยา ให้รักษาการเจ้าคณะภาค 1 นิคหกรรมก็ไม่ได้เดินไปตามแผนของ วิชัย ตันศิริ ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิม
แต่ด้วยความเป็นปราชญ์
ของท่าน เจ้าคุณพระเทพสุธี ท่านจึงชิงลาออกเสีย ดีกว่าจะปล่อยให้ฆราวาสมาบังคับบัญชา มันเป็นการหยามศักดิ์ศรีพระ
คราวนี้ก็อีกแล้ว หลังจากที่เจ้าคณะใหญ่หนกลางประกาศแต่งตั้งท่านเจ้าคุณพระธรรมโมลี ขึ้นรักษาการเจ้าคณะภาค 1
วิชัย ตันศิริ ก็ออกข่าวผ่านสื่ออีกตามเคยว่า นิคหกรรมจะมีการหยิบยกขึ้นมาดำเนินการต่อไปราวๆ กลางเดือนมิถุนายน โดยจะยึดพระไตรปิฎกเป็นหลัก
พระสงฆ์ทั่วไปอย่าว่าแต่ระดับเจ้าคณะภาคเลย ต่างก็รู้ว่า ที่แล้วมานั้น พระพรหมโมลีแห่งวัดยานนาวา อดีตเจ้าคณะภาค 1 ท่านไม่ได้ห่างเหินพระไตรปิฎก
ตรงข้าม ท่านผลักดันนิคหกรรมให้ดำเนินการไปตามกฎของมหาเถรสมาคม ซึ่งอยู่ภายใต้พระไตรปิฎกนั่นเอง
ผลออกมาไม่เป็นที่พออกพอใจของวิชัย ตันศิริ จึงหาเหตุบีบบังคับให้พระเถระเกิดความอึดอัด ปลดออกเสียบ้าง ลาออกเสียบ้าง
ทำนองเดียวกับที่แล้ว ๆ หากท่านเจ้าคุณพระธรรมโมลี ยึดพระไตรปิฎกเป็นหลัก ผลจากการปฏิบัติตามกฎนิคหกรรม ก็จะไม่ผิดไปจากปฏิบัติการของท่านเจ้าคุณพระพรหมโมลี แต่อย่างใด
คำถามก็คือ อะไรจะเกิดขึ้นกับท่านเจ้าคุณพระธรรมโมลี ถูกบังคับให้ออก ลาออก หรือ จะมีอย่างอื่นอีกตามมา
ผมเคยวิงวอนพระสงฆ์โดยเฉพาะพระเถระผู้บริหารกิจการคณะสงฆ์ส่วนบน ขอให้ท่านจงมีความกล้าหาญเด็ดเดี่ยว และเด็ดขาด
กิจการคณะสงฆ์โดยรวมนั้น ชาวบ้านชาวเมืองเขารู้ว่า ถูกนักการเมืองรังแกข่มเหง ทำตามคำบัญชาของนักการเมือง จนคณะสงฆ์หมดศักดิ์ศรี
ณ เวลานี้ พระเดชพระคุณพระธรรมโมลี ซึ่งได้ชื่อว่า เป็นพระเถระผู้มีคุณสมบัติพร้อมสรรพ หากท่านสนองกิเลสตัณหานักการเมืองไม่ได้ ท่านจะตกอยู่ในห้วงอันตราย ภัยใด ๆ ที่พระเถระรูปอื่น เคยถูกกระทบมาแล้ว ท่านจะต้องโดนเข้าด้วยอย่างไม่มีทางหลีกเลี่ยง
มีทางเดียวที่เหมาะสมเป็นอย่างยิ่ง คือ ท่านเจ้าคุณเป็นพระเถระที่ได้ชื่อว่า ตรง เป็นอุชุปฏิปันโน เต็มตัว
ก็รีบหาทางประกาศแนวทางผ่านสื่อทุกชนิดด้วยสุ้มเสียงดัง ๆ ว่า
พระสงฆ์จะห่างพระไตรปิฎกไม่ได้ กฎนิคหกรรมต้องเป็นไปตามพระไตรปิฎก และนิคหกรรมเป็นเรื่องของพระสงฆ์ ฆราวาสหัวดำไม่เกี่ยว
อ้อ ท่านเจ้าคุณอย่าลืมกระทุ้งเงินเดือนพระที่อยู่ใต้อาณัติของท่าน เป็นอันขาด บางรูป 6 ปีมาแล้ว กระทรวงศึกษาฯ ยังไม่จ่ายให้เลย และบอก วิชัย ตันศิริ เร่งรัดให้ด้วย นี้คือ หน้าที่ตรงของคนเป็นรัฐมนตรี
ปู่โอม