ปีที่ 3 ฉบับที่ 1041 ประจำวันอาทิตย์ที่ 21 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543 |
ผู้นำที่แท้จริงของโลกอนาคต ต้องเป็นผู้นำที่เปี่ยมคุณธรรม
ในขณะที่สงครามการต่อสู้ระหว่างความชั่วกับความดี เป็นสงครามที่ยืดเยื้อมานับตั้งแต่กำเนิดจักรวาล ต่างฝ่ายต่างก็ระดมสรรพพรรคพวก สรรพอาวุธเข้าต่อสู้กันอย่างเต็มที่ ฝ่ายชั่วก็พยายามเข้าครอบงำดินแดนประเทศที่ยึดอำนาจ และเอาคนชั่วขึ้นปกครองเมือง
พยายามระบายให้โลกเป็นสีดำ ร้อนแรงด้วยความชั่วการฆ่าฟัน การขโมย การเอาเปรียบ การมั่วสุมโลกีย์ การโกหกหลอกลวง และอบายมุขเต็มเมือง ความมัวเมาด้วยอบายมุข 6 สุรา นารี พาชี กีฬาบัตร สิ่งบันเทิงมั่วสุมทำให้จิตใจตกต่ำทุกชนิด
จากนั้น เมื่อตายไปก็นำไปเข้าตะแลงแกง จับไปลงนรกลงโทษหมุนเวียน แล้วก็ส่งกลับมาเกิดอีก เพื่อให้เป็นวัฏจักรอันชั่วร้ายวนเวียนไปจนกว่าจะสิ้นโลก
จนกระทั่งสมเด็จพระบรมพุทธเจ้าทรงจุติขึ้นมาในโลก เมื่อสองพันห้าร้อยปีที่แล้วมานี้ ทรงค้นพบหนทางดับทุกข์และยุติวัฏสงสารอันน่าสลดใจนี้
จากนั้น พระธรรมกายคำสอนของพระองค์ ก็ถูกเผยแพร่ไปทั่วโลก และในที่สุด ก็มาดั่งหลักปักฐานในสุวรรณภูมิ โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศไทย
เพื่อเป็นจุดตั้งหลัก
ในการเผยแผ่
ธรรมอันประเสริฐของพระองค์ ที่จะยุติวงจรอันชั่วร้ายของโลกได้
หนทางเดียวเท่านั้น ที่พระพุทธเจ้าทรงค้นพบ วิธียุติความรุนแรงของโลก ยุติความบ้าคลั่งของโลก นั่นคือ การสร้างสันติสุขภายในให้เกิดในตัวมนุษย์ให้ได้
ป่วยการที่จะพูดถึงความเจริญทางเศรษฐกิจ ความก้าวหน้าทางบ้านเมืองความเจริญทางวัตถุ ความมั่งคั่งของประเทศ ถ้าจิตใจของผู้นำยังไร้คุณธรรม ขาดแม้แต่ศีล 5 ข้อ ยังรักษาไม่ได้ จะรักษาประเทศได้อย่างไร จะเป็นผู้นำแต่ความชั่วร้าย นำแต่ความเสื่อมโทรมมาสู่ประเทศ
และถ้าเป็นผู้นำที่มีอิทธิพลต่อโลก ก็จะนำความเสื่อมโทรมทางศีลธรรม นำความรุนแรงแตกแยกมาสู่โลก อย่างที่เป็นอยู่ทุกวันนี้
ในปาฐกถาของนายอัลเฟรโด ซฟีร์ ยูนิส ที่นำเสนอต่อที่ประชุมชาวพุทธสากล ในงานฉลองมหาธรรมกายเจดีย์ เมื่อปลายเดือนที่แล้วนี้ น่าสนใจอย่างยิ่ง เขากล่าวว่า
เป็นเวลานานมาแล้ว ที่ข้าพเจ้าได้ข้อสรุปว่า โลกทุกวันนี้ต้องการให้มีการประชุมทางจิตใจในระดับโลก ในสถานะเท่าเทียมกันกับการประชุมสหประชาชาติ
และในระดับที่ผู้นำ
ทั้งระดับชาติและระดับองค์กรชั้นนำ ของประเทศนั้น เข้าร่วมประชุมร่วมในสถานะเท่าเทียมกัน
ผมเพิ่งมาเข้าใจภายหลังว่า สิ่งที่นายอัลเฟรโด หมายถึงนั้นมากกว่าที่ผมเข้าใจ เพราะผมเคยนึกว่า เป็นการประชุมผู้นำทางศาสนา เพื่อคุยเรื่องสันติภาพของโลก
ซึ่งล้วนแต่ ล้มเหลว มาตลอด เพราะผู้นำประเทศกับผู้นำทางการเมือง ไม่เคยให้ความสนใจ พระอยากจะประชุมก็ประชุมกันไป ส่วนภาคการเมืองก็ประชุมกันอีกแบบหนึ่ง ต่างคนต่างประชุม สันติภาพโลกก็เคยเกิดขึ้นไม่ได้
เพราะผู้นำที่ประชุมระดับโลกสนใจแต่เรื่องเศรษฐกิจ การเงิน และสงคราม การระงับสงครามโดยลดอาวุธ ใช้อาวุธเข้ามาแทรกแซง สหประชาชาติ ก็เป็นเพียงเวทีแสดงโวหาร เป็นปาหี่ระดับโลก ที่ไม่มีใครยอมใคร จากนั้น ทุกคนก็กลับไปทำสงครามต่อ
นายอัลเฟรโด ได้พูดถึงความล้มเหลวของโลก ในภาพรวมว่า ถึงแม้ว่า จะมีการใช้เงินนับหมื่นแสนล้านในการพัฒนาคำว่า เศรษฐกิจโลกของทุกประเทศ แต่ทุกวันนี้
โลกยากจน กว่าเดิม ไม่ว่าจะเทียบสถิติในด้านใด
ทุกวันนี้ เรามีคนทั้งโลก ไม่น้อยกว่า 1,300 ล้านคน ที่มีรายได้ต่อหัวน้อยกว่า 1 เหรียญดอลล่าร์ต่อวัน และคนกว่าครึ่งโลก ที่มีรายได้น้อยกว่าสองดอลล่าร์ต่อวัน
ยิ่งไปกว่านั้น กว่าครึ่งของประชากรบนโลกสีน้ำเงินใบนี้ ยังไม่มีน้ำดื่ม และสุขภาพอนามัยอย่างคนอีกครึ่งโลก
เด็ก ๆ ตัวน้อย ที่น่าสงสารทั่วโลกกว่า 35,000 คน ตายลงทุกวันอย่างอเน็จอนาถ ด้วยโรคร้ายต่างๆ เช่นอหิวาตกโรค และอีกหลายโรค
เด็กยากจนกว่า 250 ล้านคนทั่วโลก ไม่มีปัญญาไปเรียนหนังสือ และจำนวนไม่น้อยกว่านี้ ต้องตกเป็นทาสแรงงานเด็ก ต้องทำงานกรรมกรตั้งแต่ยังเด็ก
เพื่อสนองความเจริญ
ทางเศรษฐกิจยุคใหม่
นายอัลเฟรโด ชาวชิลีผู้นี้ มีตำแหน่งสูงในธนาคารโลก ประจำอยู่ที่เจนีวา สวิตเซอร์แลนด์ เป็นผู้แทนพิเศษของธนาคารโลก ประจำสหประชาชาติ
เป็นนักเศรษฐศาสตร์ และนัก
การเงินยุคใหม่ ที่มีฐานะสูงในสังคมโลก ซึ่งเขาเรียกว่า สังคมแห่งวัตถุ และโลกแห่งวัตถุ
ผมจึงไม่แปลกใจที่เขากล่าวเรื่องนี้ด้วยตัวเลขที่ชัดเจน เพื่อแสดงความหดหู่ใจ ที่เขารู้สึกมาตลอดหลายสิบปี นี่คือสิ่งที่ผมประหลาดใจมากที่สุด ที่ยุดนี้
ยังมีคนแบบนี้ในสังคม
การเงินของโลกที่โหดเหี้ยม และไร้ความปรานี และเขากล่าวด้วยจิตวิญญาณที่มุ่งมั่น เขากล่าวต่อไปว่า
เช่นเดียวกัน ภาพของการทำลายสิ่งแวดล้อม การพัฒนาทางเศรษฐกิจที่นำไปสู่การทำลายป่าไม้อันอุดมสมบูรณ์ ทำให้เกิดมลพิษทั้งทางน้ำและอากาศ
การทำลายโอโซนและ
อากาศหายใจที่หุ้มห่อโลก การทำลายมหาสมุทร และระบบชีวภาคที่ไม่มีวันหยุดยั้ง
ทั้งที่โลกได้ใช้เงินไปนับแสนล้าน เพื่อป้องกัน แต่ก็ไร้ผล เพราะอะไร
เรากำลังอยู่บนโลกที่เต็มไปด้วยความแตกต่าง และแตกแยกกันทางความคิด ซึ่งหมายถึงว่า วิธีการที่โลกจัดการกับปัญหาเหล่านี้ มาตรการที่ผู้นำโลก พยายามใช้มาโดยตลอดนั้น ไร้ประสิทธิผลและล้มเหลว เพราะเรามุ่งแก้กันทางวัตถุ ดูตัวเลขจากกระดาษที่สวยหรู
เราหลงระเริงอยู่แต่ในโลกวัตถุ จนลืมว่า มีอีกโลกหนึ่ง คือ โลกแห่งจิตใจ โลกแห่งจิตวิญญาณ
ผมคิดว่า เขาอยากจะบอกว่า ต้นเหตุแห่งปัญหาที่แท้จริงของโลก คือ จิตใจมนุษย์ที่หยาบกระด้าง ไร้คุณธรรม และจริยธรรม และคำใหม่ของโลกที่น่าสนใจ "ศีลธรรมทาง
เศรษฐกิจ"
คืออะไร และ จะแก้ยังไง พรุ่งนี้คุยต่อ
สิงห์ขาว