ปีที่ 3 ฉบับที่ 1037 ประจำวันพุธที่ 17 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543

สหัสวรรษที่ 3

พระพุทธเจ้าคือปรัชญาเมธี ผู้ยิ่งใหญ่ของโลกก่อนยุคกรีก

ทุกเช้าที่ผมนั่งรถออกจากบ้าน จะเห็นพระภิกษุในชุดสีเหลืองทองงามอร่ามจับใจ เดินบิณฑบาตตามถนน บางทีก็มีหนุ่มน้อยเดินหิ้วปิ่นโตตามต้อยๆ เป็นภาพที่เห็นแล้วชื่นใจ น่าภูมิใจ ในวัฒนธรรมอันงดงามของเมืองไทย ที่ยังรักษาไว้ได้นับพันปี ไม่มีเปลี่ยนแปลง 

แม้ขณะนี้ กระแสนิยมตะวันตกโลกาภิวัตน์ จะระบาดไปทั่วโลก การพยายามกลืนโลกให้เป็นหนึ่ง โดยเอาความศิริไลซ์เป็นตัวนำ ดามด้วยการเผยแพร่ศาสนา เอาพระเจ้าฝรั่งนัยน์ตาสีฟ้า เข้ามาพยายามกลืนศาสนาตะวันออก

แต่พุทธศาสนาในประเทศไทย ก็ยังยืนยงอย่างสง่างาม หนักแน่นไม่สะดุ้งสะเทือน

หลายชาติได้สูญเสียศาสนาดั้งเดิมไปเรียบร้อยแล้ว เช่น ฟิลิปปินส์ เพราะถูกยึดครองเปลี่ยนมือมาหลายชาติ นับตั้งแต่สเปน ไล่มาจนถึง สหรัฐอเมริกาที่ยึดคืนมาจากญี่ปุ่นในสงครามโลกครั้งที่สอง

ณ วันนี้ ประเทศฟิลิปปินส์ประชากรกว่า 75 % นับถือคริสต์ศาสนา บาทหลวงใหญ่ระดับคาร์ดินัลมีบทบาทอย่างสูงในวงการเมือง ขนาดสามารถเปลี่ยนประธานาธิบดีได้ เมื่อวันที่มาร์กอสต้องระเห็จจากตำแหน่ง บุคคลที่เป็นหัวหอกสำคัญคือ อาร์ดินัล ซิน

ผมเคยไปประชุมที่มะนิลา ได้ฟังคาร์ดินัล ซิน ปราศรัยเรื่องการเมืองในฟิลิปปินส์ แปลกใจมากเลยถามเพื่อนฟิลิปปินส์ว่า ทำพระฝรั่งถึงยุ่งกับการเมือง เข้ามาชี้นำทางการเมืองได้ เขาตอบชัดเจนว่า ทางคริสต์ศาสนาถือว่า การเมืองก็เป็นหน้าที่ของพระ เพราะถ้าสังคมไม่เป็นสุข พระจะอยู่เป็นสุขได้อย่างไร เขาถือเป็นหน้าที่เลยทีเดียวละ

ผมถึงได้บางอ้อ เพราะต่างกับพระพุทธศาสนาในเมืองไทยชัดเลยทีเดียว

มิน่าเล่า เมื่อวันที่แม่หม้ายอาคีโน่ พาประชาชนลุกฮือขึ้นขับไล่ประธานธิบดีมาร์คอส บรรดาพระฝรั่งก็เป็นหัวขบวนสำคัญ จนในที่สุด เธอก็ชนะได้เป็นประธานธิบดีหญิง ของ ฟิลิปปินส์

ที่ติมอร์ตะวันออก ก็เช่นเดียวกัน การลุกขึ้นแบ่งแยกเกาะออกเป็นตะวันตก ตะวันออก ก็เพราะศาสนาเข้าไปยุ่งกับการเมือง การแบ่งแยกเกาะให้กลาย เป็นสองศาสนา จากนั้น ชาติตะวันตกก็เข้าแทรกแซงทั้งอาวุธและการเงิน

ยิ่งไปกว่านั้น อิทธิพลของอำนาจโลก ยังเข้าไปให้รางวัลโนเบลในการต่อสู้เพื่อสันติภาพให้แก่สังฆราชประจำเกาะ เลยยิ่งไปกันใหญ่ และแล้วชาติตะวันตกก็เข้าหนุนการต่อสู้ เพื่อแยกเกาะออกจากประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเป็นประเทศมุสลิม

และอินโดนีเซียก็ต้องเสียน้ำตา ถูกเฉือนแผ่นดินออกไป ก็เพราะเรื่องศาสนา แผนอันแยบยลของชาติตะวันตก และการที่ยอมให้พระฝรั่งเข้ามามีบทบาทในทางการเมือง

วันนี้ กบฎในฟิลิปปินส์ซึ่งเป็นชาวมุสลิมเริ่มลุกฮือขึ้นเรียกร้องขอเอกราชบ้าง ขอแยกเกาะบางเกาะออกจากประเทศฟิลิปปินส์ แต่ใช้วิธีการจับตัวฝรั่งนักท่องเที่ยวเป็นตัวประกัน เลยได้รับการประฌามจากทั่วโลก เพราะยุทธวิธีไม่แยบยล เมื่อโกรธฝรั่ง เกลียดฝรั่ง ก็ใช้อาวุธเข้าจี้เอาดื้อๆ แบบคนไร้การศึกษาและไม่มีทางเลือก ใช้วิธีสู้แบบเลือดเข้าตาอย่างนี้ เห็นจะไปไม่รอด

ผมว่า นักการเมืองไทยน่าจะฉุกคิดว่า ถ้าเอาศาสนาไปยุ่งกับการเมือง และเอาการเมืองมายุ่งกับศาสนา ผลสุดท้าย ก็มักจะเกิดบ้านแตกสาแหรกขาด กลายเป็นเหยื่อพระฝรั่ง ซึ่งมีทั้งอิทธิพล มีทั้งอำนาจเงิน มีทั้งยุทธศาสตร์และหัวใจที่ทำงานนี้ เพื่อพระเจ้าไม่บาป เป็นหน้าที่ของเขา

ในขณะที่หลวงปู่ หลวงตาของเรา ได้แต่สวดแผ่เมตตา แม้มหาเถระของเราได้แต่ห้ามว่า อย่าไปคิดร้ายต่อเขา และถ้าพระไทยโดนรังแก ก็ให้ปลงอนิจจัง ถือว่า ไม่ใช่กิจของสงฆ์ ต้องถืออุเบกขา ทั้งที่อีกฝ่ายหนึ่งถือมีดถือปืนเข้ามา ก็อย่าได้สู้ อยากได้อะไรก็ให้เอาไป

ถือภาษิตไทย แพ้เป็นพระ ชนะเป็นมาร

ตอนนี้ ผมว่า จะได้ภาษิตใหม่ แพ้เป็นพระไทย ชนะได้เป็นพระฝรั่ง 

อันที่จริง ผมว่า คนเอเชียโชคดีและเก่งกว่าฝรั่งตะวันตกเยอะ บรรดาเทคโนโลยี ตัวหนังสือ กระดาษ ล้วนเกิดในเมืองจีน มีใช้กันมาหลายพันปี ก่อนฝรั่งเสียอีก ใครดูสามก๊ก จะเห็นการเขียนหนังสือส่งสารเป็นเรื่องปรกติ ทั้งที่อยู่ประมาณ ค.ศ.100 หรือ สองพันปีมาแล้ว

ดูจากเสื้อผ้า ดูจากปราสาทราชวัง ดูจากการแต่งกาย และการรบของขุนศึก ใส่เกราะเหล็ก มีอาวุธ แม้กระทั้ง ขงเบ้งคิดโคยนตร์ เพื่อขนข้าว นี่คืออัจฉริยะชาวเอเชีย ไม่ใช่เมืองเถื่อน

ยิ่งในทางศาสนาปรัชญา ฝรั่งรู้จัก โซเครติส พลาโต อริสโตเติ้ล ปรัชญาเมธีแห่งกรีกยุคแรก ว่าเป็นผู้มีปัญญาอันสูงส่ง มีคำคมปรัชญา ต้นกำเนิดการเมืองยุคปัจจุบัน ยกย่องเป็นเลิศ

ผมไปนั่งเทียบ พ.ศ.แล้ว บุคคลที่กล่าวมานี้ทั้งหมด ล้วนแต่เกิดหลังพระพุทธเจ้า อยู่ราว พ.ศ.100 ในยุคที่ประเทศอินเดีย และชมพูทวีป เฟื่องฟูด้วยศิลปวิทยาการ เหนือชาติ ตะวันตก ปรัชญาเมธีของพระพุทธเจ้า ถูกเรียบเรียงอย่างงดงามเป็นหมวดเป็นหมู่ เป็นพระสูตร พระวินัย อยู่ในพระไตรปิฎก เป็นเรื่องราวของมนุษย์ คู่เมืองมนุษย์ชาติ

ถ้าเป็นวิชาชีววิทยาก็เป็นการศึกษาชีววิทยาทางจิต ที่อธิบายได้ลึกซึ้งละเอียดละออถึงพฤติกรรมมนุษย์ การแก้ปัญหาที่ครบสมบูรณ์แบบที่สุดยิ่งกว่า ทฤษฎีการบริหารของฝรั่ง สมัยใหม่ แม้แต่วิชาเศรษฐศาสตร์ ก็มีอยู่ในพระไตรปิฎกครบครัน ยิ่งกว่าอาดัม สมิธ นักเศรษฐศาสตร์ที่ยกย่องกันว่า เป็นพระบิดา ก็อยู่แค่ประมาณยุคพ่อขุนรามคำแหงเท่านั้น

ครับ เราโชคดีมีพระพุทธเจ้า เป็นปรัชญาเมธียิ่งใหญ่กว่านักปรัชญาชาวกรีกที่โลกยกย่อง ทรงเป็นผู้นำศาสนาคนแรก เกิดก่อนศาสดาคนดังของโลก คือ พระเยซูคริสต์ ซึ่งเกิดทีหลังกว่าถึง 543 ปี และขณะนี้มีหลักฐานที่น่าสนใจว่า พระเยซูหายตัวไป 17 ปี มีตำราหลายเล่มว่าเดินทางไปฝึกสมาธิอยู่ที่อินเดีย และศึกษาพุทธศาสนาด้วย น่าสนใจไหมล่ะ

หนังสือนี้ ชื่อ "The lost years of jesus" หรือ ปีที่หายไปของพระเยซู ว่าง ๆ จะแปลให้ฟัง

สิงห์ขาว


[หน้าหลัก][หน้า1][สหัสวรรษ]

1