ปีที่ 3 ฉบับที่ 1031 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 11 เดือนพฤษภาคม พ.ศ. 2543

หน้า 1

ศธ.ตีกรอบศัพท์ แยกพุทธ-คริสต์  บุกจับกุมสึกพระชื่อดัง ระดับเจ้าคณะอำเภอนาทวี

กรมการศาสนาเพิ่งตื่น "ไพบูลย์ เสียงก้อง" เร่งปัดฝุ่นยุติปัญหาการก๊อปปี้บัญญัติศัพท์คริสต์คอทาลิค เลียนแบบพุทธ ระบุทำให้หลายฝ่ายสับสน อาทิให้เลิกเรียก บาทหลวง ที่เป็นประมุขแห่งมิซซัง จาก "สังฆราช" เป็น "มุขนายกมิซซัง" ฯลฯ 

เมื่อวันที่ 10 พ.ค.ที่ผ่านมา นายไพบูลย์ เสียงก้อง อธิบดีกรมการศาสนา ได้มีประกาศกรมการศาสนา เรื่องบัญญัติคำเรียกชื่อตำแหน่งทางศาสนา ทั้งนี้ในประกาศดังกล่าว มีสาระ สำคัญดังนี้ กรมการศาสนากระทรวงศึกษาธิการ ขอประกาศให้ทราบทั่วกันว่า คำเรียกชื่อตำแหน่งทางศาสนาคริสต์ นิกายโรมันคาทอลิค เท่าที่ใช้กันมาแต่เดิม ยังสับสนอยู่ ไม่สะดวกแก่ทางราชการ

กระทรวงศึกษาธิการ จึงขอให้ราชบัณฑิตยสถานพิจารณา บัดนี้ ราชบัณฑิตยสถาน ได้พิจารณาบัญญัติศัพท์ขึ้นใช้เป็นทางราชการแล้วคือ

1. บาทหลวงผู้ดำรงตำแหน่งประมุขแห่งมิซซัง ซึ่งเดิมเรียกว่า อุปสังฆราช ต่อไปให้เรียกว่า มุขนายกมิซซัง

2. บาทหลวงผู้ช่วยประมุขแห่งมิซซัง ซึ่งเดิมเรียกว่า อัครสังฆราช ต่อไปให้เรียกว่า ผู้ช่วยมุขนายกมิซซัง

3. บาทหลวงผู้ปกครองโบสถ์ หรือโรงสวด ซึ่งเดิมเรียกว่า เจ้าอาวาส ตอ่ไปให้เรียกว่า อธิการโบสถ์

4. ผู้บวชเป็นบาทหลวง ซึ่งเดิมเรียกว่า พระสงฆ์ ต่อไปให้เรียกว่า บาทหลวง

5. ผู้เตรียมบวชเป็นบาทหลวง ซึ่งเดิมเรียกว่า สามเณร ต่อไปให้เรียกว่า เสมีนาร์

6. เขตปกครองคาทอลิกหนึ่ง ๆ ซึ่งเดิมเรียกว่า สังฆมณฑล ต่อไปให้เรียกว่า เขตมิซซัง

กรมการศาสนา กระทรวงศึกษาธิการ จึงประกาศให้ทราบ เพื่อใช้ในราชการต่อไป ลงวันที่ 10 พ.ค.2543

ผู้ชำนาญด้านการศาสนาคนหนึ่ง กล่าวแสดงความห่วงใยต่อพระพุทธศาสนา และสถาบันสงฆ์ ว่า ต้องขอชมเชยกรมการศาสนา ที่มีประกาศดังกล่าวออกมา เพื่อยุติความสับสน ที่เกิดขึ้น ระหว่างศาสนาพุทธและศาสนาคริสต์ ทั้งนี้ ยังมีปัญหาอีกมาก ที่จะต้องเร่งรีบแก้ไข นอกเหนือจากการใช้ศัพท์ต่าง ๆ ที่พยายามกระทำให้เหมือนกับศาสนาพุทธ โดยเฉพาะ เรื่องของจารีตประเพณี ซึ่งทางศาสนาคริสต์เอง มีเจตนาที่จะลอกเลียนประเพณีต่าง ๆ ในศาสนาพุทธอย่างจงใจ อาทิ การทำบุญกฐิน ผ้าป่า เป็นต้น ตลอดจนการจัด โต๊ะหมู่บูชา ที่พยายามทำให้เกิดความไขว้เขวระหว่างสองศาสนา อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กรมการศาสนาจะเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาต่อไปโดยเร็ววัน และ ให้คอยจับตาดูว่า มีอะไรอยู่เบื้องหลัง การประกาศใช้นี้หรือเปล่า?

เช้าวันเดียวกัน ที่ห้องพิจารณาคดี 704 ชั้น 7 ศาลอาญา ถนนรัชดา พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย) และ นายถาวร พรหมถาวร จำเลยที่ 1 และ 2 ได้เดินทางมารับฟัง การพิจารณาสืบพยานโจทก์ในคดีความผิดต่อหน้าที่ ปรากฏว่า พยานโจทก์ไม่ได้เดินทางมาศาล ขณะที่ยังมีพยานโจทก์กว่า 70 ปาก รอการสืบพยาน ทนยจำเลยจึงร้องต่อศาล ขอให้ยุติการดำเนินการตามกระบวนการและขอให้ศาลวินิจฉัย เพื่อให้การวินิจฉัยจบสิ้นโดยเร็ว ศาลจึงมีคำสั่ง ให้นำสืบพยานโจทก์ในศาลจังหวัดต่าง ๆ โดยเร็ว จากนั้น ให้ส่งผล การสืบพยานเข้าสู่สำนวนที่ศาลอาญา โดยศาลได้นัดให้ฟังการพิจารณาอีกครั้งในวันที่ 7 มิ.ย.2543 เวลา 09.00 น.

ทางด้าน นายวิสุทธิ์ พึ่งประดิษฐ์ รองประธานชมรมชาวพุทธสากล และคณะได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือถึงอธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อร้องเรียนถึงกรณี นายไมเคิล ศิลปินแสดงภาพถ่ายเลียนแบบพระภิกษุสงฆ์ ซึ่งเป็นการดูหมิ่นต่อสถาบันสงฆ์ โดย ดร.กมเลสน์ สันติเวชชกุล ผอ.ฝ่ายจัดการงานนิทรรศการ รับปากว่า จะดำเนินการสืบสวน เรื่องดังกล่าว และ ได้มีคำสั่งปลดภาพถ่ายของ นายไมเคิล ตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.แล้ว

บุกจับกุมสึกพระชื่อดัง ระดับเจ้าคณะอำเภอนาทวี

เมื่อเวลาประมาณ 09.00 น. เมื่อวานนี้ (10 พ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบ ได้บุกจับกุม พระสุนทรราชมานิตเถร (พระชยันตร) เจ้าอาวาสวัดในวัง และเจ้าอำเภอนาทวี จ.สงขลา ในข้อหา ปลอมแปลงเอกสารเครื่องราชฯ ทำร้ายร่างกายนายโอส อินทร์สุวรรณ ตัดไม้จากป่าสงวนแห่งชาติ แล้วพาชาวบ้านเผาไม้ของกลาง เกี่ยวข้องกับ คดีฆ่าคนตาย หลายคดี และพยายามฆ่านายศักดิ์ รัตนเสถียร กำนัน ต.นาทวี 

โดย พล.ต.ต.อัศวิน ขวัญเมือง ผบก.ป. พร้อมด้วย พ.ต.อ.ประยนต์ ลาเสือ ผกก.5 ป. พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง ผกก.2ป. ได้ร่วมกันทำการสอบสวนปากคำ พระสุนทรราชมานิตเถร จากนั้น พล.ต.ต.อัศวิน ได้เปิดเผยภายหลังการสอบปากคำว่า ได้สอบถามพระสุนทรราชมานิตเถร ว่า จะยอมลาสิกขาหรือไม่ แต่ทางพระสุนทรราชมานิตเถร ขอเวลาปรึกษา ทนายความก่อน ซึ่งหากไม่ยอมสึกก็ไม่เป็นไร เพราะทางพนักงานสอบสวนมีหลักฐานพยานเพียงพอ ในการดำเนินคดีอย่างแน่นอน ส่วนเรื่องการประกันตัว ต้องให้ ผู้บัญชาการ ตำรวจสอบสวนกลางเป็นผู้อนุมัติ ซึ่งถ้าไม่อนุมัติให้ประกัน ก็ต้องสึกอยู่ดี

ด้านพระสุนทรฯ กล่าวว่า ขอให้การปฏิเสธตลอดข้อกล่าวหา และคงจะต้องสึก เพื่อออกไปต่อสู้คดีในชั้นศาล ซึ่งต่อมา พระสุนทรฯ ได้ ยอมเซ็นหนังสือว่า ได้สึกจากสมณเพศเอง โดยไม่มีใครบังคับ จากนั้นได้เปลี่ยนจากจีวรมาเป็นชุดธรรมดา สวมเสื้อยืดสีเขียว สวมกางเกงขายาวสีดำ

แหล่งข่าวแจ้งว่า นายชยันตร อภิสุภาพ อดีตเจ้าคณะ อ.นาทวี จ.สงขลา ได้ถูกเกลี้ยกล่อมให้ลาสิกขา โดยแจ้งว่า จะให้โอกาสประตัวออกไปสู้คดีในชั้นศาลต่อไป และ ยังไม่ทราบว่า พระดังๆ รูปใด จะเป็นรายต่อไป


[หน้าหลัก][หน้า1]

1