ปีที่ 3 ฉบับที่ 1021 ประจำวันอาทิตย์ที่ 30 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543 |
เมื่อลูกศิษย์ชูเจ้าคุณธรรมปิฎกเสมอกับสมเด็จพระพุฒาจารย์ในงานสัมมนา
เมื่อวานนี้ 29 เมษา เพื่อนพ้องน้องพี่ที่มีชื่อในทะเบียนบ้านภายใน 35 จังหวัดที่จัดให้มีการเลือกตั้งสว. อีกรอบ ต่างก็พากันไปใช้สิทธิ์ค่อนข้างกะหร็อมกะแหร็ม
ที่พิมพ์ไทยเองก็พอกัน พนักงานส่วนใหญ่หัวแม่โป้งสะอาดขาวฉ่อง ไร้ร่องรอยเปรอะหมึก
เมื่อถามว่า ทำไมไม่ไปโละเมียกะเขาบ้าง คำตอบคือ ยังไม่ถึงเวลา
ถามรุกเข้าไปอีกว่าก็วันนี้วันเลือกตั้งสว. ไฉนบอกมาว่า ไม่ถึงเวลา
หลายคนตอบไม่ต้องเสียเวลาคิดว่า คนที่ถูกใจเลือกไปก่อนหน้านี้แล้ว ที่เสนอหน้ามาให้เลือกซ้ำอีกมีทั้งคนน่ารักและน่าชัง แต่มูลเหตุจูงใจให้นอนหลับทับสิทธิ์มีมากกว่า
ถามว่า อะไรคือมูลเหตุจูงใจที่ว่านั่น
ไม่มีอะไรมาก เบื่อว่ะ
เป็นงั้นไป
หนุ่มน้อยหน้ามนอายุเพิ่งจะครบบวชพระเมื่อ 10 ปีที่แล้ว แต่รวยลูกเหลือเกิน ต้องส่งเสียให้ลูกเรียนหนังสือถึง 3 คน ตั้งป้อมตอบคำถามแทนเพื่อนฝูงอย่างไม่ลังเลใจต่อไปอีกว่า
ปู่โอม เดือนหน้านี้แล้วเด็กเปิดเทอม ถึงคราวที่ผมจะต้องไปโละเมียที่โรงจำนำ ของมีค่าภายในบ้าน สำรวจดูแล้วไม่พอค่าใช้จ่ายอย่างแน่นอน ผมงง มืดไปหมดแล้ว
เสียงแซวสอดเข้ามาว่า เมื่อไม่มีอะไรจำนำ ก็เมียไงวะ
ผมนึก (แค่นึกจริงๆ) อยู่ในใจว่า คนโสดคนไม่มีครอบครัวนี่ช่างไม่รู้อะไรเอาเสียเลย หารู้ไม่ว่า สถาบันครอบครัวนั้น ของหวงแหนและต้องเคารพยำเกรงอันดับหนึ่ง คือ เมีย อันดับสองคือ พ่อแม่ พระเจ้าจะตกไปเป็นอันดับสามหรือเปล่านั้น ผมไม่แน่ใจ
ผมพยายามปะติปะต่อเรื่องราวตอนที่ วิชัย ตันศิริ เข้ามารับตำแหน่งรัฐมนตรีช่วยศึกษาใหม่ ๆ จำได้ว่า วิชัย ตันศิริ คนนี้แหละ ที่ประกาศจะบริหารงานส่วนที่เกี่ยวกับพระศาสนา ตามคำแนะนำหรือตามแนวทางของท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก
ผมเคยประกาศซ้ำซากไม่รู้เบื่อว่า พระเดชพระคุณพระธรรมปิฎก ท่านเป็นพระเถระที่น่าเคารพยกย่อง ท่านเป็นปราชญ์แห่งยุคที่หาตัวจับยาก ท่านเป็นคลังสรรพวิทยาการ ทางพระพุทธศาสนาของโลกพุทธศาสนา
ผมชื่นชมและศรัทธาในตัวท่านครั้งเป็นสามเณรนั่งรถรางมาลงที่หลักเมือง หมกตัวอ่านหนังสืออยู่ในหอสมุดแห่งชาติ จนลืมฉันเพล
ปฏิปทาที่เคร่งในพระวินัย ครองผ้าไตรเท่านั้น ไม่มากกว่านี้ หากจะซักสบงก็จะนำจีวรหรือสังฆาฎิมานุ่งแทนสบง
ปฏิปทาน่ารักเช่นว่านี้ มีพระไม่กี่รูปในเมืองไทยที่ทำเช่นท่าน
ณ วันนี้ ผมก็ยังศรัทธาไม่เคยเสื่อมคลายไปจากท่านเลย ทั้งต่อหน้าและลับหลัง
หลายครั้งที่ผมเขียนถึงท่าน ก็เขียนด้วยความเคารพนับถือและเป็นห่วง
เคารพนับถือเป็นเรื่องส่วนตัว ไม่จำเป็นต้องขยายความ แต่คำว่า เป็นห่วงนี่ผมห่วงจริง ๆ และห่วงอย่างบริสุทธิ์ใจ ไม่มีกระแนะกระแหน
ต้องยอมรับกันละครับว่า ท่านเจ้าคุณเป็นพระนักวิชาการ แตกฉานในพระไตรปิฎกไม่มีใครเสมอเหมือน นี่คือสิ่งที่ท่านเป็น
สิ่งที่ท่านไม่ใช่และไม่เป็นคือ ท่านไม่ใช่พระนักปฏิบัติทั้งสมถะและวิปัสสนา แม้จะเป็นสุปฏิปันโน ไม่ละเมิดอาบัติน้อยใหญ่ในพระธรรมวินัยก็ตาม
นี่คือ น้ำหนักที่ท่านหดหายไป
สิ่งที่ท่านไม่ใช่และไม่เป็นอีกข้อหนึ่งคือ ท่านไม่ใช่พระสังฆาธิการ ระดับบริหารคณะสงฆ์ งานเจ้าคณะตำบล อำเภอ จังหวัด และภาค กระทั่ง มส. เป็นงานที่ละเอียดอ่อน
จะนำ
พระธรรมวินัยมาเป็นกรอบหรือแนวนิติศาตร์ ไม่เป็นการเพียงพอ พระผู้บริหารต้องเรียนรู้ และนำหลักรัฐศาสตร์เข้าเกี่ยวข้องด้วย งานศาสนจักรจึงจะก้าวเดินไปได้
มิเช่นนั้น วัดบวรนิเวศคงไม่มีพระไพรีพินาศออกมาให้คนบูชา ห้องกระจกคงไม่นำใบเชิญชวน เกี่ยวกับเครื่องรางของขลัง ไปแปะริมรั่วพระตำหนักที่ประทับสมเด็จฯ หรือวัดต่าง ๆ ทั่วราชอาณาจักร คงไม่มีการออกวัตถุมงคลให้คนบูชากันดาษดื่น
รู้ละครับว่า นั่นไม่ใช่แก่น แต่ต้นไม้นั้น ความสำคัญไม่ใช่อยู่แค่แก่น เปลือกและกระพี้หุ้มเปลือกแก่น ก็ทำให้ต้นไม้ยืนอยู่ได้มิใช่หรือ??
พระเดชพระคุณเป็นพระสังฆาธิการระดับเจ้าอาวาสวัดราษฎร์เล็ก ๆ เช่น วัดญาณเวศฯ ที่มีพระเณรไม่กี่รูป ประสบการณ์คงหดหายไป
พูดถึง วิชัย ตันศิริ ไว้ตอนต้นโยงมาที่ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎก เพราะเกิดความเป็นห่วงในตัวท่านเจ้าคุณ เพราะกลัวไปว่า นักการเมืองที่อ้างตัวว่า เป็นศิษย์ของท่านนั้น จะใช้ท่านเป็นตัวชน หรือหัวหอก ส่วนตัวนักการเมืองจะทำตัวเป็นด้ามหอกที่อยู่ในกำมือของเขาเอง
ตัวอย่างง่าย ๆ ปรากฏในสื่อและที่สาธารณะเมื่อวันที่ 26 เมษายนที่ผ่านมา งานสัมมนาทางวิชาการที่กรมการศาสนา จัดขึ้นที่พุทธมณฑล ซึ่งก็คือ งานของ วิชัย ตันศิริ นั่นเอง
สถานที่เดียวกัน เวลาเดียวกัน ลูกศิษย์นักการเมือง เช่น วิชัย ตันศิริ ชูท่านเจ้าคุณขึ้นสูงเทียบเท่าสมเด็จฯ ที่ครองพระอารามหลวงชั้นเอก เป็นมส.รูปต้น ๆ
รองจากสมเด็จ พระสังฆราช
เท่านั้น
เจ้าคุณพระธรรมปิฎก เป็นแค่ระดับชั้นธรรม เจ้าอาวาสวัดราษฎร์เล็กๆ ถูกชูขึ้นมาเสมอเจ้าประคุณสมเด็จ ซึ่งรองจากสมเด็จพระสังฆราช
ท่านเจ้าคุณขอรับ ลูกศิษย์ตัวดีทำให้ท่านเจ้าคุณต้องเศร้าร่วมกับผมบ้างไหม?
อ้อ !! ปีที่ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระพุฒาจารย์ เป็นพระราชาคณะหรือเจ้าคุณนั้น ดูเหมือนว่า ท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎกยังเป็นสามเณรประยุทธหรือไงนี่แหละ
ปู่โอม