ปีที่ 3 ฉบับที่ 1019 ประจำวันเสาร์ที่ 29 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543

วิวาทะ

ขอแสดงความยินดีกับพระธรรมโมลี-เจ้าคณะภาค 1

ณ ตรงนี้ ผมเคยบอกไว้แล้วครั้งหนึ่งว่า ผมไม่เล่นการพนันโดยเฉพาะหวย ทั้งหวยรัฐและหวยราษฎร์ ผมเหมาว่า เป็นอบายมุขทั้งหมด

ตามประสาปุถุชนคนมักอยู่ไม่สุข ผมเกิดฝันขึ้นมาเห็นเลข 3 ตัวชัดเจน แรกก็กะว่า จะอุบไว้ไม่บอกใคร แต่มันเกิดปากคันขึ้นมา เลยบอกคนข้างบ้าน เผอิญคนข้างบ้านก็เป็น แม่ค้า เสียด้วย แกเล่นเลขตัวที่ผมบอก มันเกิดถูกขึ้นมาจริง ๆ 

ไม่มีการสลับตำแหน่งเลยหละ เรียงกันเดี๊ยะตั้งแต่หลักร้อย หลักสิบ หลักหน่วย

บอกแล้วไงครับว่า ปากแม่ค้า ข่าวกระจายออกไปอย่างรวดเร็วยิ่งกว่ากรมประชาสัมพันธ์ของคุณหญิงแอ๋วซะอีก

พวกจะให้ผมเป็นเกจิให้ได้ โทรศัพท์ถึง กดออดเรียก แถมไปออกัน ขอเลขเต็มหน้าบ้าน

สังคมไทยวันนี้ ชักจะบ้ากันใหญ่แล้ว รัฐบาลนั่นแหละตัวดีส่งเสริมให้ประชาชนหลงงมงายอยู่กับหวยกับเบอร์รัฐบาลแล้วรัฐบาลเล่า

ถ้าแน่จริง สั่งยุบกองสลากไปเสียเลยจะได้หมดเรื่อง สุจริตชนจะได้ทำมาหากินตามอัตภาพ ไม่ต้องไปหลงใหลมัวเมากับล๊อตเตอรี่ บ้า ๆ บอๆ พรรค์นั้น

แปลกครับ แปลกจริง ๆ ผมลงทุนเขียนป้ายแผ่นใหญ่ติดไว้ที่หน้าบ้าน ป้ายนั้นเป็นคำสาปว่า ถ้าใครเล่นเลขเล่นหวย อย่างได้ทำมาค้าขายขึ้น

ตกกลางคืนทั้งที่ก่อนล้มตัวนอนก็สู้อุตส่าห์สวดมนต์ไหว้พระเสียดิบดี จิตของผมยังประหวัดไปถึงตัวเลขอีกจนได้ มันเป็นเลข 3 ตัวอย่างที่เคยฝันเห็นมาก่อนหน้านี้ นั่นคือ 165

ตัวเลขฝันที่นำมาบอกในที่สาธารณะนี้ ผมไม่ประสงค์ที่จะให้ใคร ๆ นำไปซื้อหวยซื้อเบอร์ทั้งบนดินและใต้ดิน

ถ้าใครยังขืนรั้นนำไปตีเป็นเลขเด็ด ก่อนอื่นต้องได้รับการประฌามจากผม เราต้องรู้จักทำมาหากิน เงินจึงจะมานอนอยู่ในกระเป๋า

ไม่มีมนุษย์คนไหนเสพสุขจากเม็ดเงินที่ได้มาจากอบายมุขเลยสักราย

ต่อให้เป็นนายบ่อนนายเบี้ย มีเงินเก็บจากค่าต๋งเป็นร้อยล้านพันล้าน คนพวกนั้น มันหาความสุขใส่ตัวแบบสบายหัวใจไม่ได้อย่างเด็ดขาด

จะเอาอะไรกันนักกันหนา ฝันก็แค่ฝัน ห่างไกลจากเรื่องจริงสาเหตุของการฝันตามหลักพระพุทธศาสนา มีอยู่ 4 อย่าง คือ เทพนิมิต จิตอาวร เทพสังหรณ์ และธาตุวิปริต ความฝัน ของผมคงจะเข้าหลักเข้าเกณฑ์อย่างใดอย่างหนึ่ง ข้างต้นนี้กระมัง

เมื่อวานนี้ ผมหมายถึงวันที่ 27 เมษายน ข่าววงการศาสนาที่แพร่สะพัดออกไป เกี่ยวกับพระเดชพระคุณรักษาการเจ้าคณะภาค 1 คือ เจ้าคุณพระเทพสุธี ขอลาออกจากตำแหน่ง รักษาการเจ้าคณะภาค 1

ข่าวนี้สั่นสะเทือนวงการพระศาสนาเป็นอย่างยิ่ง จะด้วยเหตุผลส่วนตัวของท่านเจ้าคุณเอง หรือด้วยเหตุผลอื่นใดก็ตาม สิ่งที่น่าคิดติดตามมาก็คือ มีอะไรอยู่เบื้องหน้าเบื้องหลัง จนเป็นสาเหตุให้ท่านต้องสละภาระหน้าที่ดังกล่าวนั้น

ถึงวันนี้ อดคิดถึงพระเดชพระคุณท่านเจ้าคุณพระพรหมโมลี วัดยานนาวา ไม่ได้

พระคุณเจ้ารูปนั้น เสมือนเป็นเพชรเม็ดงามที่ประดับวงการพระศาสนา

เมื่อเพชรเม็ดนั้น ต้องหลุดลอยออกนอกเส้นทางไป ก็ยังส่งประกายของความเป็นเพชรได้อย่างแพรวพราว ดูเหมือนว่า จะยิ่งสุกใสกว่าเดิมเสียด้วยซ้ำ เมื่อคำนึงถึงหลักการคือ พระธรรมวินัยที่พระภิกษุในพระพุทธศาสนานี้ จะต้องเทิดทูนไว้เหนือชีวิต หมายความว่า แม้จะตายก็ยอม แต่ไม่ยอมอย่างเดียวคือ ไม่ยอมเสียหลักการเด็ดขาด

ปฏิปทาของพระคุณเจ้าพระพรหมโมลี ได้รับการแซ่ซร้องสรรเสริญจากชาวพุทธผู้หนักแน่นในพระศาสนาทั่วประเทศ

ล่าสุด เมื่อวันที่ 26 เมษายน ที่ผ่านมา เพชรเม็ดงามที่ส่องประกายวาววาม ประดับวงการพระศาสนามาตลอด ร่วมกับพระพรหมโมลี ก็ต้องลงมือจากรักษาการเจ้าคณะภาค 1 นั้น คือ พระเดชพระคุณพระเทพสุธี วัดสามพระยา 

พระเทพสุธีนั้น วุฒิการศึกษาของท่านจบเปรียญ 9 ประโยค และไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยพาราณสี ประเทศอินเดีย สำเร็จการศึกษา ระดับปริญญาเอก

พระคุณเจ้าในฐานะรองเจ้าคณะภาค 1 จึงร่วมเป็นคณะผู้พิจารณาชั้นต้นครั้งที่พระพรหมโมลี เป็นหัวหน้าคณะ โดยมีวินิจฉัยร่วมกันว่า กรณีนิคหกรรมพระธัมมชโย เป็นอันยุติลงแล้วอย่างสมบูรณ์

เมื่อท่านได้รับการแต่งตั้งให้รักษาการเจ้าคณะภาค ท่ามกลางแรงกดดันให้ท่านเดินเรื่องนิคหกรรมต่อ และสื่อต่าง ๆ ตั้งความหวังไว้ว่า ท่านจะเดินหน้าต่อไปตามคำเรียกร้อง

ด้วยความเห็นที่เด็ดเดี่ยวไม่ตื่นกระแสและเป็นตัวของตัวเองโดยยึดพระธรรมวินัยเป็นที่ตั้ง ท่านจึงปฏิเสธกระแสนั้นเสีย ตำแหน่งรักษาการเจ้าคณะภาค 1 จึงหลุดลอยไป

เมื่อ 18.00 น. ของวันที่ 27 เมษายน ที่ผ่านมา หลังจากที่ วิชัย ตันศิริ รมช.ศึกษาธิการ หงุดหงิดมายาวนาน จึงเข้านมัสการเจ้าประคุณ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม คำสั่งแต่งตั้งพระเดชพระคุณ พระธรรมโมลี วัดพิชัยญาติการาม ให้รักษาการเจ้าคณะภาค 1 จึงปรากฏออกมา

พระธรรมโมลีนั้น ปัจจุบันท่านเป็นเจ้าคณะภาค 15 อยู่แล้ว พระเดชพระคุณเป็นพระเถระที่มีความรู้ความสามารถสูงรูปหนึ่งของสงฆ์ไทย มีความเป็นอิสระเสรี ในการตัดสินใจ อย่างยอดเยี่ยม ที่จะหาผู้เสมอเหมือนยาก

ณ วันนี้ คอลัมน์วิวาทะ จึงขอแสดงมุทิตาจิตต่างดอกไม้ธูปเทียน ถวายสักการะแด่พระคุณเจ้าเป็นตัวอักษร

งานพระศาสนาในยามนี้ ตกอยู่ในท่ามกลางกระแสอันเชี่ยวกรากของนักการเมืองผู้ทรงอำนาจ และนักการเมืองเหล่านั้น ขาดความรู้เรื่องพระธรรมวินัยอย่างน่าเป็นห่วง คอยรับฟัง แต่กระแสสื่อในแต่ละวัน

นับถอยหลังเป็นชั่งโมงจากนี้ไป ประชาชนชาวพุทธไทยให้ความสนใจเป็นพิเศษว่า สื่อต่าง ๆ และนักการเมืองจะเล่นงานพระผู้ปฏิบัติเป็นรายต่อไปหรือไม่ หากไม่ทำตาม

จะได้รู้เสียทีว่า คราวนี้ ถ้ายังทำไม่ถูกใจสื่อและไม่ถูกใจนักการเมืองอีก เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์จะลงไปเล่นเสียเอง ก็เข้าท่าดี ประวัติศาสตร์จะได้จารึกว่า สมเด็จ พระมหาธีราจารย์ ถูกนักการเมืองรุ่นหลานขอร้องให้มาเป็นเจ้าคณะภาค 1 และเดินหน้านิคหกรรมต่อไป

กว่าจะถึงวันนั้น นักการเมืองเหล่านั้นหายหน้าไปไหนแล้ว ก็ไม่รู้ แล้วเจ้าประคุณสมเด็จ จะถึงความวังเวงเป็นอย่างยิ่ง เอวํ

ปู่โอม


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ]

1