ปีที่ 3 ฉบับที่ 1005 ประจำวันอังคารที่ 18 เดือนเมษายน พ.ศ. 2543 |
โปรดเสพธรรมะดี ๆ จากพระสุปฏิปันโน
หลายโอกาสที่ผ่านมา คอลัมน์วิวาทะทำหน้าที่สวนคำสวนกระแสกับผู้ที่เหยียบย่ำทิ่มแทงพระพุทธศาสนา
เราออกรับเป็นหน้าด่าน ไม่ว่าจะเป็นพระเณรเถรชี หรือ ฆราวาสหัวดำ
หากผู้ใดอยากเด่นอยากดังหวังเอาสถานการณ์ทางพระพุทธศาสนา เป็นเครื่องมือ เรายอมไม่ได้ ให้สติกันอย่างนิ่มนวล หยุดแล้วก็หยุดกัน
ถ้าอย่าหรือยอแล้วยังไม่ฟัง ขอโทษที วาทะแรงๆ จากเรา จะโบยบินโต้ตอบทันที
พระพุทธศาสนาเป็นสมบัติอันล้ำค่าของมวลพุทธศาสนิกชน ควรค่ายิ่งแก่การหวงแหน ควรค่าอย่างที่สุดในการปกปักษ์รักาา ให้คงอยู่คู่ชาติไทย
เราเต็มใจที่จะเป็นหมาเฝ้ามหาสมบัติทรงค่าที่ตกทอดมาจากบรรพบุรุษ ณ วันนี้
ท้องทะเลหลวงไม่เคยไร้คลื่นลม เบาบางหรือรุนแรงนั่นอีกเรื่องหนึ่ง
พระพุทธศาสนาในสังคมไทยวันนี้ ไม่ผิดกับท้องทะเลหลายเพลาที่นักป่วนศาสนาก่อเหตุขึ้น สร้างความสับสนอลหม่านจนจับต้นชนปลายไม่ถูก ผลคือริ้วรอยแห่งความบอบช้ำ ไม่น่าเชื่อว่า เกิดจากความจงใจของผู้ที่อ้างตัวเป็นพุทธ
เขาผู้นั้น มีสถานภาพสูงในวงสังคม มีเกียรติ มีศักดิ์ศรี ตามสายตาของคนทั่วไป เขาผู้นั่นเป็นใคร อยู่ที่ไหน และเขาหวังอะไร สังคมไทยรู้
ผู้มีวิจารณญาณไตร่ตรองรู้ชัดยิ่งขึ้นถึงจุดประสงค์ของคนพวกนี้ ได้แต่แผ่เมตตาแบบปลง ๆ ขอให้เป็นเรื่องของวัฏฏะ ตัดสินชี้ขาดชะตากรรมของเขาในวันใดวันหนึ่งข้างหน้า ทำได้เพียงเท่านี้
หลังสงกรานต์ สังคมไทย เริ่มต้นนับหนึ่งกันใหม่ อะไรต่ออะไรดูว่า ราบเรียบไปหมด ไม่ผิดอะไรกับทะเลปลอดคลื่น
เราเจริญรอยตามหลวงตามหาบัวกันดีไหม
หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน หรือ พระธรรมวิสุทธิมงคล พระผู้ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบแห่งยุค ท่านเป็นเสมือนหนึ่งเทพเจ้าของพวกเราชาวไทย ด้วยอายุวัยที่สูงถึง 85-86 ขวบปี แต่สังขารร่างกายของท่าน ดูซ่อนความชราไว้อย่างไม่น่าเชื่อ ยิ่งสำนวนโวหารทางธรรมะของท่านด้วยแล้ว มีแต่ความเด็ดขาดแหลมคม เต็มไปด้วยความสง่าผ่าเผย
ไม่มีผู้ใด เสมอเหมือน
ล่าสุดเมื่อ 16.00 น. ของวันที่ 16 เมษายน ที่ผ่านมา พระคุณเจ้าหลั่งสายธารแห่งอมตธรรมโปรดญาติโยม ณ วัดอโศการาม จ.สมุทรปราการ มีข้ออรรถข้อธรรมลุ่มลึก
ฟังแล้ว กินใจดีแท้
"จิตที่ฝึกอบรมดีแล้ว ศึกษาภาวนาจนได้ที่จะสามารถค้นพบสิ่งมหัศจรรย์ที่มีอยู่ในร่างกายของเราได้
สิ่งมหัศจรรย์นี้คือ แก่นธรรมอันล้ำเลิศของพระพุทธเจ้า ธรรมะอันนี้เป็นของแท้จริงแสนประเสริฐ
ไม่มีปัจจัยใด ๆ มาปรุงแต่ง ไม่มีคำว่า อนิจจัง ไม่มีคำว่า ทุกขัง และไม่มีคำว่า อนัตตา
ขอให้ทุกคนใช้โอกาสอันดีนี้ เร่งประกอบคุณความดี ให้เข้าถึงแก่นธรรมโดยไม่ประมาท แล้วจะพบแสงสว่างอันเจิดจ้าเกิดปัญญาในที่สุด
สำหรับผู้ที่เป็นพระ อย่าสักแต่ว่า หัวโล้น หากไม่เร่งสร้างความดี ก็จะถูกกิเลสเข้าครอบงำ เพราะยังเป็นผู้มีกิเลสอยู่ รีดไถชาวบ้าน อย่าให้เงินเข้าไปมีอำนาจ"
ตอนท้ายสุด หลวงตาพระมหาบัว เทศนาโปรดศรัทธาญาติโยมแบบเปิดใจว่า
ท่านได้บำเพ็ญเพียรมายาวนาน หลีกเร้นจากสังคม มุ่งหน้าเข้าสู่ป่าเขาลำเนาไพร พักอาศัยตามโคนไม้และเถื่อนถ้ำ จนเห็นมรรคเห็นผลที่พระพุทธเจ้าทรงสั่งสอน ถึงขณะนี้ ไม่จำเป็นต้องบำเพ็ญเพียรแล้ว ท่านเห็นผลแห่งธรรมมา 50 ปีแล้ว
หลวงตาพระมหาบัวยังย้ำอีกว่า พูดออกมาอย่างนี้ จะมากล่าวหากันว่าโอ้อวด ถ้าคิดเช่นนั้น พระพุทธเจ้าก็อวดด้วยซิ อาตมาไม่เคยคิดจะยกตนไปเปรียบกับพระพุทธเจ้า แต่ได้ปฏิบัติตามพระธรรมที่ทรงสั่งสอน จนรู้จนเห็นหมดความกังขา สงสัยเช่นเดียวกับพระอรหันต์ทั้งหลายทั่วไป
ท้ายสุดหลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน เทศน์แบบกระเทาะใจคนว่า
"คนที่กล้าบอกว่า พระอินทร์ พระพรหม เทวดา ไม่มีจริง อย่าได้ไปเชื่อมัน พวกมันเป็นคนตาบอด มองไม่เห็นนรกสวรรค์ จะไปเชื่อมัน ทำโคตรพ่อโคตรแม่มันทำไมกัน ในเมื่อมันเป็นคนตาบอด"
สาธุ เกิดมาเป็นมนุษย์กับเขาทั้งที ไม่เสียชาติเกิดที่มีโอกาสได้สดับรับฟังพระธรรม จากพระสุปฏิปันโน เช่น หลวงตาพระมหาบัว
สมควรอย่างยิ่งที่ผู้ใคร่ในอรรถในธรรมของพระพุทธเจ้า น้อมนำคำสอนของหลวงตา มาเป็นบรรทัดฐานในการประพฤติปฏิบัติ
เพื่อกะเทาะกิเลสออกจากกมลสันดาน
แม้จะกำจัด
กิเลสออกได้เพียงนิดๆ หน่อย ๆ ก็ถือได้ว่า ทำหน้าที่ ของความเป็นพุทธศาสนิกชนได้บ้างไม่มากก็น้อย
ขอพระธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้าที่หลวงตาพระมหาบัว ญาณสัมปันโน นำมาเทศนาสั่งสอน จงเป็นพลังสร้างสรรค์ ให้พระพุทธศาสนาเจริญสถาพร คงอยู่คู่ชาติไทยด้วยเถิด
ปู่โอม