ปีที่ 3 ฉบับที่ 986 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
คดีพระธัมมชโย หลักฐานหลวม
สมุห์บัญชีแบงก์ ไม่ยอมรับรองเอกสารของธนาคาร ที่ฝ่ายกรมการศาสนา นำมาประกอบคำฟ้องคดีพระธัมมชโย โดยอ้างเพียงว่า เป็นเอกสารที่ไม่มีการรับรองตามระเบียบ
ยอมรับ
เข้าไปรับเงินฝากในวัด 8 ปีเต็ม จากตู้บริจาค แต่ไม่เคยพบหน้าพระธัมมชโย แม้แต่ครั้งเดียว รวมทั้งไม่เคยเห็นบัญชีส่วนตัว
ตามที่เป็นข่าวแต่ประการใด
ด้านพระภาณุมาศ
เตรียมขึ้นศาลวันนี้
ไต่สวนมูลฟ้องคดีที่พระทัตตชีโว ฟ้อง ตือ-ไพบูลย์ และพระสุเมธาภรณ์
ผู้สื่อข่าวรายงานจากศาลอาญาว่า เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 29 มี.ค.2543 (เมื่อวานนี้) ที่ห้องพิจารณาคดีที่ 704
ผู้พิพากษาได้ขึ้นนั่งบัลลังก์ พิจารณาการเบิกความพยานโจทก์ คดีความผิดต่อหน้าที่ราชการ โดยมีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโย กับพวกอีก 2 คน เป็นจำเลย ในการนี้ฝ่ายโจทก์ได้เบิกความ น.ส.ธิติมา เพียงทองสกุล
สมุห์บัญชี ธนาคาร
กรุงศรีอยุธยา สาขารังสิต ขึ้นเป็นพยาน โดยมีพระภิกษุและประชาชนผู้ให้ความสนใจ เข้ารับฟังประมาณ 270 คน
น.ส.ธิติมา เบิกความว่า มีอายุ 33 ปี ตำแหน่งสมุห์บัญชีและสินเชื่อ ได้เคยเจ้าไปรับฝากเงินที่วัดพระธรรมกาย เดือนละ 2 ครั้ง ระหว่างปี 2534-2535
ซึ่งธุรกรรม ที่ทำมีทั้งรับ
ฝากเงิน เบิกถอน รวมไปถึงการโอนเงินไปยังสาขาในต่างจังหวัด ของวัดพระธรรมกาย ซึ่งทนายความโจทก์ ได้แสดงเอกสารประกอบการเบิกความตลอดเวลา จนถึงเวลา 10.45 น. ศาลจึงมีคำสั่งให้หยุดพัก ตามที่ทนายความจำเลยร้องขอ และนัดให้เข้าเบิกความอีกครั้งในเวลา 12.30 น.
การพิจารณาในรอบบ่าย นาสนธยา โพธิ์แดง ทนายความฝ่ายจำเลย ได้ขึ้นซักค้านพยานโจทก์ เป็นเวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จึงเสร็จสิ้น หลังจากนั้น
ศาลได้อ่านคำให้การเบิก
ความพยานโจทก์ จบแล้วจึงได้นัดเบิกความอีกครั้งในวันที่ 5 เม.ย.2543 เวลา 09.00 น.
นายวิระศักดิ์ ฮาดดา หัวหน้าสำนักงานมูลนิธิวัดพระธรรมกาย กล่าวภายหลังการพิจาณาคดีเสร็จสิ้นว่า การซักค้านของทนายความฝ่ายจำเลย ได้ถามพยานว่า
เอกสารที่แสดง ถึง
การฝากถอนเงินของวัดพระธรรมกายนั้น เป็นเอกสารที่ถูกต้องได้หรือไม่ พยานให้การยอมรับว่า เป็นสำเนาเอกสารที่พิมพ์ออกมาจากธนาคาร โดยไม่มีการรับรองสำเนา
ซึ่งตน ไม่เคยเห็นมาก่อน จึงไม่สามารถรับรองได้ว่า ถูกต้องหรือไม่
นอกจากนี้ พยานได้ให้การว่า ทำงานที่ธนาคารดังกล่าวมา 8 ปี ไม่พบว่า มีบัญชีเงินฝากส่วนตัวของพระธัมมชโย แต่อย่างใด เงินที่พยานรับจากวัด เมื่อมีงานบุญที่สำคัญ
ก็นำ เข้าฝากในบัญชีของวัด และตลอดเวลาที่ผ่านมา พยานเข้าไปรับเงิน ก็ไม่เคยพบกับพระธัมมชโยมาก่อน แม้ว่า จะเข้าไปรับเงินฝากจากตู้บริจาคถึงเดือนละ 2 ครั้ง
ด้านพระภาณุมาศ ภาณุปาโณ พระลูกวัดพระธรรมกาย กล่าวว่า กระบวนการนิคหกรรม ต่อพระธัมมชโย ไม่ทราบว่า ดำเนินการไปถึงไหนแล้ว
แต่อาตมาจะต้องเดินทาง ไปให้
ปากคำ ในฐานะพยานโจทก์ ในการไต่สวนมูลฟ้องของศาลจังหวัดธัญบุรี ในวันนี้ (30มี.ค.) ในกรณีที่พระทัตตชีโว ฟ้องต่อศาลในข้อหาว่า เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ โดยมีนายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.ศึกษาธิการ เป็นจำเลยที่ 1 นายไพบูลย์ เสียงก้อง อธิบดีกรมการศาสนา เป็นจำเลยที่ 2 กับพวกอีก 2 คน
หลังจากการไต่สวนพยาน
เสร็จสิ้นแล้ว ก็จะเป็นขั้นตอนของการพิจารณาของศาลว่า คดีจะมีมูลพอรับคำฟ้องหรือไม่ต่อไป
"นอกจากนี้ ทางวัดยังได้ยื่นฟ้องทางแพ่ง แก่พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ในข้อหาละเมิดต่อสิทธิของพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว
ในการรื้อฟื้นนิคหกรรม
ขึ้นมา ดำเนินการอีก ทั้งที่ท่านเองได้เป็นผู้วินิจฉัยให้มีอันจบสิ้นลงไปแล้ว เมื่อท่านได้ทำหน้าที่เป็นศาลชั้นต้น แต่การรื้อฟื้นคดีขึ้นมาพิจารณาใหม่ ทำให้พระวัดพระธรรมกายทั้งสองรูป ได้รับความเสียหาย ทางวัดจึงจำเป็นต้องพึงกระบวนการยุติธรรม โดยได้ยื่นฟ้องเมื่อวันที่ 20 มี.ค. ที่ผ่านมา" พระภาณุมาศ กล่าว