ปีที่ 3 ฉบับที่ 984 ประจำวันอังคารที่ 28 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
ที่มุ่งหวังที่พักพิงของชาวพุทธพระหนุ่มเณรน้อย ปธ.9
ขอประนมมือเป็นกำลังใจกับสามเณรน้อย และพระผู้สอบผ่าน ปธ.9 ผลบุญนั้น ย่อมส่งอานิสงส์ยังท่าน ทันทีที่แม่กองบาลีสนามหลวงประกาศผลสอบบาลี ประจำปี 2543 อย่างเป็นทางการ ก็ทำให้วงการสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนพากันฮือฮา
เมื่อปรากฏว่า มีพระภิกษุและสามเณรจำนวนถึง 62 รูป สอบเปรียญธรรม 9 ประโยคผ่านฉลุย ซึ่งถือเป็นประวัติการทีเดียว และในจำนวนนี้ มีสามเณร 10 รูป สอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยคอีกด้วย
ที่น่ายินดีกว่านั้น ปรากฏว่า วัดพระธรรมกายซึ่งเป็นวัดที่ถูกสังคม และสื่อมวลชนปรามาส ตำหนิติเตียนว่า เป็นสำนัก "ฉาว" ผิดเพี้ยน เป็นสำนักจานผีบิน
กลับมีพระภิกษุสอบ ประโยค 9 ได้มากที่สุด มาแรงเป็นอันดับ 1 ของประเทศ โดยมีพระภิกษุสอบได้ถึง 6 รูป
ผมขอจารึกชื่อของท่านเหล่านี้ไว้ ณ พื้นที่แห่งนี้ เพื่อเป็นหลักฐานอ้างอิง ในการศึกษาประวัติศาสตร์ ว่าครั้งหนึ่ง วัดพระธรรมกายที่ได้ตกเป็น "จำเลย" ของสังคม
ถูกวิพากษ์วิจารณ์
อย่างรุนแรงที่สุด
เจ้าสำนักอันประกอบไปด้วย พระราชภาวนาวิสุทธิ์ (ธัมมชโย) และพระภาวนาวิริยคุณ (ทัตตชีโว) ถูกสังคมตรวจสอบอย่างหนัก ทั้งข้าราชการประจำ และฝ่ายการเมือง ที่พยายามอย่างยิ่งในการจับพระสองรูปนี้ สึกเช้า สึกเย็น
ทว่าพระลูกวัด กลับนำสิ่งที่เป็นกำลังใจ ศักดิ์ศรี และเป็นเกียรติภูมิอย่างยิ่ง กลับมาสู่สำนัก ท่ามกลางเสียงครหาต่างๆ นานา
พระภิกษุทั้ง 6 รูป ที่สังกัดวัดพระธรรมกาย ได้กอบกู้ชื่อเสียงและศักดิ์ศรี กลับคืนมาแล้ว เสมือนหนึ่งเป็นแสงธรรมที่ปัดเป่าอวิชชามืดบอด ให้พุทธศาสนิกชน ได้เห็นว่า คำครหาที่พากันว่ากล่าว ติเตียนวัดพระธรรมกายนั้น เป็นอย่างไร?
พระลูกวัดพระธรรมกายที่ตั้งอยู่ในความเพียร 6 รูป ประกอบด้วย
1) พระมหาธงชัย สารชโย
2) พระมหาพรชัย วรชโย
3) พระมหาสุพล สุพโล
4) พระมหาเพชรกล้า สิริมนฺโต
5) พระมหาลักษณะ กิตติญาโณ
6) พระมหานิพนธ์ ญาณธโร
ผมขอเป็นผู้ถวายกำลังใจให้พระเดชพระคุณเจ้า เป็นเนื้อนาบุญ ให้กับพุทธศาสนิกชนได้เป็นที่พึ่งที่หวังในภายภาคหน้ามา ณ โอกาสนี้ด้วย
พูดถึงเรื่องดีๆ แล้วก็อดที่จะพูดถึงเรื่องที่ไม่ดีไม่งามไม่ได้ เพราะทันทีที่ข่าววัดพระธรรมกาย มีพระภิกษุสอบได้ ปธ.9 เป็นอันดับ 1 ก็ถูกสื่อมวลชนใจบาป ตั้งข้อรังเกียจ
แม้แต่ ประเด็น ในการโปรยข่าว ยังนำความคิดต่ำช้ามาเป็นอารมณ์ ระบุว่า
วัดฉาวธรรมกายกวาดไป 6 รูป
ก็ไม่รู้เหมือนกันว่า พระทั้ง 6 รูป ที่ปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ ไปสร้างความเดือดเนื้อร้อนใจใดให้กับบุพการีของคนเหล่านี้ ตั้งแต่เมื่อไหร่??
ผมไม่เข้าใจว่า คนข่าวมีวิจารณญาณในการนำเสนอข่าวอย่างไร และเข้าใจหน้าที่ของตัวเองเพียงใด ที่สำคัญ ยังมีวิสัยทัศน์ตื้นเขิน ไม่สามารถแยกแยะดี-ชั่ว ได้
เสียดายจริงๆ ครับ ต่อมอตโต้ที่ว่า "สุนัขเฝ้าบ้าน กัดไม่ยอมปล่อย" ก็ไม่รู้ไอ้หมาปากเปราะพวกนี้ มันกำลังทำหน้าที่เฝ้าบ้านใครอยู่ "บ้านโจร" หรือ "บ้านปัญญาชน" กันแน่???
หรือไม่ก็ต้องมีกรรมหนัก มีเจ้านายขี้เหนียว ไม่ยอมพาไปฉีดวัคซีน จึงออกอาการน้ำลายฟูมปาก หูตก อย่างนี้ กัดไม่เลือกหน้า กัดแม้แต่เจ้าของตัวเอง
ครับข่าวคุณงามความดี เขียนกันไม่ค่อยออก ส่วนข่าวพระข่มขืนสีกา แก้ผ้าถอดผ่อนกันบนกุฏิ นี่ชอบกันเหลือเกิน พระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ จึงถูกกาลเวลากลืนหายไปในความมืด
คุณธรรมคนข่าว หลักการจอมปลอม ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ฐานันดรที่ 4 เป็นอย่างไร?
สื่อมวลชนแฟร์หรือไม่ต่อกรณีธรรมกาย หลายฝ่ายอาจจะมองว่า ผมเชียร์ธรรมกายแบบสุดๆ จนลืมหลักเหตุผล ก็อยากจะใช้โอกาสนี้ ให้ทุกฝ่ายตรองดูบ้างเป็นไร
ว่าการนำเสนอ ข่าว
ของสื่อมวลชนแฟร์ต่อวัดพระธรรมกายหรือไม่
จะผิดจะถูกก็ว่ากันไปตามกระบวนการยุติธรรม และกระบวนการสงฆ์ ไม่ใช่มากล่าวหากัน ยัดข้อหากัน เปลี่ยนฉายาชั่วหยาบกันกลางหน้าหนังสือพิมพ์
ความดีงามจะต้องถูกเปิดเผย ความชั่วจะต้องถูกตีแผ่ !
ธรรมกายถูกสาดโคลนมามาก แล้วจะผิดหรือถูก ผมไม่มีหน้าที่ตัดสิน เพราะเห็นควรให้เป็นหน้าที่ของกระบวนการตุลาการ และกระบวนการทางสงฆ์
ในฐานะที่สื่อพากันเป็นศาลชั้น "เตี้ย" ตัดสินกันกลางหน้ากระดาษ ทุกเช้า บ่าย ผมก็ขอเผยแผ่ความดีของสำนักแห่งนี้บ้างเป็นไร
แม่กองบาลีสนามหลวงประกาศผลสอบ ผมขอนับแต่ปี 2541 2542 และ 2543 มีใครรู้บ้างว่า วัดพระธรรมกาย เขามีคะแนนนำโด่งมาเป็นอันดับ 1 ติดต่อกันถึง 3 ปี
โดยปีนี้ 2543 มีพระสอบได้ ปธ.9 สูงสุด 6 รูป และยังมีจำนวนพระภิกษุ และสามเณรสอบได้ทุกระดับ มีจำนวนมากถึง 116 รูป เป็นอันดับ 1 ของประเทศอีกเช่นกัน
เนี่ยแหละครับ สิ่งที่ผมพยายามมาโดยตลอด ที่จะถามหาความเป็นธรรมจากสังคมสื่อสารมวลชน จะมีนายกฯ สมาคมใดกล้าหาญชาญชัย รับความเป็นจริงที่อัปยศ
และได้เกิดขึ้น
อยู่ในห้วงเวลานี้หรือไม่
ความอัปยศที่จะพูดถึงก็คือ สื่อสารมวลชนไม่นิยมขายข่าวที่สร้างสรรค์ กรณีที่เกี่ยวกับวงการพระพุทธศาสนา โดยเฉพาะสถาบันสงฆ์
หากแต่จะมุ่งเน้นสื่อไปเพื่อทำลาย
ความ ศรัทธาเป็นสำคัญพอๆ กัน รัฐมนตรีก็คอยแต่จะวิ่งตามกระแสของสื่อ
เมื่อสถาบันหลักของชาติ ถูกสื่อมวลชนที่ประกาศว่า ตัวเป็น "ฐานันดร 4" ทำลายล้างด้วยอวิชชาเช่นนี้แล้ว จะขันอาสาเป็นกระบอกเสียงกู้ชาติบ้านเมือง ตรวจสอบนักการเมือง โกงบ้านกินเมืองไปได้อย่างไร
แม้สำนักนี้ จะอ้างว่าพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน หาบุคลากรที่มีความรู้ความเข้าใจมาชี้แนะ ในการนำเสนอข่าวยากเย็นแสนเข็ญ แต่ก็ดูเหมือนว่า
เป็นเรื่องของการ
แก้ตัวมากกว่าการการแก้ไข
เพราะความจริงมีอยู่ว่า บางสำนักพิมพ์มีมหาเปรียญธรรม 9 ประโยค นั่งเป็นกัปตันถือพันท้าย แต่กลับเป็นเรื่องที่น่าเสียดายยิ่ง ที่ว่าสำนักพิมพ์นั้น
กลับมักเสนอข่าวที่เกี่ยวกับ
สถาบันสงฆ์ในทางเสื่อมเสียอยู่ตลอดเวลา
ผมก็ไม่ทราบเหมือนกันว่า ไอ้มหาเปรียญธรรม 9 ประโยคนั่น มันคิดอย่างไรกับพระพุทธศาสนา ทรยศต่อพระศาสนา หันมาจับแก้วเหล้า ดวดเช้าดวดเย็น
ถูกน้ำเมรัยทำลาย
พระธรรมคำสั่งสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า จนหมดสารรูปไปแล้วกระมัง
สำคัญตนเป็นศาสดาองค์ใหม่มาจุติ ชี้หน้าสั่งสอนพระ เต๊ะท่านั่งไขว่ห้างสั่งสอนพระหนุ่มเณรน้อย เหมือนเข้าในเรือนเบี้ย
คิดแล้วเศร้า อนาถใจจริงๆ ครับ.. ผู้เฒ่าน้ำมาวส์
จวบจนปัจฉิมวัยไม้ใกล้ฝั่ง ใกล้หลุม น่าจะแสดงความยินดีกับว่าที่นาคหลวงเหล่านี้ หน่อยไม่ดีรึ อย่างไรก็ตาม ผมหวังใจยิ่ง ว่าพระหนุ่มเณรน้อยเหล่านี้
จะอยู่เป็นกำลังของ พระศาสนา
สืบไปนานๆ คงจะไม่ชิงรีบ "สึก" หนี "อนัตตา" ไปเอา "เมีย" อัตตาแท้ๆ เหมือนผู้เฒ่าหัวหงอกบางคนดอก แม่นบ่บักจ้อน
โซตัส