ปีที่ 3 ฉบับที่ 983 ประจำวันจันทร์ที่ 27 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
หากปราชญ์ แปลว่าผู้รู้จำแต่คัมภีร์ใบลานเปล่า
ยังไม่สิ้นลมหายใจก็ต้องสู้กันต่อไป แต่จะสู้กันอย่างสัตว์เดรัจฉาน หรือปัญญาชนนั้น ก็ต้องว่ากันไป
ครับงานสัมมนาทางวิชาการที่ จิตตภาวันราชวิทยาลัย ของพระเทพกิตติปัญญาคุณ หรือท่านเจ้าคุณพระกิตติวุฑโฒ จบลงอย่างสง่าผ่าเผย มีนักการเมือง
และพระสังฆาธิการ
จากทั่วประเทศไปร่วมงานงานกันอย่างคับคั่ง
ก็ต้องเสียใจต่อความพยายามของข้าราชการประจำลิ้นยาวอย่าง "ไพบูลย์ เสียงก้อง" อธิบดีกรมการศาสนา และนักการเมือง ผู้สนองงานหัวหน้าพรรคชาติไทย
อย่างไม่รู้จัก เหน็ดเหนื่อย "สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล" และ "วิชัย ตันศิริ" รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ลูกศิษย์เจ้าคุณพระธรรมปิฎก มา ณ โอกาสนี้ด้วย
ที่ไม่สามารถสร้างกระแสบิดเบือนล้มงานจิตตภาวันราชวิทยาลัยได้ !
"ไพบูลย์ เสียงก้อง" ถึงวินาทีนี้ จะก้องกู่ไปถึงสวรรค์ หรือชั้นนรก ผมก็ไม่อาจจะทราบได้ เพราะท่านได้เลือกทางเดินแล้ว อย่างที่ผมพูดไว้เมื่อวานนี้ เอาเป็นว่า
อธิบดีกรมการศาสนา
ไม่ต้องเสียใจให้มากกับสิ่งที่เกิดขึ้น
ข้าราชการระดับสูงจะพูดอะไรออกจากปาก ควรย้ำคิดย้ำทำให้มากกว่านี้ ไม่ใช่คิดว่า ตัวเองยืนอยู่บนกระแสเสียงส่วนใหญ่แล้วจะเสียงดัง สั่งการข้ามหัวข้ามหางใครอย่างไรก็ได้
"ไพบูลย์" อย่าลืมว่า กรมการศาสนา มีฐานะเป็นลูกศิษย์พระภิกษุ ไม่ใช่เจ้านายเหนือหัวพระภิกษุ
ครับอำนาจทางการเมือง มีเกิด มีดับ อยู่แค่ 4 ปี ก็ไป ดังนั้น ข้าราชการประจำ จะต้องสำเหนียกให้จงหนัก จะรักใคร ชอบใคร ไม่มีใครว่า
แต่การบริหารงานจักต้อง
ธำรงค์ความ ถูกต้อง
ยุติธรรมไว้เป็นหลักชัย
ผมไม่อยากเห็น "ไพบูลย์" เกิดจากการเมือง และก็ต้องล้มหายตายจากไปเพราะนักการเมือง เพราะมันเป็นเรื่องที่ "เฮงซวย" ที่เกิดขึ้นอยู่ในแวดวงข้าราชการไทยทุกวันนี้
ถึงเวลาแล้ว
ที่จะทำลายม่านประเพณีสวะ ๆ อย่างนี้ให้หมดสิ้นไปจากสาระบบข้าราชการไทย
วานนี้ "คณิน บุญสุวรรณ" ชำแหละปฏิบัติการงุบงิบ ผ่านร่างพ.ร.บ.ฆราวาสหัวดำปกครองสงฆ์ ที่จิตตภาวันฯ ฟันธงเปรี้ยงลงไปว่า พรรคประชาธิปัตย์
เป็นตัวจักรสำคัญที่จะ ผ่านพ.ร.บ.อัปลักษณ์ฉบับนั้น ออกมาเป็นกฎหมายควบคุมสงฆ์ ทั่วสังฆมณฑล
โดยเฉพาะคำว่า เพียงนายหัว ชวน หลีกภัย หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ จรดปากกาเซ็นแก๊กเดียว พระพุทธศาสนาระส่ำแน่ !
ความเห็นของมือกฎหมายอย่าง "คณิน บุญสุวรรณ" ทำให้ผมขนหัวลุกขึ้นมาทันที
แต่อย่างไรก็ตามผมไม่ปักใจเชื่อตามความเห็นของ "คณิน" ว่าคนอย่าง ชวน หลีกภัย จะกล้าหาญชาญชัย ทำเรื่องเช่นนั้นได้
มีเหตุผลรองรับหลายอย่างที่ผมเชื่อว่า นายกรัฐมนตรีชวน หลีกภัย จะไม่ทำเช่นนั้น
วิเคราะห์ 1. นายกฯชวน เป็นเด็กวัด เติบโตมาจากข้าวก้นบาตร วิเคราะห์ 2. ในเมื่อนายกฯ ชวนเป็นเด็กวัด ย่อมรู้จักพระดีกว่านายกฯ ชวลิต ยงใจยุทธว่า
พระภิกษุท่าน ดำรงชีพกัน
อย่างไร มีศีล 227 ข้ออย่างไร และวิเคราะห์ 3. นายกฯชวนย่อมรู้จักคำว่า "ทิฐิพระ" และ "มานะกษัตริย์"
นายกฯ ชวน หลีกภัย ในฐานะเป็นมือกฎหมายคนหนึ่ง เข้าใจว่า "ตั๋วทนายความ" ยังไม่ขาด น่าจะทราบความหมายข้างต้น อันที่จริงพระภิกษุท่านแม้จะมีทิฐิเพียงใด
แต่ก็เป็น
ทิฐิที่ตั้งอยู่บนความชอบธรรม หากแต่ไม่มีไอ้มือบอนปากเหม็นไปเที่ยวเสนอหน้า ยุแหย่ให้พระเข้าใจกันผิด พูดให้ชัดลงไปก็คือ เสี้ยมให้พระชนพระ
สัตว์เดรัจฉานพวกนี้ไม่กลัวบาป ไม่กลัวนรก มันพร้อมที่จะดำเนินการเพื่อตำแหน่ง เพื่อความยิ่งใหญ่ของตัวเอง
มีคำถามว่าคนเหล่านี้ มีเหตุผลใดจึงทำเช่นนั้น ผมก็ต้องขอตอบว่า คนเหล่านี้มันเป็นพวกกิเลสหนาปัญญาเบา บ้าอำนาจ อยากใหญ่ อยากโต และที่สำคัญ
คนเหล่านี้
เขาไม่เชื่อเรื่อง "สวรรค์ และนรก" ไม่เชื่อว่าตายแล้วเกิด เกิดแล้วตาย จึงต่างพากันเหลิงอำนาจ ฉกฉวย ตักตวงผลประโยชน์ที่จับได้ต้องได้เฉพาะหน้าเป็นสำคัญ
หมายเอาแต่ ปัจจุบัน วันนี้ พรุ่งนี้เท่านั้น
พระภิกษุสงฆ์ที่ปากอ้างว่าตัวเองมีศีล 227 ข้อ ก็เหมือนกัน หากลุแก่อำนาจฝ่ายต่ำ หลงตามยุคตามกระแส แอบอิงอำนาจนักการเมือง
มีปัญหาก็ร้องแรก แหกกระเฌอ
ไปถึงนายกฯ ความเป็นพระของท่าน ก็นับวันจะลดน้อยถอยหลังเข้าคลองไปทุกขณะจิต
หากคำว่า "ปราชญ์" คือผู้รู้
ผมต้องขอแสดงความเศร้าสลดใจอย่างสุดซึ้งกับภาพการที่เกิดขึ้น เพราะ"ปราชญ์" ที่ชาวพุทธพากันสรรเสริญอยู่ในขณะนี้ แท้จริงคือท่าน "ใบลานเปล่า" ที่รู้จำ มีมันสมอง เสมือนดั่งฮาร์ทดิสต์ (Hardisk) มีสมองไว้เพื่อจำ หากแต่ขาดแนวคิดที่เป็นของตัวเองในการที่จะสร้างสรรค์ผลงาน
โดยเฉพาะหากได้ยูสเซอร์ (User) ผู้ใช้ที่ด้อยประสบการณ์ด้วยแล้ว อาร์ทดิสต์ หรือมันสมองก้อนนี้ ก็ไม่ต่างอะไรไปจากมันกุ้ง ที่คลั่งอยู่ในกะลาเปล่าๆ
ฉะนั้น จึงไม่แปลกใจเลยว่า ปราชญ์ใบลานเปล่า ทุมมังกุ บิดเบือนว่า พระนิพพานต้องมีสภาพเป็นสูญ !
โง่คนเดียวยังไม่พอ เขลาคนเดียวยังไม่พอ ชี้นิ้วกล่าวตู่ชาวบ้านบิดเบือนสอนผิดเพี้ยน พอถูกติงออกจากขุมนรก ก็วิ่งโร่ไปฟ้องนายกฯ จนกลายเป็น "สังฆเภท" ร้าวฉานไปทั่วดงขมิ้น
ถึงวินาทีนี้ "ปราชญ์" ผู้รู้จำใบลาน แสดงความรับผิดชอบหน่อยปะไร ก่อนที่จะเร่งไปรีบไปสู่อนัตตา กงล้อที่วิ่งไปหา สูญ สูญ สูญ 000 ....
แล้วจะแสวงหาไปทำไมกันล่ะพระคุณเจ้า ในเมื่อตั้งรหัสไว้ที่ สูญ (0)
ก็พูดกันมาตรงๆ เพราะมองไม่เห็นนรก-สวรรค์ ว่านิพพานไม่มีจริง สวรรค์ไม่มีจริง นรกไม่มีจริง ที่นี้จะให้สูญ ด้อยค่าไร้ราคาเป็นอากาศธาตุ นิมนต์ได้เลยพระคุณเจ้า
โซตัส