ปีที่ 3 ฉบับที่ 983 ประจำวันเสาร์ที่ 25 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543

วิวาทะ

นโยบายพรรคการเมืองกับพระพุทธศาสนา

นับแต่นี้ไปอุณหภูมิทางการเมืองจะทวีความร้อนแรงขึ้นทุกขณะ สิ้นเดือนเมษายนสถานการณ์ทุกอย่าง คงจะชัดเจนขึ้น หากไม่มีอะไรผิดพลาด ราวเดือนพฤษภาคม

การเลือกตั้งวุฒิสมาชิกครั้งที่สองที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง กกต. กำหนดให้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 29 เมษายน น่าจะสามารถหาข้อยุติได้

นั่นหมายถึงเราจะได้สว. ครบตามจำนวนที่รัฐธรรมนูญกำหนดไว้ 200 ท่าน

ผมหวังใจว่า นักการเมืองและท่านรัฐมนตรีทั้งหลาย จะจดจำภาพอัปลักษณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครั้งเลือกตั้ง วันที่ 4 มีนาคม นำมาซึ่งการแขวนรายชื่อคนเด่นคนดัง โดยเฉพาะบรรดา ญาติ และผู้มีสัมพันธ์แนบแน่นกับนักการเมือง

ครับ จริงอยู่ แม้ว่ารัฐธรรมนูญมิได้จำกัดสิทธิส่วนบุคคลที่เป็นญาตินักการเมือง ลงสมัครสว. ทางกลับกัน ต้องดูเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่กำหนดให้ สว. มาจากการเลือกตั้ง ก็เพื่อให้ สภา สว. มีศักดิ์ศรีที่มาที่ไปเช่นเดียวกับสภาสส.

ที่สำคัญยังกำหนดหน้าที่ให้กับสว. สามารถเข้าชื่อถอนถอนนักการเมืองออกจากตำแหน่ง กรณีมีพฤติกรรมทุจริตประพฤติมิชอบได้อีกด้วย ถึงแม้ว่า ผู้สมัครที่เป็นญาตินักการเมือง

บางรายเป็นภรรยาถูกต้องตามกฎหมายของรัฐมนตรี

จะออกมายืนยันความบริสุทธิ์ใจของตัวเองว่า สามารถแยกแยะเรื่องส่วนตัวกับการทำหน้าที่สว. ได้ ก็ตาม

ทว่าประชาชนก็ยังอดคลางแคลงใจไม่ได้ว่า ท่านนอนมุ้งเดียวกัน

ใช้เงินใช้ทองกระเป๋าเดียวกัน 

ก็ทำให้หลายฝ่ายหนักใจว่า เวลาที่สามีผู้เป็นรัฐมนตรีทุจริต ประพฤติมิชอบ โกงบ้านกินเมือง ผู้ที่เป็นภรรยา สว. จะตรวจสอบสามีของตัวเอง เพื่อนำไปสู่กระบวนการยุติธรรม ได้อย่างไร???

ผมจึงได้แต่หวังใจเอาไว้ว่า ท่านรัฐมนตรีคนโต จะมีความละอายใจต่อสิ่งที่ได้พยายามกระทำไปแล้ว

และเมื่อมีความละอายย่อมไม่คิดที่จะสร้างตราบาปหลอกหลอนชาวบ้าน เป็นคำรบที่สองอีกเป็นแน่

ครับ โปรดอย่าดึงดันสนับสนุนภรรยา ภรรเมียลงสมัคร สว. อีกเลยครับ อย่าเพียงแต่แอบอิงกฎหมาย โดยไม่นำพาต่อคำว่า "จริยธรรม"

หาไม่แล้วแนวทางในการปฏิรูปการเมืองไทย ก็อย่าได้หวังที่จะเป็นจริงเป็นจัง

เมื่อได้ สภาสว. ครบ 200 ชีวิต ก็ได้เวลาตีฆ้องร้องป่าว "ยุบสภา" คืนอำนาจให้ประชาชนซะโดยดี ไม่มีประโยชน์ที่จะปิดฟ้าด้วย ฝ่ามืออีกต่อไป "ชวน หลีกภัย" ต้องสำเหนียกถึง เหตุผลของการปิดฉากของวุฒิสภาชุดของ "มีชัย ฤชุพันธุ์" ที่ได้แจกแจงความล้มเหลวในการกอบกู้เศรษฐกิจของรัฐบาลไว้ชนิดหมดเปลือก จะเสียเวลาดื้อตาใส เหลิงอำนาจ อยู่ไป ทำไมกันล่ะท่านนายกฯ

ถึงชั่วโมงนี้ พรรคการเมืองน้อยใหญ่ ต่างเร่งชิงความได้เปรียญ ทางการเมือง ประกาศนโยบายพร้อมแถลงผลงานที่ผ่านมา ให้ประชาชนได้รับรู้กันอย่างครึกโครม เสมือนหนึ่ง ปี่กลอง เชิดให้ "ชวน หลีกภัย" ตัดสินใจ "ยุบสภา" โดยเร็วพลัน

สองสามวันก่อน เห็นพรรคชาติไทย ออกมาแถลงผลงาน มี "สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล" เป็นพรีเซ็นเตอร์ มีความสำคัญมาบอกกล่าวประชาชน ว่า พรรคชาติไทย โดย พณ บรรหาร ศิลปอาชา มีความมุ่งมั่นที่จะปฏิรูปการศึกษาไทย ให้เจริญก้าวหน้า

"สมศักดิ์" ร่ายผลงานของพรรค แต่ผมก็มาสะดุ้งสุดตัว

เมื่อระบุว่า พรรคชาติไทยตระหนักดีว่า ขณะนี้ปัญหากรณีวัดพระธรรมกาย ได้ส่งผลกระทบกระเทือนต่อจิตใจพุทธศาสนิกชน เป็นอย่างมาก 

พรรคชาติไทย ได้เข้าไปแก้ไขปัญหาดังกล่าว เพื่อให้ได้ข้อยุติตามกระบวนการทางกฎหมายทางโลก และทางธรรม

ทั้งยังเชื่อว่า ปัญหาที่เกิดขึ้น จะคลี่คลายไปด้วยดี

ครับ หลักการดูดี แต่ทว่าภาคปฏิบัติกลับล้มเหลว ไปคนละทิศละทาง ไม่เห็นเหมือนกับการที่นำไปแอบอ้างเป็นผลงานของพรรคเอาเสียเลย

ซ้ำร้ายยังสร้างความสับสนจนเกิดความแตกแยกแก่หมู่สงฆ์อีกต่างหาก

ผมไม่อยากจะคิดว่า ภาพการณ์เหล่านี้ มีเหตุผลปัจจัยมาจากความอ่อนด้อยของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการผู้นี้ ที่ไม่มีความรู้ความเข้าใจในกฎระเบียบสงฆ์ และพระพุทธ ศาสนาดีพอ

จะไม่ให้ผมคิดเช่นนั้นได้อย่างไร

ในเมื่อรัฐมนตรีปฏิบัติการถอดรูปแบบมาจากลูกพี่หัวหน้าพรรคไม่มีผิด คือ เดินตามก้นข้าราชการประจำในกรมการศาสนา

ที่ไม่เพียงแต่ทำหน้าที่สนองงานพระภิกษุสงฆ์ เพื่อยังความงอกงามมาสู่บวรพระพุทธศาสนาเท่านั้น

ตรงข้ามข้าราชการประจำเหล่านี้ กลับมีพฤติกรรมเข้าไปก้าวก่าย ชี้นำ ข่มขู่ และบางคนมีหลักฐานว่า ได้เข้าไปแสวงหาผลประโยชน์จากผ้าเหลือง อย่างน่าละอายใจยิ่ง มาช้านานแล้ว

ความเห็นเหล่านี้ ต่างหากที่รัฐมนตรีต้องเข้าไปดูแลตรวจสอบแก้ไขโดยด่วน ก่อนที่ "กรมการศาสนา" จะกลายเป็น "กรมทำลายศาสนา"

พรรคชาติไทยต้องแถลงผลงานเหล่านี้ให้ประชาชน ได้รับรู้ด้วย

ถ้าไม่แถลงหรือประกาศชูเป็นนโยบายในการไล่ล่าจับพระสึกเช้า สึกเย็น และยังปล่อยข้าราชการ "กังฉิน" ลอยนวล ผมขออาสาแถลงผลงานพรรคชาติไทยช่วย "สมศักดิ์" อีกแรง

โดยเฉพาะผลงานของหัวหน้าพรรคชาติไทยที่โดดเด่น จนมีข่าวลือว่า ข่มขู่ ชาวบ้านที่สุพรรณบุรี ทุบถนน หั่นงบประมาณหมู่บ้าน หากไม่ลงคะแนนให้คนของตัวเองเป็น สว. และยังมีพฤติกรรมเป็นนักฉกฉวยตัวยง

บริจาคแต่น้อยในโครงการใหญ่ เพียงเพื่อหวังให้มีชื่อ "บรรหาร-แจ่มใส" บันทึกอยู่บริเวณอาคารตัวตึกทั่วสุพรรณบุรี คับ ถึงเวลาปลดแอกแล้ว การเมืองจะตกอยู่ในมือของคนทุศีล ไม่ได้อีกแล้ว ควรที่ทุกฝ่ายจะต้องเร่งล้างตำนาน "อัปยศ" โดยพลัน

โซตัส


[หน้าหลัก][วิวาทะ][สหัสวรรษ][พิเศษ]

1