ปีที่ 3 ฉบับที่ 978 ประจำวันจันทร์ที่ 20 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543

วิวาทะ

นิคหกรรมเลอะเทอะ เพราะแต่ละฝ่ายไม่รู้จักคำว่า สัมมาทิฐิ

ยังเป็นเรื่องสับสนวุ่นวายอยู่เกี่ยวกับกรณีพระธัมมชโยและพระทัตตชีโว จะเดินทางมารับฟังข้อกล่าวหา เพื่อเข้าสู่กระบวนการนิคหกรรม ตามคำเชิญชวนของพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีในวันจันทร์ที่ 20 มีนาคมนี้หรือไม่

หากพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ รอบด้านแล้ว โดยเฉพาะประเด็นที่ทางวัดพระธรรมกาย ยืนยันมาตลอดเวลาว่า นิคหกรรมได้ยุติไปแล้ว ตั้งแต่คณะผู้พิจารณาชั้นต้น อันประกอบ ไป ด้วยพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 พระเทพสุธี รองเจ้าคณะภาค 1 และพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เห็นพ้องกับหนังสือทัดทานของ พระธัมมชโยว่าด้วยเรื่อง การลงนิคหกรรมไม่สอดคล้องกับกฎมหาเถรสมาคม

กล่าวคือ กฎมหาเถรสมาคมข้อที่ 15 ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับให้ผู้พิจารณาตรวจลักษณะของผู้กล่าวหา ตามข้อ 4 (8) ก. ซึ่งกำหนดให้เฉพาะแต่พระภิกษุเท่านั้น เป็น "โจทก์" แต่กรณี ของ นายมาณพ พลไพรินทร์ และนายสมพร เทพสิทธา เป็นคฤหัสถ์ จึงไม่ตรงกับลักษณะของผู้กล่าวหา

ในเมื่อทางธรรมกายยืนยันอย่างหนักแน่นที่จะปฏิบัติตามกฎเกณฑ์ต่างๆ ตามกฎมหาเถรสมาคม ซึ่งเป็นกฎหมายปกครองสงฆ์

การรับฟังข้อกล่าวหาที่จะมีขึ้นในวันที่ 20 มีนาคมนี้ ก็พอจะคาดเดาได้ว่า พระธัมมชโย และพระทัตตชีโว จะไม่เดินทางไปรับฟังข้อกล่าวหาใด ๆ ทั้งสิ้น เพราะเป็นเรื่องที่ขัดกับ กฎมส.

ปัญหาอยู่ที่ว่า เมื่อธรรมกายยึดกฎมส. ข้างต้นแล้ว ฝ่ายปฏิบัตินั้น คือ พระสุเมธาภรณ์ ซึ่งเป็นต้นเรื่อง ซึ่งถูกฝ่ายการเมืองและข้าราชการกรมการศาสนา "บีบ" อยู่ในขณะนี้ จะวางตัวอย่างไร เพราะหากทำผิดขั้นตอนแล้ว อาบัติน้อยใหญ่ จะตกอยู่กับท่านเจ้าคุณนั้นเอง

ที่ผ่านมา "จรวย หนูคง" ผู้ตรวจราชการกระทรวงศึกษาธิการ ได้แสดงบทบาทคฤหัสถ์ ปกครอง ชี้นำพระสงฆ์ได้อย่างเด่นชัด และเคยปรารภมาก่อนหน้านี้แล้วว่า พระสุเมธาภรณ์ มีหน้าที่เป็นแค่เพียง "จ่าศาล" ต่อเมื่อดำเนินการประทับรับฟ้องพระธัมมชโย และพระทัตตชีโวเมื่อไหร่ นั่นแหละท่านเจ้าคุณจึงจะทำหน้าที่เป็น "ศาล"

ก็แปลกที่คนหัวหงอกอย่าง "จรวย หนูคง" ผู้ที่มีบัญชีในธนาคารพิศดารพันลึก กลับพูดจาส่อแสดงถึงวุฒิภาวะ เสมือนหนึ่งคนไม่เคยบวชเรียนมากกระนั้น ทำไมไม่พิจารณาว่า พระท่านต้องปฏิบัติตามกรอบของพระธรรมวินัย โดยเฉพาะนิคหกรรมต้องกระทำอย่างตรงไปตรงมา ตามกฎมหาเถรสมาคม

ผมว่า "จรวย" น่าจะหลับตามองภาพในอดีตของตัวเอง ให้เด่นชัดเหมือนเมื่อครั้ง เดินอุ้มบาตรโปรดสัตว์กับชาวบ้าน ก้าวย่างที่เหยียบย่ำไปทุกก้าว มีศีล 227 ข้อ เป็นเครื่องนำทาง ทว่าคนอย่าง "จรวย" สึกหาลาเพศมาแล้ว จะเป็นคนแก่ที่ได้หน้าลืมหลัง อย่างไร ผมไม่ขอวิจารณ์มากไปกว่านี้

วกกลับมาพิจารณากฎมส.ข้อที่ 15 ที่ผูกพันโยงใยกับ ข้อ 4 (8) ก. ที่ระบุว่า ต้องเป็นพระภิกษุเท่านั้น ส่วนข้อ 4 (8) ข. ที่ข้อ 15 ไม่ได้อ้างถึง ข้าราชการในกรมศาสนา ก็ตะแบงอย่างหน้าด้านว่า เป็นการจัดพิมพ์ที่ผิดพลาด และว่าเห็นจุดบกพร่องมานานแล้ว แต่ก็ไม่มีใครแก้ไข

ครับ ผมไม่อยากให้ชาวบ้านเขามองกันว่า นี่คือ สันดานและพฤติกรรมของข้าราชการสันหลังยาว ที่เอาสีข้างเข้าถูไถแกปัญหาไปวัน ๆ ทำตัวเป็นนายประชาชน จนลืมไปว่า ไอ้เงินเดือนแบมือรับจากหลวง นำไปเลี้ยงท้องคนในตระกูลของตัวเองอยู่นั่น ก็ได้มาจากภาษีพี่น้องประชาชนทั้งประเทศ

สันดานพอจะแก้ไขกันได้ แต่ถ้าเป็นสันดอน ก็อย่าหวังไปขุดให้มันเหนื่อยแรงเลยครับ

ปัญหาที่เกิดขึ้นจะยุติลงอย่างสง่างาม ก็ต่อเมื่อทุกฝ่ายใช้สัมมาทิฐิแก้ไข ถ้าจะตะแบงเข้าหากันแล้ว ก็อย่าหวังเลยครับว่า จะยุติลงด้วยดี

การแก้ไขปัญหาในสถาบันสงฆ์ ต้องนำหลักธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า มายุติอธิกรณ์ อย่าปล่อยให้อำนาจฝ่ายต่ำเข้ามาครอบงำจิตใจ พระพุทธศาสนาบอบช้ำมามากแล้ว จะเย้ยฟ้าท้านรกกันไปทำไม

อย่าลืมนะครับว่า พระพุทธศาสนาของเรา ล้างบาปไม่ได้ กรรมใดใครก่อ กรรมนั้น จะต้องตอบสนอง ไม่มีความลับในโลก ไม่มีใครฝ่าฝืนหลักธรรม มหาสัจจะของพระพุทธเจ้าได้ และก็ไม่มีใครยิ่งใหญ่ที่สุดในพระนิพพาน เพราะพระนิพาานไม่มีคำว่า ใหญ่หรือเล็ก

มีแต่ภาวะที่บริสุทธิ์หมดจดจากกิเลส ไม่กระเพื่อมสั่นไหวจริงแท้ แน่นอน ไร้ความหิวโหย ไม่จำเป็นต้องพึงพิงกับปัจจัยภายนอก เพราะเป็นโลกุตรธรรมที่พ้นจากสมมติทุกประการแล้ว

ปัญหานิคหกรรมพระธัมมชโย พิจารณาจากหลักการแล้ว ก็ควรจะยุติได้แล้ว พูดกันอย่างคนจริง คนตรง ไม่มีนอกไม่มีใน เพราะทั้งนายมาณพ และสมพร ไม่ใช่พระภิกษุ ตามข้อ 4 (8) ก.

มีคำถามว่า ถ้าเป็นเช่นนั้นแล้ว กฎมส.ข้อ 4 (8) ข. จะเขียนระบุไว้ทำไมว่า คฤหัสถ์สามารถกล่าวหาพระได้ กรณีนี้ก็ต้องเป็นผู้ที่เสียหายโดยตรงเท่านั้น กรณีสมพร และมาณพ ไม่อยู่ในข่ายผู้เสียหายโดยตรง จึงเป็นได้แค่เพียงผู้กล่าวหา 

ถ้าฝ่ายการเมือง หรือข้าราชการประจำกระสัน อยากจะฟ้องร้องพระธัมมชโยกันจริง ก็ต้องว่ากันไปอย่างตรงไปตรงมา

ต้องไปหาพระภิกษุที่มีคุณสมบัติ มาเป็นโจทก์ฟ้องนิคหกรรม เรื่องมันก็จบไปตั้งนานแล้ว

เสียแรงเป็นถึงสส. ทว่ามีสมองไว้เก็บงำอวิชชามากกว่าวิชชา เรื่องง่าย ๆ กล้วย ๆ จึงบานเบอะ ปิดฉากไม่ลงเสียที อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

โซตัส


[หน้าหลัก][หน้า1][ต่างดาว][วิวาทะ][ปุจฉา]

1