ปีที่ 3 ฉบับที่ 977 ประจำวันเสาร์ที่ 18 เดือนมีนาคม พ.ศ. 2543 |
อาทิตย์ที่ 19 มีนาจงมาพร้อมใจกันเป็นมาลัยดอกมะลิกันเถอะ
วันนี้วันที่ 18 แล้ว อีก 2 วันก็จะเป็นวันที่ 20 มีนาคม เป็นวันธรรมดาวันหนึ่ง ถือว่า ไม่สำคัญอะไรนอกเสียจากว่า ถ้าการประชุมมส. หรือรัฐบาลพระเป็นเรื่องค่อนข้างสำคัญ
วันนัน ก็จะสำคัญขึ้นมาทันที
แต่วันที่ 20 มีนาคมที่พูดถึงนี้ จะมีความสำคัญเป็นพิเศษสำหรับชาวธรรมกาย เนื่องจากรัฐมนตรีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาออกมาใบ้หวยล่วงหน้ามาเป็นอาทิตย์แล้ว
ทำเหมือนอย่างกับว่า เป็นรัฐมนตรีว่างงาน จึงได้ออกข่าวให้คนตื่นเต้นว่า
วันที่ 20 มีนาคม จะมีการเปลี่ยนแปลงใหญ่ที่วัดพระธรรมกาย
พูดเป็นนัยไว้อย่างนี้แสดงว่า มึงเอาแน่!!
แล้ว ๆ มานั้น เขาไม่ได้พูดเล่น ๆ เขาพูดจริงและทำจริงเสียด้วย
ก่อนเจ้าคุณพระพรหมโมลีจะถูกปลดออกจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ประมาณ 09.30 น.
รัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
ที่พวกเราเรียกเสี่ยตือ ให้สัมภาษณ์สื่อไว้ล่วงหน้าว่า
วันนี้ จะมีข่าวใหญ่
ใหญ่ขนาดขึ้นข่าวหน้า 1 ได้เลย
เพราะมส. จะพิจารณาปลดพระพรหมโมลี
ตกเย็นวันนั้น หวยออกมาตามคำพูดของรัฐมนตรีในตอนเช้าจริงๆ
ใบ้หวยแม่นจริงๆ ตกงานเมื่อไร (ผมหมายถึงว่าสมัยหน้าที่จะมีการเลือกตั้ง ทั้งพรรคประชาธิปัตย์และพรรคชาติไทย ที่รัฐมนตรีทั้ง 2 สังกัดอยู่ ปิ๋วไปจากเวทีการเมือง)
โกนหัวเข้าห่มผ้าเหลืองซะ จะมีอุปัชฌาย์หรือไม่ ตามใจเขา รับรองว่า วงการเล่นหวยจะมีเกจิเพิ่มขึ้นอีก 2 หน่อ
คือ หลวงตาตือกับหวงตาล้าน รับรองว่า กะไดกุฏิลื่นแผล็บ คนขึ้นตึง ล้วนแต่พวกไปขอหวยกันทั้งนั้น แม่นและใบ้ถูกเสียด้วย
สองสามเดือนที่ผ่านมา มีอยู่คำหนึ่งพูดและเขียนกันถึงพร่ำเพรื่อเหลือเกิน
เปลืองหมึกไปหลายกระปุก กินกระดาษไปหลายรีม คำที่ว่านี่คือ "นิคหกรรม"
นิคหกรรมที่พวกมารกำลังใช้เป็นเครื่องมือเล่นงานหลวงพ่อธัมมชโยกับหลวงพ่อทัตตชีโว แห่งวัดพระธรรมกายนี้แหละ
พูดกันไปเลอะเทอะ เขียนกันไปผิด ๆ และนำมาใช้กันผิด ๆ อีกต่างหาก
นิคหกรรมเป็นเรื่องละเอียดอ่อน ไม่ใช่เรื่องล้อเล่น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง พระภิกษุสงฆ์ จะมองข้ามไม่ได้เป็นอันขาด
นิคหกรรมคือกฎที่สงฆ์ควรใช้เป็นหลักสูตรในการเรียนการสอน ตั้งแต่ระดับนักธรรมชั้นตรีเลยทีเดียว
อาทิตย์ก่อน มีการประชุมมส. ระดับเจ้าอาวาสในเขตกทม. ที่วัดสามพระยา ในที่ประชุมได้นำคำว่า "นิคหกรรม" ขึ้นมาอภิปรายกันอย่างกว้างขวาง
ความลับแล็บออกมาสู่โลกภายนอกว่า มีเจ้าอาวาสรูปหนึ่ง กล้าหาญชาญชัยเหลือเกินแล้ว
ถามเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์
เจ้าคณะใหญ่หนกลาง
เกี่ยวกับเรื่อง นิคหกรรมนี้แหละ ตอนหนึ่ง ถามถึงกรณีที่เจ้าคุณพระพรหมโมลีถูกปลด
ธรรมดาที่ประชุมสงฆ์เงียบอยู่แล้ว โดยธรรมชาติ ไม่อึกทึกครึกโครมเหมือนชาวบ้านเขาหรอก พอเจ้าประคุณสมเด็จถูกถามแบบเว้าซื่อ ๆ เช่นนั้น ที่ประชุมเงียบกริบ ไร้แม้แต่เสียงหายใจ
เงียบสนิทจริง ๆ
ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ทำจิบน้ำชา เพิ่งจะวางถ้วยชาลงกับโต๊ะ
รู้ไหมท่านฉันอะไรต่อ ..
ท่านฉันใบ้ ขอรับ ...
เรื่องมันมาถึงขนาดนี้แล้ว
จนเมื่อวานซืนนี้เอง ผมพร้อมด้วยเด็กเล็กน้อย ถูกเกณฑ์เข้าห้องเรียน
ให้ไปทำาความเข้าใจให้ถูกต้องกับคำว่า "นิคหกรรม" โดยด่วน
ครูผมท่านเป็นพระ
ท่านเก่งเรื่องนิคหกรรมในวงการสงฆ์ไทยรูปหนึ่งทีเยว
เห็นท่านเจ้าคุณพระเทพสุธี ผู้รักษาการเจ้าคณะภาค 1 บ่นว่า
ไม่มีคนรู้เรื่องนิคหกรรมจริง
ผมเสนอชื่อท่านไปเป็นครูสอนวิชานิคหกรรม เห็นว่าน่าจะเข้าที
วันนั้น หลวงพี่อาทิตย์ท่านเคี่ยวเข็ญนักเรียนของท่านอย่างหนัก รวมทั้งนักเรียนโข่งอย่างผมด้วย ทำเอาผมที่ไม่เอาไหนอยู่แล้วเรื่องควบคุมอารมณ์ของตนเอง
ต้องโพล่งออกมา
อย่างคนสติแตกว่า รู้แล้ว เข้าใจแล้ว และพอแล้ว
ทั้งหมดที่ท่านสอนคือความเมตตา ความหวังดีแท้ๆ จึงขอถือโอกาสขมาเป็นตัวอักษร หากจะล่วงเกินด้วยวจีกรรม มโนกรรม ก็โปรดได้อโหสิกรรมให้นักเรียนด้วยเถิด
เหล่ามวลกัลยาณมิตรที่มีดวงใจเปี่ยมล้นด้วยกัลยาณธรรม จำนวนพัน จำนวนหมื่น จำนวนแสน แต่ละคนมีใจเป็นมหากุศล อันยิ่งใหญ่
ท่านเหล่านี้ต่างคนต่างอยู่ แต่วันใดที่มีการพร้อมอกพร้อมใจกันรวมพลังนั่งสมาธิ แต่ละชีวิตที่มีองค์ธรรมกายสถิตอยู่ศูนย์กลางกาย ส่งพลังจิตที่มีแต่รังสีอันเยือกเย็นและสงบสุข เปล่งประกายไปทั่วทิศทาง ไม่มีขอบเขตจรดขอบจักรวาล เชื่อมั่นอย่างบริสุทธิ์ใจว่า พลังอันมหาศาลนี้ จะเปลี่ยนแปลงโลกอันน่าขยะแขยงใบนี้ ให้น่าอภิรมย์ยิ่งขึ้น
กัลยาณมิตรแต่ละชีวิตเทียบได้กับดอกมะลิ แต่ละดอก เมื่อนำมาร้อยเรียงเป็นพวงมาลัย จึงควรค่าแก่การนำไปบูชาสิ่งที่เป็นมงคลสูงสุด
จึงขอเชิญมวลมิตร ผู้มีกัลยาณธรรมอันเปี่ยมล้น จงไปพร้อมกันเป็นหนึ่งในพวงมาลัยมงคลอันทรงคุณค่า ในวันอาทิตย์ที่ 19 มีนาคมนี้ โดยพร้อมเพรียงกัน
ปู่โอม