ปีที่ 3 ฉบับที่ 958 ประจำวันอาทิตย์ที่ 27 เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 |
หลักการ
หัวดำรุกธรณีสงฆ์
ได้แต่ปลงเรื่องกิเลส
พุทธเศร้าหมองทั้งประเทศ
โธ่พวกเปรตไม่กลัวกรรม
สำนักข่าวต่างดาวเปิดแถลงแจงสี่เบี้ยว่าด้วยเรื่อง ชมรมพุทธสากล เปิดแนวรุก ฟ้องทหารว่า มีระดับบิ๊ก 5 คน บ่อนทำลายความมั่นคงทางพุทธศาสนา
เมื่อวันที่ 25 ก.พ.ที่ผ่านมา นายอดิศักดิ์ วรรณสิน ประธานชมรมชาวพุทธแห่งประเทศไทย พร้อมตัวแทน 13 คน
ได้เดินทางไปยื่นหนังสือร้องเรียน
ต่อตัวแทน ของ พล.อ.มงคล อัมพรพิสิฏฐ์ ผบ.สส. พล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ ผบ.ทบ. และ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ ผบ.ทร.
โดยกล่าวหาว่า นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล นายวิชัย ตันศิริ นายมาณพ พลไพรินทร์ นายสมพร เทพสิทธา และ นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ได้เข้ายุยง ชี้นำ ข่มขู่ ให้พระเถระผู้ใหญ่ทำผิดกฎหมาย ผิดพระธรรมวินัย โดยไม่คำนึงถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นต่อสังฆมณฑล
ถือเป็นการบ่อนทำลายความมั่นคง
ของ พระพุทธศาสนา
ถ้าพิจารณาคำกล่าวหาของชมรมพุทธสากล ว่ากัน "ตามเนื้อผ้า" นะครับ กระแสข่าวที่ปรากฏตามหน้าหนังสือพิมพ์ตอนนี้ ต้องว่า นักการเมืองและฆราวาส เข้าแทรกแซงวงการสงฆ์ 1,000 %
เพราะเห็นมีหลายพระหน่อที่เข้าไปจุ้นจ้าน ประกาศคอมเม้นท์กันบนหน้าหนังสือพิมพ์ ไม่เว้นแต่ละวัน ไม่รู้เหมือนกันว่า ต้องการอะไรกันแน่
เป้าหมายหลักที่เหล่า "หัวดำ" ให้ความเห็นโจมตีก็คือ "วัดพระธรรมกาย"
หากเราทำใจให้เป็นกลางแล้ว ว่ากันตามกฎหมายล้วน ๆ สำนักข่าวต่างดาวไปถามพระเถระผู้ใหญ่หลายท่าน ท่านตอบเหมือน ๆ กันว่า
คดีนิคหกรรม
วัดพระธรรมกายน่ะ จบไปนานแล้ว ตั้งแต่ 13 ส.ค.2542 โน่น
ทั้งนี้ เป็นเพราะว่า การดำเนินนิคหกรรมของฝ่ายกรมการศาสนา เป็นไปอย่างหละหลวม ละเลยตัวบทกฎหมาย จึงต้อง "ตกม้าตาย"
ความจริงแล้วเมื่อทำพลาดกันเอง เรื่องมันก็น่าจะจบ แต่ตอนนี้ มีความพยายามจะรื้อนิคหกรรมขึ้นมาใหม่ เหมือนการ "ปลุกผีจากหลุม"
ถึงแม้ว่า นิคหกรรมจะเดินหน้าต่อไปได้ด้วยแรงบีบคั้น แต่สำนักข่าวต่างดาว อยากถามเหมือนกันว่า
มันมีความชอบธรรมมากน้อยขนาดไหน?
หลายคนบอกว่า "พิมพ์ไทย" เชียร์วัดพระธรรมกาย ก็เลยต้องเขียนเข้าข้างกันเป็นธรรมดา
ขนาดที่ระดับบิ๊กกระทรวงศึกษาธิการเอง ยังถามสำนักข่าวต่างดาวแบบซื่อ ๆ ว่า "พิมพ์ไทย" ไปรับเงินวัดพระธรรมกายมาเขียนข่าว
แต่ถ้าใครติดตามข่าววัดพระธรรมกายที่ตีพิมพ์ใน "พิมพ์ไทย" แล้ว น่าจะมองออกมว่า เราไม่ได้เชียร์วัดพระธรรมกาย แต่เราพูดถึง "หลักการ" มากกว่า
ทุกสิ่งทุกอย่างในโลกนี้ ย่อมมีกฎเกณฑ์กติกาของมัน คนเราเมื่อรักจะอยู่ในโลก มันก็ต้องยึดถือกติกาของสังคมเป็นหลัก
เมื่อทางฝ่ายตรงข้ามกับวัดพระธรรมกาย ทำอะไรนอกกฎนอกระเบียบ มันก็ย่อมจะไม่ถูกต้อง "พิมพ์ไทย" เรายืนหยัดท้วงติงในเรื่องเหล่านี้มาโดยตลอด ไม่เคยคิด "ตะแบง"
เพียงแต่ว่าคนอื่น ๆ เคยคิดยอมรับในหลักการกันบ้างหรือเปล่า ใครเคยอ่านเจอมั่ง?
สิ่งที่เราพยายามชี้ให้ทุกฝ่ายเห็น ก็เพราะต้องการให้เรื่องในวงการสงฆ์จบลงด้วย "สันติวิธี" ก็แค่นั้นเอง
เราเคยชี้ถึงทางออกของกรณีวัดพระธรรมกายมาตลอดเวลา ว่า มันควรจะมีการ "จับเข่าคุยกัน" เพื่อหาผลสรุปกันเสียที
ซึ่งมันดีกว่ามาทะเลาะเบาะแว้งกัน
บนหน้าหนังสือพิมพ์
ไม่เห็นมีใครเคยคิด มีแต่การเปิดแนวรุก เพื่อบีบคั้นให้วัดพระธรรมกาย เกิดความสยบยอมตลอดเวลา โดยเฉพาะสื่อมวลชนที่ทำตัวเป็น "บ่างช่างยุ"
โดยเปิดเวทีให้พระทะเลาะกันไม่เว้นแต่ละวัน นี่มันอะไรกัน?
สื่อมวลชนด่าว่า พระธัมมชโย มีที่ดินมากผิดสมณะสารูป พิมพ์ไทยเคยโต้เถียงแทนบ้างหรือเปล่า?
เราก็ไม่เห็นด้วยที่พระถือครองที่ดินจำนวนมาก เพราะมันไม่เหมาะสม ผิดพระธรรมวินัย อันนี้เรายอมรับ
แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ก่อนหน้านี้ ไม่เคยมีใครบอกว่า พระถือครองที่ดินเป็นความผิด ก็เห็นถือครองกันเยอะแยะเต็มไปหมด ไม่เห็นมีใครว่าอะไรเลยซักคำ
เรื่องเหล่านี้ถ้าจะบังคับให้ทำ มันก็ต้องว่ากันทั้งระบบทั้งประเทศ จะตั้งแง่เอาผิดกับพระรูปใดรูปหนึ่ง โดยปล่อยปละละเลย พระรูปอื่นที่กระทำเช่นเดียวกัน มันไม่เป็นการจำเพาะเจาะจงมากเกิดไปหรืออย่างไร
ตรงนี้ คนวัดพระธรรมกาย เขาถือว่า เขาถูก "กลั่นแกล้ง" ไม่ใช่เป็นเรื่องของ "ความชอบธรรม" ตามที่กล่าวอ้างกันแต่อย่างไร
ทุกอย่างต้องดำเนินไปด้วยความเป็นธรรม มันถึงจะได้รับการยอมรับจากสังคม!