ปีที่ 3 ฉบับที่ 956 ประจำวันศุกร์ที่ 25  เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

ผู้ชี้ขุมทรัพย์

ทำไมเลือกตั้ง สว. จึงชี้ชะตาการคณะสงฆ์

4 มีนาคม 2543 เป็นวันเลือกตั้ง สมาชิกวุฒิสภา หรือที่เรียกว่า สว. แต่เดิมที่ผ่านมา สว. ได้มาโดยการแต่งตั้ง นับเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในกลไกการบริหารประเทศ

สว. มีบทบาทหน้าที่สำคัญ ๆ คือ ทำหน้าที่ กลั่นกรองกฎหมาย ควบคุมการทำงานของรัฐบาล คัดเลือกและถอดถอน บุคคลสำคัญทางการเมือง

การเลือกตั้ง สว. ในครั้งนี้ จึงเป็นตัวชี้ชะตากลไกในการบริหาร การปกครองของประเทศมากมาย รวมไปถึงกฎหมายการปกครองคณะสงฆ์ด้วย

ดังนั้น การเลือกตั้ง สว. ในครั้งนี้ จึงเป็นตัวชี้ชะตาการคณะสงฆ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

แต่เดิมที่ผ่านมา การคณะสงฆ์ไม่ค่อยเข้าไปข้องเกี่ยวกับการเมืองมากเท่าใด เพราะผู้ปกครองผู้มีอำนาจบริหารแผ่นดินส่วนใหญ่ เป็นพุทธศาสนิกชน ที่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา แต่ต้องยอมรับความจริงว่า ในสภาพปัจจุบันนี้ไม่ใช่

มีผู้มีอำนาจในกลไกของรัฐบาลบางท่าน ไม่ใช่พุทธศาสนิกชน หรือไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา บางคราวก็แสดงตนเป็นอุบาสกเทียม อุบาสกเก๊เข้ามาก้าวก่าย กดดันการ ปกครองของคณะสงฆ์อย่างเปิดเผย (ตลอดปีที่ผ่านมา) จนทำให้เกิดการแตกแยกในหมู่สงฆ์

จะเกิดอะไรขึ้น ถ้านายกรัฐมนตรีคนต่อไป ไม่ใช่ชาวพุทธ

การคณะสงฆ์ควรจะวางตัวแค่ไหนกับการเมืองหรือการเลือกตั้ง สว. สส. ฯลฯ

ตลอดปี 2542 ที่ผ่านมา มีวิกฤตการณ์หลายประการ ที่ส่อให้เห็นภัยของการคณะสงฆ์จากผู้มีอำนาจของรัฐ ทั้งจากสายนักการเมือง สายข้าราชการประจำ และจากสื่อมารชน บางค่าย

การทำลายพระพุทธศาสนาในประเทศไทย จะต้องทำลายการคณะสงฆ์ผู้มีอำนาจการปกครองของการคณะสงฆ์ คือ มหาเถรสมาคมให้ได้

ตลอดปีที่ผ่านมา จะเห็นเล่ห์เหลี่ยมวิธีการทำลายที่สำคัญ สามารถสรุปได้ 2 ประการคือ

1. ทำลายความน่าเลื่อมใส ศรัทธา ความเคารพ นับถือของกรรมการมหาเถรสมาคม ไม่เว้นแม้แต่ประมุขสงฆ์ โดยมหาบัณฑิต นำเสนอให้ปลดประมุขสงฆ์ ผ่านสื่อมวลชน โดยไม่มีความเคารพยำเกรงใดๆ 

2. กรรมาธิการศาสนาฯ พยายามผลักดันร่างกฎหมาย ฆราวาสปกครองคณะสงฆ์ (หัวดำปกครองพระ) ให้มีผลบังคับใช้ แต่กฎหมายดังกล่าวได้ล่วงรู้ไปถึงคณะสงฆ์ ทั่วทั้ง สังฆมณฑล จนเกิดกระแสการต่อต้านอย่างกว้างขวาง จากคณะสงฆ์ ทั่วประเทศ (เพราะร่างกฎหมายดังกล่าวผิดพระธรรมวินัย ขัดต่อกฎหมายรัฐธรรมนูญ เป็นร่างกฎหมาย ที่ถอดรากถอนโคนพระพุทธศาสนา ในแผ่นดินไทยแบบติดจรวด) ทำให้พรรคการเมือง ต้องชะลอการนำเสนอร่างกฎหมายดังกล่าว แต่ก็ยังจ้องหาโอกาสตลอดเวลา

ทั้งสองเหตุการณ์เป็นตัวบ่งชี้ว่า ขณะนี้ ที่ข้างกุฏิของพระคุณเจ้า มีทีมงานที่จ้องทำลายการคณะสงฆ์และพระพุทธศาสนา แฝงตัวอยู่

ปี พ.ศ.2543 นี้จะเป็นปีแห่งการเลือกตั้ง ถ้า สว. ที่ได้รับการเลือกตั้ง เป็นผู้ไม่มีศรัทธาในพระพุทธศาสนา หรือเป็นผู้รับงานมาเพื่อทำลายพระพุทธศาสนา (เคยมีส่วนร่วมในการ โจมตี มหาเถรสมาคม หรือสนับสนุนการนำเสนอร่างกฎหมาย ฆราวาสปกครองสงฆ์) คงจะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ในการคณะสงฆ์อย่างแน่นอน

ก่อนปี 2541 ฆราวาสรับใช้คณะสงฆ์

ปี 2542 ฆราวาสกดดัน ทดลองใช้งานกรรมการมหาเถรสมาคม และเจ้าคณะพระสังฆาธิการบางท่านอย่างได้ผล

ปี 2543 ถ้ากฎหมายฆราวาสปกครองสงฆ์ ถูกผลักดันออกมาบังคับใช้ อาจจะได้ทันเห็นฆราวาส ใช้งานการคณะสงฆ์เต็มรูปแบบ (ทราบว่าร่างกฎหมายดังกล่าว ผ่านถึงมือ นายกแล้ว รอเซ็นเท่านั้ เพราะถูกสอดไส้มากับ พ.ร.บ.ฉบับอื่น) สภาพของการคณะสงฆ์ในปัจจุบัน จึงเหมือนอยู่บนเส้นด้าย

ที่ผ่านมา การคณะสงฆ์ไม่เข้าไปข้องเกี่ยวกับการเมือง แต่การเมืองเข้ามารุกล้ำเกินเขตแดนของการคณะสงฆ์อย่างรวดเร็ว ต่อเนื่องจนเรื่องผิดปกติ กลายเป็นปกติ

การคณะสงฆ์ควรจะมีบทบาทต่อการเลือกตั้ง สว.แค่ไหน กราบนมัสการพระเถรานุเถระได้โปรดใช้โยนิโสมนสิการอย่างยิ่งยวด

ปมาโท มัจจุ โนปทัง ความประมาท เป็นทางแห่งความตาย

เลือกตั้ง สว. ครั้งนี้ จึงเป็นการชี้ชะตาการคณะสงฆ์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

โสรัจจะ


[หน้าหลัก][หน้า1][พิเศษ]

1