ปีที่ 3 ฉบับที่ 956 ประจำวันศุกร์ที่ 25  เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543

หน้า 1

ฟ้องผบ.เหล่าทัพ 5บิ๊กล้มพุทธ พระยังเติร์กอื้อปฏิรูป! ล้างกฎหมายคณะสงฆ์ 

ชมรมพุทธสากล "รุก" ยื่นหนังสือบิ๊กทหาร ข้อความถล่ม เสี่ยตือ - วิชัย - มาณพ - สมพร และเจิมศักดิ์ อ้างทั้ง 5 คน ร่วมกันทำลายความมั่นคงพระพุทธศาสนา ด้านพระสงฆ์หนุ่ม ไฟแรง ประสานเสียง ถึงเวลาต้องแก้ไขกฎหมายสงฆ์ พระพิพิธธรรรมสุทร ไม่เห็นด้วยที่ปลดพระเถระระดับล่าง ในขณะที่ปล่อยให้พระอาวุโส ยังกุมอำนาจบริหารคณะสงฆ์ อยู่เหมือนเดิม พระมโนอดีตลูกวัดธรรมกายโผล่ อัดพระเถระรวบอำนาจ เป็นองค์เดียวหลายตำแหน่ง

ผู้สื่อข่าวรายงานจากกระทรวงกลาโหมว่า เมื่อวานนี้ เวลา 10.45 น. ประธานชมรมชาวพุทธแห่งประเทศไทย นายอดิศักดิ์ วรรณสิน และคณะกรรมากรบริหารชมรม พร้อมด้วย ตัวแทนอีก 13 คน ได้เดินทางเข้ายื่นหนังสือร้องทุกข์ต่อ พล.อ.มงคล อัมพรพิศิษฐ์ ผบ.สส. พล.อ.สุรยุทธ จุลานนท์ ผบ.ทบ. และ พล.ร.อ.ธีระ ห้าวเจริญ ผบ.ทร.

โดยหนังสือร้องทุกข์ดังกล่าว ได้กล่าวโทษ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.ศึกษาธิการ เป็นผู้กล่าวโทษที่ 1 นายวิชัย ตันศิริ รมช.ศึกษาธิการ ที่ 2 นายมาณพ พลไพรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญกรมการศาสนา ที่ 3 นายสมพร เทพสิทธา ประธายยุวพุทธิกสมาคม ที่ 4 นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง ที่ 5 มีความว่า

ผู้ถูกกล่าวหาทั้ง 5 คน ได้ร่วมกันทำลายความมั่นคงของพระพุทธศาสนา โดยเข้าไปแทรกแซง ยุยง ชี้นำ ข่มขู่ ให้พระเถระผู้ใหญ่ทำผิดกฎหมาย ผิดพระธรรมวินัย โดยไม่คำนึง ถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อสังฆมณฑล อันทำให้พุทธศาสนาตกต่ำ และเสื่อมศรัทธาอย่างไม่เคยมีมาก่อน

โดยตัวแทนของชมรมฯ ได้มอบหนังสือด้งกล่าวผ่าน นอ.วินศักดิ์ วิจริตตรานุช เนื่องจากนายทหารผู้ใหญ่ทั้ง 3 คน ติดประชุมสภากลาโหม

ทางด้านความเคลื่อนไหวในวงการสงฆ์ เมื่อวานนี้ กระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดสัมมนาระดมความคิดเห็นเรื่องรัฐธรรมนูญ กับพระศาสนา โดยมีพระนักวิชาการจากวัดต่าง ๆ ในกทม. และต่างจังหวัด รวมทั้งฆราวาส ได้เข้าร่วมในการสัมมนาเป็นจำนวนมาก

พระมโน เมตตานันโท อดีตพระลูกวัดพระธรรมกาย จากวัดราชโอรสาราม กล่าวว่า ศาสนาพุทธในปะรเทศไทย มีความน่าเป็นห่วง เนื่องจากการจัดการบริหารองค์กรทางศาสนา มีการลักลั่นอยู่ ปัจจุบันพระผู้ใหญ่กับตำแหน่งมากกว่า 1 ตำแหน่ง ทำให้ไม่มีการกระจายอำนาจไปยังระดับล่าง ทำให้ยากต่อการประสานงานและตรวจสอบซึ่งกันและกัน

รวมทั้งยังมีความขาดแคลนบุคลากรทางด้านศาสนา เช่น อุบาสก อุบาสิกา ที่มีความรู้ความเข้าใจ ในการเผยแพร่ศาสนา ให้ประชาชนเกิดความรู้ความเข้าใจ เมื่อเทียบกับ บุคลากรในศาสนาอื่น การจะพึ่งแต่พระสงฆ์เผยแพร่ศาสนาเพียงอย่างเดียว คงเป็นไปได้ยาก เนื่องจากติดเงื่อนไขหลายประการ เช่น การจำกัดเรื่องของวัฒนธรรม ประเพณี ที่พระจำเป็นต้องอยู่ในจารีตและศีล

นอกจากนี้ ยังขาดหลักสูตรศาสนาเปรียบเทียบ ทำให้ไม่รู้ว่า ศาสนาอื่นเป็นอย่างไร และยังขาดการรวมศูนย์ของสงฆ์ที่แท้จริง อย่างไรก็ตาม อาตมาเห็นว่า ควรมีหลักสูตรศาสนา และพระปริยัติธรรมรวมเข้าด้วยกัน ควรมีอุบาสกอุบาสิกา ที่มีความศรัทธา เข้ามาร่วมกันเผยแผ่พระพุทธศาสนาให้กับประชาชน

พระเทพดิลก วัดบวรนิเวศวิหาร กล่าวว่า ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 33 ที่ระบุว่า บุคคลย่อมมีเสรีภาพในการนับถือศาสนา หรือลัทธินิยมในทางศาสนา และมีเสรีภาพในการ ปฏิบัติตามศาสนบัญญัติ หรือปฏิบัติพิธีกรรม ตามความเชื่อของตน

อีกทั้งใน ม.73 ยังระบุว่า รัฐต้องให้ความอุปถัมภ์คุ้มครองพระพุทธศาสนา และศาสนาอื่น ส่งเสริมความเข้าใจอันดีระหว่างศาสนิกชนของพุทธศาสนา สนับสนุนการนำหลักธรรม ของศาสนามาใช้ เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมและพัฒนาคุณภาพชีวิต

"อาตมามีความเห็นว่า การระบุเช่นนี้ในรัฐธรรมนูญ จะทำให้เกิดความแตกแยกทางศาสนา และมีลัทธินิกายใหม่เกิดขึ้น จะเห็นได้จากลัทธิโยเร ที่เป็นปัญหาอยู่ในขณะนี้ ในขณะ เดียวกัน ตาม ม.7 ของ พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ ระบุว่า รัฐจะต้องส่งเสริมและปลูกฝังคนให้เข้าใจเกี่ยวกับศาสนา ศิลปและวัฒนธรรมของชาติ ซึ่งทางกรมวิชาการ และกรมการ ศาสนา จะทำอย่างไร จึงจะศีลธรรมเข้าไปอยู่ในเนื้อหาวิชา และสร้างบุคลากรของชาติได้" พระเทพดิลกกล่าว 

พระสุธีวรญาน รองอธิการบดีฝ่ายวิชากร ม.จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย กล่าวว่า ควรมีการจัดตั้งสถาบันวิชาการทางด้านศาสนา เพ่อเป็นองค์กรในการพิจารณา และตัดสินว่า สิ่งใดถูกหรือผิด โดยเฉพาะในส่วนของหลักคำสอนทางพุทธศาสนา และตำราต่างๆ รวมทั้งควรมีแผนพัฒนาจิตใจ ให้มีการผลิตครูผู้สอนศีลธรรม โดยจัดตั้งวิทยาลัยครูจริยศึกษา และให้มีแผนพัฒนาพุทธเยาวชน ในการสร้างคนให้เป็นคน ที่มีการพัฒนาทั้งด้านปัญญา อารมณ์ พฤติกรรม และระเบียบวินัย

พระศรีปริยัติโมลี รองอธิบดีฝ่ายกิจกรรมต่างประเทศ ม.จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย กล่าวว่า แม้ประเทศไทยจะมีผู้นับถือพุทธศาสนา คิดเป็น 95% ก็ตาม แต่ส่วนใหญ่ยังไม่มี ความเข้าใจพุทธศาสนา ว่า เป็นอย่างไร เนื่องจากระบบการศึกษาของไทย ไม่เอื้อให้ประชาชน มีความรู้ความเข้าใจ จึงทำให้เกิดช่องว่างขึ้น

แม้ว่าจะมีร่าง พ.ร.บ.การศึกษาแห่งชาติ เกิดขึ้นมาก็ตาม แต่ยังไม่เห็นมีคำว่า ศีลธรรม หรือ พระรัตนตรัย อยู่ใน พ.ร.บ.ดังกล่าว รวมทั้งไม่ได้เปิดโอกาสให้พระสงฆ์ เข้าไป มีส่วนร่วมอยู่ในกระทรวงศึกษาธิการ ศาสนา และวัฒนธรรม จึงทำให้ประชาชนไม่มีความศรัทธาในศาสนาเท่าที่ควร

นอกจากนี้ ยังเห็นว่า รัฐบาลโดยเฉพาะพรรคประชาธิปัตย์ จะต้องมีความกล้าหาญในการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงการศึกษาของสงฆ์ โดยเฉพาะ พ.ร.บ.การปกครองคณะสงฆ์ 2505 แก้ไขปรับปรุง 2535 ที่รัฐบาลจะต้องเด็ดขาด เห็นแก่พระศาสนามากกว่าตัวบุคคล มิฉะนั้น บ้านเมืองจะไปไม่รอด

พระพิพิธธรรมสุนทร ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์เทพวราราม กล่าวว่า ควรมีการปรับปรุงองค์กรคณะสงฆ์ ที่เป็นอยู่ในขณะนี้ใหม่ โดยการขยายอายุตำแหน่ง พระสังฆาธิการ ระดับล่าง แทนที่จะต่ออายุตำแหน่งให้กับพระเถระผู้ใหญ่ ที่เป็นกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) หรือไปปลดพระเถระระดับล่าง มิฉะนั้น จะทำให้พระสงฆ์ขาดความศรัทธา ในองค์กรของตนเอง ดังนั้น ทางกระทรวงศึกษาธิการ ควรเสนอแก้ไข พ.ร.บ.การปกครองคณะสงฆ์ โดยพิจารณากฎระเบียบของมส. และอำนาจตำแหน่งต่าง ๆ ให้สอดคล้องกับการศึกษาของสงฆ์


[หน้าหลัก][หน้า1][พิเศษ]

1