ปีที่ 3 ฉบับที่ 927 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 27 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

วิวาทะ

เวรกรรมก๊อดอาร์มี่-เวรกรรมวัดสวนแก้ว

ปีใหม่ 2543 เป็นการเปิดศักราชที่ไม่สู้จะงดงามสักเท่าไหร่ สำหรับพี่น้องชาวไทย ปฏิบัติการของกองกำลังติดอาวุธ "ก๊อตอามี่" บุกยึดโรงพยาบาล ไม่ใช่เรื่องเกินกว่าวิสัยที่ผู้นำบ้านเมืองจะควบคุมดูแล

หลังการสังหารผู้ก่อการร้ายทั้ง 10 ราย มีหลายฝ่ายตั้งข้อสังเกตชวนฉงน ว่า ... น่าจะมีเบื้องหน้าเบื้องหลังมากกว่านี้ เพราะถือเป็นเรื่องง่าย เกินไป ที่กำลังติดอาวุธจะบุกเข้ามาหยามศักดิ์ศรีประเทศไทย ด้วยการยึดโรงพยาบาลศูนย์ราชบุรี

เป็นไปได้อย่างไร ที่คนเหล่านี้ จะเล็ดลอดผ่านด่านตรวจจับ ทั้งทหาร และตำรวจ หากไม่มีการไฟเขียวจากผู้ใหญ่ ที่มีอำนาจทางการเมือง ทางการทหาร

อย่าเพิ่งด่วนให้ร้ายเอาผิดแต่เจ้าหน้าที่ฝ่ายข่าวกรอง

ผมไม่อยากจะพูดอะไรให้มากไปกว่านี้ เป็นอันว่า สถานการณ์ระหว่างนศ.พม่า บุกยึดสถานทูตพม่าที่กรุงเทพฯ เมื่อปลายปีกับการบุกยึด โรงพยาบาล หนล่าสุดนี้ เป็นคนกลุ่มเดียวกัน อย่างแน่นอน

และอาจจะเป็นบุคคลที่ผู้นำทางการเมืองไทย เคยเรียกใช้งาน "ลับ" เพื่อจุดประสงค์อย่างใดอย่างหนึ่ง แล้วก็ปล่อยตัวไป และก็เป็นบุคคลที่ถูก หลอกมาฆ่า

สามสี่วันมานี้ ผมเดินทางไปทำข่าวแถวย่านจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี และกำลังจะเดินทางกลับมายังกรุงเทพ ก็ต้องสะดุด และเข้าไป ติดตามข่าวทหารก๊อดอาร์มี่ บุกยึดโรงพยาบาลที่ราชบุรี ได้ข้อมูลมากมายจากผู้ที่อยู่ใกล้ชิดกับกลุ่มก๊อตอาร์มี่

มีคำถามว่า ทำไมต้องฆ่าคนเหล่านี้ทั้ง 10 คน และเป็นการเสี่ยงเกินไปหรือไม่ สำหรับการปฏิบัติการชิงตัวประกัน เมื่อใกล้ฟ้าสาง เป็นการ เสี่ยงทั้งความปลอดภัยในตัวประกัน และความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่ไทย

แต่ก็ต้องปฏิบัติ เพราะเป็นนโยบายที่ถูกส่งตรงมาจากนายผู้ใหญ่ แม้เสียงเรียกร้องว่า .. "อย่ายิงๆๆๆ" จะดังอึงอื้อจากตัวประกัน และผู้ก่อการร้าย ยกมือยอมแพ้ ก็ยังถูกสังหารด้วยคมกระสุนที่ศีรษะ

แม้จะมีคนร้ายหนีออกจากห้องปฏิบัติการไปยังอาคารอื่น หลังจากเพื่อนๆ 9 คนถูกปลิดชีพเรียบร้อย สุดท้าย ก็ต้องคมกระสุนที่ศีรษะ เป็นศพลำดับที่ 10 ในเวลาต่อมา

หลายสัปดาห์มาแล้ว ผมไม่ได้แตะหรือเขียนความเห็นเกี่ยวกับด้านพระพุทธศาสนา ก็ได้ตกลงทำความเข้าใจกับตัวเองไว้แล้วว่า จะลามือไป สักพัก เพราะขณะนี้ ก็เห็นว่า สถานการณ์ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ไม่ว่าจะเป็นกรณีธรรมกาย ที่ต้องรอฟังความเห็นจาก กระบวนการ กฎหมาย และกระบวนการทางสงฆ์ตามหลักพระธรรมวินัย

แต่ก็เกิดเรื่องเหลือเชื่อเกี่ยวกับวงการสงฆ์ขึ้นมาจนได้ ก็อดที่จะขยับเคาะแป้นคีย์บอร์ด แสดงความคิดเห็นอีกไม่ได้

ข่าวหน้า 1 หนังสือพิมพ์ยักษ์ใหญ่ ระบุว่า วัดสวนแก้วระอุ พระแตกแยกความสามัคคี ถึงขั้นท่านเจ้าอาวาส ขอมติสงฆ์ ไม่ร่วมสังฆกรรม กับพระพยอม กัลยาโณ พระนักเทศน์ชื่อดัง ด้วยอีกฝ่ายเน้นแต่กิจกรรมช่วยเหลือสังคม นำเงินวัดไปขยายถาวรวัตถุ ละเลยการปฏิบัติธรรม อบรมสั่งสอนพระลูกวัด

รุนแรงถึงขั้นพระมหาประเสริฐ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ขอมติพระลูกวัด เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว ปรากฏว่า ผลคะแนนสงฆ์ท่วมท้น ไม่เอาด้วย กับพระพยอม

ขณะที่พระพยอมเองยืนยันว่า เหตุผลที่ต้องใช้เงินทองมากมาย ก็เพราะต้องการนำไปขยายสถานที่ก่อสร้าง รองรับเหล่าผู้ปฏิบัติธรรม เนื่องจากนับวันญาติโยมที่มีความศรัทธา จะเดินทางมาปฏิบัติกัน เป็นจำนวนมาก จึงต้องขยายพื้นที่รองรับ

ปัญหาดังกล่าวขยายเป็นความบาดหมางใจ ของพระวัดสวนแก้ว ประกาศไม่สังฆกรรมกับพระพยอม และห้ามพระพยอม มาแสดงธรรม ที่ลานแก้ว โดยพระพยอมเอง ได้เปลี่ยนไปใช้พื้นที่ของมูลนิธิวัดสวนแก้วแทน

นี่แหละครับ ปัพพาชนียกรรมที่ถูกต้อง ไม่ใช่เที่ยวไปขอความเห็นฆราวาสหัวหงอกหัวดำ มาร่วมกับขับไล่สงฆ์ เหมือนอย่างที่ผ่านๆ มา

ความบาดหมางใจของพระภิกษุ ไม่จำกัดวงอยู่แค่หมู่สงฆ์ แต่ยังรุกลามไปถึงเหล่าเจ้าหน้าที่มูลมิธิฯ ซึ่งเป็นฆราวาสที่คอยสนองงาน พระพยอม คนกลุ่มนี้ไม่พอใจต่อท่าทีของเจ้าอาวาส เป็นอย่างยิ่ง และเห็นว่าพระพยอมเป็นผู้ก่อตั้งวัดสวนแก้วมากับมือ จากที่เมื่อก่อนเป็น สวน เพียงไม่กี่หยิบมือ ปัจจุบันได้ใช้เงินซื้อขยายที่ดินออกไปกว่า 100 ไร่

ครับ เรื่องของวัดสวนแก้ว ผมเคยวิพากษ์ไปแล้วเมื่อปลายปี 2542 เกี่ยวกับผลประโยชน์รูปแบบต่างๆ ก็ขอให้สาธุชนเข้าใจทั่วหน้ากันว่า ม็อบ ที่สนับสนุนพระพยอมแท้จริง ก็คือ เหล่าเจ้าหน้าที่และผู้ที่มีผลประโยชน์กับมูลนิธิฯ ไม่ใช่ม็อบชาวบ้านที่มีศรัทธาแต่อย่างใด

เรื่องนี้ ใครอยากรู้อะไรที่ลึกซึ้ง ต้องไปถามชาวบ้านที่อาศัยอยู่แถววัดสวนแก้วว่า เขาศรัทธาในตัวพระพยอมเพียงใด เพราะแม้แต่การทำบุญ ประจำปีเทศกาลงานใหญ่ ชาวบ้านแถวนั้น เขาก็ดั้นด้นไปทำบุญกันที่วัดห่างไกลจากบ้านพัก มีคติเตือนใจอยู่บ่อยครั้ง พระท่านจะพัง ก็เพราะ สตรี และ เงินทองนี่กระมัง

งานนี้ราชบัณฑิต เสฐียรพงษ์ วรรณปก อย่าเพิ่งหลงประเด็น เที่ยวไล่งับธรรมกายจนเพลิน ควรกลับไปช่วยเหลือคู่หูของท่าน เพราะกำลัง อยู่ในภาวะพระศุกร์เข้า พระเสาร์แทรก สำคัญผมไม่อยากเห็นผู้ที่ชี้นิ้วตำหนิติติงผู้อื่น อาบัติเลวชั่วหยาบ และต้องปัพพาชนียกรรมแบบผิดๆ ถูกๆ กลางท้องสนามหลวง ถูกคมหอกคมดาบของตัวเอง สมภารอัปเปหิออกนอกวัด

ก่อนจบขอฝากกรณีวัดสวนแก้ว เป็นกรณีศึกษาให้กับพรรคชาติไทย ที่หัวหน้าปลาไหลเติ้งเสี่ยวหาร เปิดประเด็นอดอยากปากแห้ง ล้วงผิดรู ทะลึ่งไปล้วงคุณปองพล อดิเรกสาร จนถูกตอกหน้ามาเสียแก่

ก็ไม่มีอะไรมาก แค่อยากจะบอกลูกผู้ชายที่ชื่อ สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล สำเหนียกในเรื่องเวรกรรมให้มากๆ จะตำหนิพระเถระว่า เห็นแก่ลาภ สักการะ ก็ควรกลับไปปัดกวาดบ้านของตัวเอง ให้ขาวสะอาดเสียก่อนเถอะไป๊

โซตัส


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ]

1