ปีที่ 3 ฉบับที่ 927 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 27 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

หน้า 1

กงกรรมกงเกวียน ขับพระพยอม

อนิจจา! วัดสวนแก้ว ร้าวลึก พระพยอมเจอดี "ปัพพาชนียกรรม" เล่นงาน เจ้าอาวาสสุดทน ขับพ้นวัด พระนักเทศน์ชื่อดังสารภาพ มีปัญหา เรื่องเงิน กร้าวไม่แคร์ ไปอยู่วัดไหนก็ได้ ด้านคดีธรรมกาย กรมการศาสนาถูกทนายซักหน้าหงาย พระถือครองที่ดิน ไม่ผิดกฎหมาย

พระพยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว จังหวัดนนทบุรี เปิดเผยถึงกรณีที่มีข่าวความขัดแย้งกับพระประเสริญ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว ว่า เป็นเรื่องจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่บีบคั้นจิตใจมาก คือ การบรรยายธรรมทุกวันอาทิตย์ ได้ขอร้องคนงานให้หยุดส่งเสียงรบกวน แต่ไม่สามารถห้าม ได้ จนต้องหยุดบรรยายธรรม มาเป็นเวลา 2-3 สัปดาห์ และเวลาอาตมาหยุดบรรยาย เจ้าอาวาสก็บรรยายเอง ซึ่งคนเคยฟังอาตมาเทศน์ สัปดาห์ละ 200-500 คน จนเหลือ 20-30 คนเท่านั้น เหมือนกับจะแกล้งเพื่อบรรยายเอง หรืออย่างไรไม่ทราบ 

อาตมาตั้งวัดมา 16 ปี ไม่เคยเลย ขณะบรรยายธรรม จะมีคนทำงานส่งเสียงรบกวน เวลาฟังเทศน์ต้องหยุดหมด อย่างไรก็ตาม รองเจ้าคณะ จังหวัดนนทบุรี ซึ่งเป็นประธานการสอบสวน และเจ้าคณะอำเภอ ที่กำลังสอบอยู่ ระบุว่า จะจัดการให้เร็วที่สุด ที่จริงจะเรียกอาตมาไปพบวันที่ 26 ม.ค. แต่บังเอิญติดกิจนิมนต์อยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ ต้องบรรยาย 5 วัน ดังนั้น จึงเป็นวันอาทิตย์ที่ 30 มกราคมนี้ จะไปพบท่าน

ส่วนกรณีเรื่องการแยกบัญชีธนาคารระหว่างวัดสวนแก้ว และมูลนิธิวัดสวนแก้วนั้น พระพยอมกล่าวว่า แยกบัญชีมานานแล้ว ระหว่างบัญชี วัด กับบัญชีมูลนิธิ เพราะอาตมาไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส เงินของวัด เจ้าอาวาสก็ต้องรักษาไปเป็นบัญชีของวัด เมื่อก่อนอาจจะมีชื่อของอาตมา ร่วมรับรู้ด้วย รองเจ้าอาวาส และไวยาวัจจกร แต่ปัจจุบัน ชื่ออาตมาถูกคัดออกแล้ว ทั้งที่เป็นประธานสงฆ์ในวัดและในสมุดฝาก

ผู้สื่อข่าวถามว่า หากต้องออกจากวัดสวนแก้ว จะไปจำวัดที่ใด พระพยอมกล่าวว่า มีที่ไปเยอะแยะ เพราะไม่ได้เป็นพระเลว ไม่ได้เสียหาย เรื่องผู้หญิง ไม่ได้เสียหายเรื่องเงิน ไม่ได้โกงเงินของวัด หรือมูลนิธิ มีแต่คนโทรศัพท์มาสงสาร เห็นใจเรา ไม่ได้เป็นผู้ทำผิดอะไร ทั้งนี้ อนาคต ไม่ว่าจะอยู่ที่ใด มูลนิธิวัดสวนแก้ว จะยังคงอยู่แน่นอน งานจะทำต่อไป ไม่มีปัญหาช่วยเหลือคนตกงาน คนพิการ เด็กกำพร้า แต่ว่า ปีนี้ต้อง หยุดทำไปปีหนึ่ง เกี่ยวกับเรื่องช่วยเหลือเด็ก เพราะว่าเงินไม่มี เนื่องจากเงินอยู่ในบัญชีของวัด มีผู้ถวายเงินเก็บรวบรวมได้กว่า 10 ล้านบาท จากเวลาไปเทศน์บริษัทใหญ่ๆ ญาติโยมถวายมาแสนหนึ่ง แต่ไม่ได้เป็นเจ้าอาวาส เวลาจะออกใบอนุโมทนาให้ไปลดภาษี ทำไม่ได้ จึงต้องนำ เงินมอบให้เจ้าอาวาส และให้ออกใบอนุโมทนา เจ้าอาวาสก็เอาเงินเข้าวัด และไม่ให้ยืม ไม่ให้ใช้เลย ทั้งที่ใช้เพื่อคนยากคนจน แต่ใช้ก่อสร้าง หมด

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า พระพยอมกับเจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว มีความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง ถึงขั้นเจ้าอาวาสขอมติของพระลูกวัด เพื่อแยกทำสังฆกรรมกับพระพยอมอย่างเด็ดขาด ซึ่งพระลูกวัดส่วนใหญ่ก็เห็นด้วยกับเจ้าอาวาส เพราะตลอดเวลา พระพยอมไม่ยอมปฏิบัติ ศาสนกิจร่วมกับหมู่สงฆ์ เอาเวลาส่วนใหญ่ ไปดำเนินกิจกรรม ด้านสังคมและชุมชน และมุ่งเน้นแต่การสร้างถาวรวัตถุของโครงการต่างๆ อีกทั้งโครงการ ก็มีปัญหาเรื่องเงินเรื่องทองมาโดยตลอด มีความไม่โปร่งใสในมูลนิธิฯ จนเจ้าหน้าที่มูลนิธิเกิดความขัดแย้งกันอย่างรุนแรง

สำหรับพระพยอมเป็นพระแกนนำที่ออกมาต่อต้านวัดพระธรรมกายอย่างต่อเนื่อง โดยจะกล่าวหาวัดพระธรรมกาย มุ่งเน้นแต่วัตถุ และมี ปัญหา เรื่องเงินๆ ทองๆ ขณะเดียวกัน พระพยอมก็ได้เป็นตัวตั้งตัวตี ทำปัพพาชนียกรรม ขับไล่พระธัมมชโยพ้นจากหมู่สงฆ์ โดยดึงฆราวาส มามีส่วนร่วมในพิธีสำคัญของสงฆ์ ซึ่งผิดพระธรรมวินัย อย่างร้ายแรง

อีกด้านหนึ่ง ความคืบหน้าคดีวัดพระธรรมกาย ที่พนักงานอัยการ เป็นโจทก์ฟ้อง พระธัมมชโย และนายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์คนสนิท เป็นจำเลยในความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงาน ปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และยักยอกเงินบริจาคของวัด ไปกว้านซื้อที่ดินที่จังหวัดเพชรบูรณ์ และพิจิตร แล้วใส่ชื่อเป็นของตนเอง

วันเดียวกันนี้ นายเชลียง เทียมสนิท หัวหน้ากลุ่มนิติกร กรมการศาสนา ซึ่งเป็นพยานโจทก์ปากแรก เข้าเบิกความเป็นครั้งที่ 3 มีนายสนธยา โพธิแดง ทนายความจำเลย ทำการซักค้านพยานต่อจากนัดก่อน

นายเชลียง เบิกความตอบการซักค้านของทนายจำเลยเกี่ยวกับการถือครองที่ดินของพระ ว่า ถ้าตามกฎหมายพระ สมารถถือครองที่ดินได้ แต่ตามพระธรรมวินัยถือว่า ต้องห้าม ส่วนถ้าผู้มีจิตศรัทธาให้เงินไปซื้อที่ดิน เพื่อสร้างศาสนสมบัติ พระจะรับไว้ได้หรือไม่ นายเชลียงตอบว่า ถ้าเอาเงินไปสร้างวัด ก็ไม่ผิด แต่ต้องทำตามกฎกระทรวง

ทนายจำเลยถามย้ำว่า ถ้าพระใส่ชื่อในที่ดิน เป็นของพระไว้ก่อน เพื่อจะดำเนินการต่อไปตามประสงค์ของผู้มีจิตศรัทธา จะผิดหรือไม่ นายเชลียงตอบว่า ถ้าทำถูกต้องตามกฎกระทรวง ก็ไม่ผิด

ทนายจำเลยยังซักค้านพยานปากนี้ถึงเรื่องต่างๆ อีกหลายเรื่อง จนถึงเวลา 16.30 น. ยังไม่แล้วเสร็จ ศาลจึงสั่งพักการพิจารณา และนัดสืบ พยาน ต่อคราวหน้า วันที่ 2 กุมภาพันธ์ เวลา 09.00 น.


[หน้าหลัก][หน้า1][วิวาทะ]

1