ปีที่ 3 ฉบับที่ 920 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 20 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

สำนักข่าวต่างดาว

หนักใจ 

พระพรหมโมลีออก 
กระฉอกกันทั้งวัด
เดินเกมอย่าอ่อนหัด
ต้องรอบจัดแก้ให้ดี

สำนักข่าวต่างดาว เปิดแถลงแจงสี่เบี้ย ว่าด้วยเรื่องวัดพระธรรมกาย ที่เมื่อวานนี้ มีการปล่อยข่าวกันอุตลุตล่วงหน้าว่า พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 จะลาออกจาก การเป็น กรรมการมส. 

ข่าวการลาออกจากมส. ของพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ถูกกระพือมาตั้งแต่ไก่โห่ เล่าเอาบรรดาสื่อมวลชนเช็คข่าวกันอุตลุต แต่เมื่อได้สัมภาษณ์ "เสี่ยตือ" ในช่วงก่อนเพล ปรากฏว่า "เสี่ยตือ" ก็ไม่รู้เรื่องเหมือนกัน เพราะไม่เห็นใบลาออกอย่างเป็นทางการ

แต่พอตอนบ่ายสถานการณ์ยิ่งมั่ว เมื่อพระพรหมโมลี ได้เดินทางมายังวัดบวรนิเวศ เพ่อประชุมมส. เป็นองค์แรก ถ้าพิจารณาจากสถานการณ์แล้ว พระพรหมโมลีไม่น่าจะลาออก

ที่ไหนได้ หลังการประชุมมส.เสร็จสิ้น กลับกลายเป็นว่า พระพรหมโมลี ท่านลาออกจากมส.ไปจริงๆ แต่ยังคงเป็นเจ้าคณะภาค 1 เหมือนเดิม และยังคง ทำหน้าที่เป็นหัวหน้า คณะผู้พิจารณาขั้นต้น ตามกฎนิคหกรรม

ฟังจากคำพูดของ "เสี่ยตือ" ภายหลังจากมส.ประชุมเสร็จสิ้นลงไปแล้ว ปรากฏว่า "เสี่ยตือ" ได้ทำการขู่สำทับพระพรหมโมลีว่า ยังไม่พ้นความผิด ในเรื่องที่ไม่ปฏิบัติตามกฎมส. ถึงแม้ว่า จะได้ลาออกจากมส.ไปแล้ว

เอาละครับ ทีนี้ ก็ต้องมาประเมินสถานการณ์กันใหม่อีกรอบ เราเชื่อว่า หลังจากพระพรหมโมลี ลาออกจากมส.แล้ว ขั้นตอนต่อไปก็คือ หาทางปลดพระพรหมโมลี ออกจาก เจ้าคณะภาค 1 

และถ้าจะให้เด็ดสะระตี่จริงๆ ก็ต้องปลดแบบยกพวง ทั้งพระเทพสุธี รองเจ้าคณะภาค 1 และพระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ก็จะถูกหวยตามไปด้วย ตามเลขล็อค

หลังจากนั้น เขาก็จะตั้งคณะผู้พิจารณาชั้นต้นกันใหม่ เป็นฝ่ายตรงข้ามกับวัดพระธรรมกายล้วนๆ แพลมชื่อออกมาแล้ว โดย "เสี่ยทองขาว" เป็นผู้เสนอรายชื่อได้แก่

พระธรรมโมลี เป็นเจ้าคณะภาค 1 และ พระศรีปริยัติโมลี เป็นรองเจ้าคณะภาค 1 

แฮ่ๆ เห็นรายชื่อแล้ว มีทั้งฝ่ายร้องยี้ และร้องเย้ คือ มีทั้งเห็นด้วยและไม่เห็นด้วย 

แต่ที่แน่ๆ ก็คือ ถ้าได้รายชื่อตามนี้ รับรองวัดพระธรรมกายจะเหนื่อยกว่าเดิม เป็น 2 เท่า

ก็คงต้องหาหนทางแก้สนุ๊กกันต่อไป เพราะเกมไม่ได้จบลงเพียงแค่นี้ หนังดีต้องดูกันยาวๆ 

ขอวกไปเรื่องศาลโลกมั่ง เมื่อวานเราย่องไปดู ปรากฏว่า เสี่ยเชลียง เทียมสนิท ผู้กล่าวหา ถูกทนายสนธยา โพธิ์แดง ซักซะจนปากสั่น ตอบผิดตอบเถิก จนคนที่ไปฟังการพิจารณา หัวร่อกันลั่นห้องประชุม

อย่างว่าละครับ ทนายอาชีพ กับข้าราชการ ความพยายามในการทำคดี มันแตกต่างกัน

คนไทยก็รู้กันดีอยู่แล้วว่า ข้าราชการไทย "เช้าชามเย็นชาม" ทำงานอะไรแต่ละอย่าง ก็ทำไปตามคำสั่งของหัวหน้างาน เรื่องยิ่งพ้นตัวเท่าไหร่ยิ่งดี

ผิดกับทนายเอกชน ที่ต้องทำทุกวิถีทาง ให้ลูกความของตนเอง ชนะคดี และในเรื่องนี้ ทนายสนธยา ทำได้ดีเสียด้วย ซักค้านเสี่ยเชลียง ได้สะใจคนดู มีหลายประเด็น ที่น่าจับตา เป็นอย่างยิ่ง

โดยเฉพาะประเด็นที่กฎหมายไม่ได้ระบุว่า พระถือครองที่ดินเป็นความผิด

อีกประเด็นหนึ่งก็คือ ในพระธรรมวินัย ก็ไม่ได้ระบุว่า พระถือครองที่ดินแล้วต้องเป็น ปาราชิก

แล้วเรื่องที่พระถือครองที่ดินไว้ เพื่อทำประโยชน์ต่อพระพุทธศาสนา ไม่ได้มีไว้จำหน่าย จ่าย โอน หรือ หาเศษหาเลย เข้าย่ามตนเอง 

อย่างไรก็ตาม เรื่องนี้ เป็นเรื่องกฎหมาย ที่มีความละเอียดอ่อนมาก แม้ตอนนี้ ในทางคดีความศาลโลก เพิ่งเริ่มต้นยก 1

แต่ถ้ามีการสืบพยานปากอื่นๆ อีก ทางฝ่ายกรมการศาสนา ยังมีโอกาสพลิกกลับมาชนะได้เหมือนกัน คงต้องคอยดูกันต่อไปด้วยความไม่ประมาท

สรุปก็คือ ตอนนี้สถานการณ์ที่น่าเป็นห่วงมากกว่า ก็คือ ในด้านการดำเนินการของคณะสงฆ์ ที่พระธัมมชโย มีโอกาสแพ้มากกว่า และเริ่มออกลางแพ้มาแล้วด้วย ซึ่งการที่พระ พรหมโมลีลาออกครั้งนี้ ทำให้เสียกระบวนไปพอสมควร

อย่างไรก็ตาม เกมนี้ ก็คงต้องสู้กันอีกหลายยก เพียงแต่ว่า จะพลิกสถานการณ์กลับมาชนะได้อย่างไรนั้น เชื่อว่า ทางฝ่ายกฎหมายของวัดพระธรรมกาย คงหาทางออกกันไว้แล้ว

ตอนนี้ สถานการณ์เริ่มฮ๊อตขึ้นมาอีกครั้งหนึ่งแล้ว ยังไงล่ะก็ หาทางรับมือไว้ให้ดี เที่ยวนี้ของจริง ไม่ใช่ชกเปาะแปะเหมือนที่ผ่านมา

อีกทั้งคนที่คอยช่วยเหลือมาตลอด ก็ทำท่าจะทานปัญหาไม่อยู่ซะด้วย คิดแล้วเหนื่อยแทนเหมือนกัน


[หน้าหลัก][หน้า1][ต่างดาว]

1