ปีที่ 3 ฉบับที่ 920 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 20 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543

หน้า1

รมต.อ้าง! "มส." สั่งเดินนิคหกรรม

มส.ชี้ขาดให้ดำเนินนิคหกรรมต่อไป โดยเรียกพระธัมมชโยมารับฟังคำกล่าวหา เป็นครั้งที่ 4 ด้านพระพรหมโมลี ชี้แจง นิคหกรรมจบแล้วตั้งแต่ 13 ส.ค.42 แต่ถูกสมเด็จ พระมหาธีราจารย์ค้าน จนต้องมีการตัดสิน โดยที่ประชุมลงมติว่า ความเห็นของสมเด็จพระมหาธีราจารย์ถูกต้อง ส่วนของพระพรหมโมลีผิด ส่วนเรื่องการลาออกจากตำแหน่งใน มส. ของพระพรหมโมลี ไม่มีการพิจารณาแต่ประการใด ที่ศาลอาญา พระธัมมชโย พร้อมคณะศิษย์กว่า 500 ชีวิต แห่ฟังคำซักค้านของทนายโจทก์ ประเด็นที่ซักหนักคือ ประเด็น กรมการศาสนาไม่ปกป้องพระธัมมชโย ที่มีสมณศักดิ์เป็นถึงพระราชาคณะชั้นราช ปล่อยให้สื่อมวลชนด่าจิกหัว อีกทั้งเรื่องการถือครองที่ดินของพระสงฆ์ มีความผิดทาง พระธรรมวินัย หรือ ข้อกฎหมายอย่างไร แต่นายเชลียง เทียมสนิท ไม่ตอบคำถามดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากวัดบวรนิเวศวิหารว่า เมื่อวานนี้ ที่ด้านหน้าตำหนักเพชร มีกลุ่มพุทธศาสนิกชน ประมาณ 10 คน ได้มาถือป้ายและกล่าวโจมตีพระธัมมชโย พร้อมกับแจก จดหมายเปิดผนึก เรียกร้องให้มส. พิจารณาปลดพระพรหมโมลี ออกจากเจ้าคณะภาค 1 แล้วตั้งพระรูปอื่นแทน

ในการประชุมครั้งนี้ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก เสด็จเป็นประธานการประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีกรรมการมส. เดินทางมาร่วมประชุมทั้งสิ้น 12 รูป มีพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ซึ่งมีข่าวว่า ได้ยื่นใบลาออกจากกรรมการมส.แล้ว เดินทางมาร่วมประชุมเป็นรูปแรก

ขณะเดียวกัน มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจนครบาล ชนะสงคราม กว่า 10 นาย รวมทั้งหน่วยปราบจราจลอีก 1 หมวด 40 นาย มาถวายอารักขากรรมการมส. ในครั้งนี้ด้วย

ภายหลังการประชุมมส. เสร็จสิ้น นายวิชัย ตันศิริ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชนว่า การที่มส.ใช้เวลาประชุมนานกว่าปกตินั้น เนื่องจากพระพรหมโมลี ได้มีหนังสือแจ้ง ต่อที่ประชุมว่า การพิจารณาตามกฎนิคหกรรมกรณีพระธัมมชโย ได้สิ้นสุดลงไปแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค.2542 และขอสงวนสิทธิ์ ไม่ดำเนินการในเรื่องนี้อีกต่อไป

ด้านสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้รายงานต่อที่ประชุมมส. โดยเสนอความเห็นว่า โดยข้อเท็จจริงแล้ว การพิจารณานิคหกรรมยังไม่สิ้นสุด จำเป็นต้อง ดำเนินการ ต่อไป เพราะยังมีขั้นตอนอื่นอีกที่จะต้องดำเนินการ

อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมทั้งคณะ มีมติเห็นสอดคล้องกับ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง โดยลงมติแน่ชัดว่า ขอให้ดำเนินนิคหกรรมต่อไป ถือว่า ยังไม่สิ้นสุด

นอกจากนี้ ยังมีมติออกมาอีกว่า ให้เรียกพระธัมมชโย เดินทางมารับทราบข้อกล่าวหาอีกครั้ง เป็นครั้งที่ 4 และในการประชุม ไม่ได้มีการพิจารณาถึงเรื่องการลาออก ของ พระพรหมโมลี รวมทั้งเรื่องบทลงโทษ ที่พระพรหมโมลี ดำเนินการขัดกับมติของมส. เป็นเพียงการชี้ชัดว่า การดำเนินการของ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ถูกต้อง ส่วนของ พระพรหมโมลีผิด

นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมว.ศึกษาธิการ กล่าวว่า อธิบดีกรมการศาสนา ในฐานะเลขานุการมส. ยังไม่ได้รับหนังสือการลาออกจากกรรมการมส. ของพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 เพื่อนำเข้าที่ประชุม และหากพระพรหมโมลีลาออกจริง การเป็นคณะผู้พิจารณาชั้นต้น ก็ยังคงอยู่ จึงไม่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวด้วยว่า วันนี้ คณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปและวัฒนธรรม ได้เชิญตนไปสอบถามถีงนโยบายการอุปถัมภ์ คุ้มครองพระพุทธศาสนา และปัญหาอุปสรรคในการแก้ปัญหาวัดพระธรรมกาย ซึ่งชี้แจงไปว่า การดำเนินการกับวัดพระธรรมกาย ต้องล่าช้า ไม่ได้เกิดจากกระบวนการนิคหกรรม แต่เกิดจา กคณะผู้ปฏิบัติ การ ทำให้เกิดความล่าช้า

การดำเนินการที่ล่าช้านี้ ไม่ใช่หน้าที่ที่ตนจะต้องตอบกับสังคม เพราะอำนาจในการดำเนินการอยู่ที่ มส. จึงต้องเป็นผู้ตอบ ตนเพียงเป็นผู้ประสานเท่านั้น

ที่ศาลอาญา ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ มีการสืบพยานโจทก์คดีทุจริตวัดพระธรรมกาย ที่อัยการเป็นโจทก์ฟ้องพระธัมมชโย และ นายถาวร พรหมถาวร ลูกศิษย์คนสนิท เป็น จำเลยในข้อหา เป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่มิชอบ และร่วมกันยักยอกทรัพย์จากกรณีนำเงินบริจาคของวัด จำนวน 36 ล้านบาท ไปกว้านซื้อที่ดิน ในจังหวัดเพชรบูรณ์ และพิจิตร แล้วใส่ชื่อเป็นของพระธัมมชโย

โดยมีพระลูกวัดและลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย ประมาณ 500 คน เดินทางมาให้กำลังใจพระธัมมชโย จนเต็มห้องพิจารณาที่ 704 การพิจารณาคดีในครั้งนี้ นายเชลียง เทียมสนิท หัวหน้ากลุ่มนิติการ กรมการศาสนา ซึ่งเป็นพยานโจทก์ปากแรก ได้เข้าเบิกความเป็นนัดที่ 2 ต่อจากสัปดาห์ก่อน โดยนายสนธยา โพธิ์แดง ทนายความวัดพระธรรมกาย พยายาม ซักค้านนายเชลียง เพื่อทำลายน้ำหนักความน่าเชื่อถือในเรื่องต่างๆ

สำหรับประเด็นที่มีการซักค้านในช่วงเช้า ได้แก่อำนาจหน้าที่ของกรมการศาสนา โดยเฉพาะการไม่ปกป้องพระธัมมชโย ที่มีสมณศักดิ์ เป็นพระราชคณะชั้นราช แต่โดนสื่อมวลชน ตั้งฉายาต่างๆ นานา

ส่วนในภาคบ่าย ได้มีการถามค้านอีกครั้ง ในเรื่องการถือครองที่ดินของพระธัมมชโย โดยนายสนธยาได้สอบถามว่า พระถือครองที่ดิน ผิดกฎหมายข้อไหน และผิดพระธรรมวินัย ข้อไหนบ้าง ซึ่งนายเชลียง ไม่สามารถตอบคำถามของนายสนธยาได้ แต่ได้เสนอความเห็นว่า ที่ดินที่พระธัมมชโยได้มา ต้องตกเป็นของวัดพระธรรมกาย โดยเลี่ยงที่จะตอบคำถาม ในเรื่องข้อกฎหมาย และพระธรรมวินัย


[หน้าหลัก][หน้า1][ต่างดาว]

1