ปีที่ 3 ฉบับที่ 914 ประจำวันศุกร์ที่ 14 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
ศธ.แก้ผ้าโชว์สื่อ วิชัยศิษย์ประยุทธ์ โพลครูหมดหวัง รมต. สร้างภาพทิ้งปัญหา
ชำแหละตราบาปรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ กรณีธรรมกาย บิดพริ้วมติมหาเถรสมาคม ที่มีพระสังฆราชทรงเป็นประธาน เตือน "วิชัย" อย่าเต้นตามพระธรรมปิฎก
จนเสีย หลักการพุทธ จับตาศึกพระพรหมโมลี - สมเด็จธีรย์ แตกหักเพราะนักการเมืองกินจุ เผยโพลสำรวจครูคาดหวังรมต.ศึกษาฯ แก้ไขปัญหาหนี้สินครูมาเป็นอันดับหนึ่ง
ขณะที่ความ
คาดหวังแก้ไขปัญหาศาสนามีเพียงร้อยละ 12.79 เท่านั้น ตามมาติด ๆ มไต้องการให้เล่นพรรคเล่นพวก
ความคืบหน้ากรณีวัดพระธรรมกาย หลังจากพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ยืนยันว่า คำวินิจฉัยยกฟ้องกรณีพระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือ พระธัมมชโย และพระภาวนาวิริยคุณ หรือ พระทัตตชีโว ตามข้อกล่าวหาของนายมาณพ พลไพรินทร์ ผู้ชำนาญการพิเศษ กรมการศาสนา และนายสมพร เทพสิทธา ประธานยุวพุทธิกสมาคมแห่งประเทศไทย
โดยให้ เหตุผลว่า คฤหัสถ์ทั้งสองไม่สามารถเป็นโจทก์ฟ้องนิคหกรรมพระทั้งสองรูปได้ ตามกฎมหาเถรสมาคม เนื่องจากในกฎมหาเถรสมาคมระบุไว้อย่างชัดเจนว่า
ผู้ที่เป็นโจทก์ จะต้อง
เป็นพระ หรือ สามเณรตามคุณสมบัติเท่านั้น ขณะที่คฤหัสถ์เป็นเพียงผู้กล่าวหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คำวินิจฉัยของเจ้าคณะภาค 1 นำมาซึ่งความไม่พอใจของกรมการศาสนา โดยเฉพาะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายสมศักดิ์ ปริศนานันทกุล และนายวินัช ตันศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยระบุว่า คำวินิจฉัยของพระพรหมโมลีเป็นเรื่องของการปกป้องพระทั้งสองรูป
สำหรับคำวินิจฉัยดังกล่าวพระพรหมโมลี ได้ทำหน้าที่ประธานคณะผู้พิจารณาชั้นต้น ร่วมกับรองประธานผู้พิจารณาชั้นต้น และเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พระสุเมธาภรณ์
ได้มี
ความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรยกฟ้องพระทั้งสองรูป
อย่างไรก็ตาม การตัดสินยกฟ้อง ส่งผลให้ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นายเสฐียรพงษ์ วรรณปก ราชบัณฑิต ออกมาแสดงความเห็นไม่พอใจต่อคำตัดสินดังกล่าว และได้ทำหน้าที่ปรึกษาหารือกับรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ โดยมีนายวิชัย ตันศิริออกมาระบุว่า จะต้องรายงานให้พระผู้บังคับบัญชาคือ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ปลดหรือพักตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 หรืออาจสับเปลี่ยนนำเจ้าคณะภาคปกครองภาคอื่นมาทำหน้าที่แทนพระพรหมโมลี โดยระบุอย่างชัดเจนว่า กระบวนการของสงฆ์มีปัญหา เนื่องจากพระพรหมโมลีไม่สนองตอบต่อมติมหาเถรสมาคม
ขณะเดียวกัน ผู้ชำนาญการด้านนิคหกรรม นายแสง อุดมศรี และเป็นผู้สอนอยู่ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ ได้แสดงความคิดเห็นไว้อย่างชัดเจน
โดยสนับสนุนแนวทางของ
พระพรหมโมลี ว่า วินิจฉัยยกฟ้องนิคหกรรมถูกต้อง ตามหลักพระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคมแล้ว
นอกจากนี้ มีการหยิบยกหลักพระธรรมวินัย และ กฎมหาเถรสมาคมมาพิจารณาแล้ว ยังได้พิจารณาถึงมติมหาเถรสมาคม
โดยเฉพาะมติที่มีองค์สมเด็จพระสังฆราช
เข้าร่วมเป็น
องค์ประธานประชุม มีมติให้วัดพระธรรมกาย ปฏิบัติ 4 ข้อ และยืนยันว่า พระองค์จะไม่ยุ่งเกี่ยวกับกรณีธรรมกายอีก และถือให้มติดังกล่าวเป็นข้อสิ้นสุด
แต่ภาพการกลับมีการ
ออกพระลิขิตออกมาสร้างความงุนงงให้กับพุทธศาสนิกชน จำนวนหลายฉบับ ท่ามกลางความสงสัยถึงที่ไปที่มาของพระลิขิต
ล่าสุดสถานการณ์มีการชักใยสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ให้ดำเนินการปลดหรือถอดถอนพระพรหมโมลีจากตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 เพื่อนำพระรูปอื่นมาทำหน้าที่แทน
และดำเนินการ นิคหกรรมพระธัมมชโย และ พระทัตตชีโว
พระเถระผู้ใกล้ชิดคณะกรรมการมหาเถรสมาคมเปิดเผยว่า การกระทำดังกล่าวเท่ากับว่า เป็นการหักหายพระธรรมวินัย และกฎมหาเถรสมาคม
โดยมีสมเด็จพระสังฆราช
ทรงเป็น ประธานอยู่ ถือเป็นเรื่องที่ไม่บังควรเป็นอย่างยิ่ง
หากพิจารณาแล้ว ภาพการที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องของฝ่ายการเมืองที่พยายามเข้าหาค่านิยมจากการแก้ไขปัญหาพระพุทธศาสนา โดยไม่คำนึงถึงความเสียหายที่จะตามมา
เบื้องแรกที่ นายวิชัย ตันศิริ รับตำแหน่งรัฐมนตรี ก็ประกาศว่า เป็นลูกศิษย์ของพระธรรมปิฎก ซึ่งมีความเห็นเป็นปฏิปกษ์กับวัดพระธรรมกาย จึงเป็นเรื่องที่ไม่แปลกใจอะไร
ที่ผู้เป็นศิษย์จะคิด
ทำอะไรเพื่อทดแทนบุญคุณกันแบบผิดๆ ไม่ตรงกับวิสัยของชาวพุทธ อย่างไรก็ตาม ขอเตือนให้ฝ่ายการเมืองจงพิจารณาถึงความถูกต้องชอบธรรมตามหลักพระพุทธศาสนา
เพื่อ
ส่วนรวมไม่ใช่ดำเนินการ
เพื่อสนับสนุนบุคคลใดบุคคลหนึ่งเท่านั้น เพราะหากเป็นเช่นนั้น จะทำให้เกิดเรื่องที่ไม่คาดคิดตามมาได้
ทางด้าน นายวิชัย ตันศิริ กล่าวว่า จากการหารือกับสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เมื่อวันที่ 11 มกราคม ได้หารือถึงเรื่องการพิจารณา
เพื่อดำเนินนิคหกรรมพระธัมมชโยและ
พระทัตตชีโว กรณีที่พระพรหมโมลีระบุว่า นิคหกรรมถึงที่สุดแล้ว เรื่องนี้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ได้ให้กรมการศาสนา ในฐานะเลขานุการมหาเถรสมาคมนำความคิดของท่าน และของพระพรหมโมลีที่ขัดแย้งเข้าสู่การพิจารณาของมส. เพื่อประชุมในวันที่ 19 มกราคมนี้
"พระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชที่จะให้ดำเนินการกรณีวัดพระธรรมกาย ต้องมีผลในทางปฏิบัติ ถ้าไม่ใช้วิธีการตามกฎนิคหกรรม ก็ต้องมีวิธีใดวิธีหนึ่งเสนอขึ้นมา แต่ผมคิดว่า วิธีดำเนินนิคหกรรมดีที่สุดแล้ว ซึ่งสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ก็ยืนยันว่า พระลิขิตสมเด็จพระสังฆราช ต้องนำมาปฏิบัติ แต่จะบรรลุเป้าหมายหรือไม่นั้น ก็ต้องผ่านกฎระเบียบต่างๆ ของคณะสงฆ์ด้วย" นายวิชัยกล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ภารกิจหลักของรัฐมนตรี กระทรวงศึกษาธิการยังคงปักหลักอยู่ที่วัดพระธรรมกาย เพราะตกเป็นเป้าของสื่อมวลชนมากว่า 1 ปี แต่ปรากฏว่า
ได้มีการทำผล
สำรวจแสดงความคิดเห็นจากครูจำนวน 2,189 คน จาก กทม. และปริมณฑล ปรากฏว่า ความคาดหวังที่ครูมีต่อรัฐมนตรีกระทรวงศึกษาธิการ
กลับมุ่งเน้นให้รัฐมนตรี
แก้ไข ปัญหาปากท้อง หนี้สินของครู ถึงร้อยละ 20.19 ปัญหายาเสพติดในสถานศึกษา 18.11 ส่วนคาดหวังแก้ปัญหาวัดและพระสงฆ์ร้อยละ 12.79 เท่านั้น
และยังคาดหวัง ที่จะไม่ให้
เล่นพรรคเล่นพวกร้อยละ 4.00 ขณะเดียวกันยังคาดหวังให้รัฐมนตรีกล้าทำ กล้าตัดสินใจ ร้อยละ 30.92 และซื่อสัตย์สุจริตร้อยละ 22.15