ปีที่ 3 ฉบับที่ 905 ประจำวันพุธที่ 5 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
อรุณรุ่งงดงามแห่งพุทธไทย ก้าวไประดับโลกเต็มภาคภูมิ
ในขณะที่เมืองไทย ศาสนาพุทธถูกถล่มยับด้วยอำนาจมืด และสื่อมาเฟีย การปิดหู ปิดตาคนทั้งชาติ ไม่ยอมนำเสนอภาพอันงดงามแห่งพุทธศาสนา
ความยิ่งใหญ่ของชาวพุทธ
ในเมืองไทย ภาพที่สามารถเทียบเคียงได้กับระดับนานาชาติ ในวันปีใหม่ที่ผ่านมานี้
การพยายามปิดประตูตีแมว โดยมีอำนาจรัฐเป็นเครื่องมืออย่างน่าประหลาดใจ แม้แต่บุคคลที่ถือว่า เป็นผู้นำของชาติ บรรดาเสนาบดีทั้งหลาย ข้าราชการผู้ใหญ่
แม้แต่วงการสงฆ์
ก็พลอยตกเป็นเหยื่อของพญามาร ที่เป็นศัตรูต่อพุทธศาสนามานับแต่กำเนิดจักรวาล แม้แต่สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ก็ยังเกือบไม่ได้ตรัสรู้
เพราะอำนาจมืดของพญามาร ที่
ขัดขวางจนสุดวิธี ร้อนถึงพระแม่ธรณีต้องมาเป็นพยาน และกวาดล้างเหล่ามารทั้งหลายจนสิ้นซาก
แต่ในวิกฤติการณ์ย่อมมีโอกาสฉันใด ในความเลวร้ายมืดมิดด้วยอำนาจดำกฤษณา ยังมีแสงสว่าง แม้จะเล็กน้อย แต่ก็เป็นความหวังเป็นดวงประทีปน้อยๆ
ท่ามกลางความมืด
สนิทของยุคมารเริงร่า
วันนี้ พิมพ์ไทยคงเป็นสื่อเพียงฉบับเดียว ในหนังสือพิมพ์รายวัน ที่เอาภาพอันงดงามยิ่งใหญ่ ของการฉลองศักราชใหม่ เมื่อคืนวันที่ 31 ธันวาคม ที่ผ่านมา ได้ชมอย่างเต็มตา จุใจ ภาพที่ควรจะได้เห็นกันทั้งประเทศ แต่ถูกปิดบังเอาไว้ วันนี้ได้เห็นกันจะจะ ใครไม่ลง พิมพ์ไทยลงเอง
ภาพที่สื่ออ้างตัวว่า เป็นสื่อมวลชนที่มีจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพ ที่หลายคนรับปริญญาอันทรงเกียรติ จากมหาวิทยาลัย ที่มีชื่อเสียง ที่เรียนจรรยาบรรณแห่งวิชาชีพมาเป็นอย่างดี แต่วันนี้ ละทิ้งวิชาชีพ ไม่ยอมเสนอ เกรงว่า จะเป็นการขัดอารมณ์ต่อนายทุนเจ้าของหนังสือพิมพ์ และทำให้เป็นการประกาศความพ่ายแพ้ที่ทำลายวัดแห่งนี้ ไม่สำเร็จ
จับประเด็น ผิดมาตั้งแต่ต้น
ครับ ... คนทำผิดที่ไม่ยอมรับผิด คนทำบาปที่ไม่ยอมสารภาพ แม้ศาสนาอื่น ยังถือว่า ต้องบันทึกบาปนั้นไว้ และไปสู่ที่ชอบๆๆ ตามที่สร้างกรรมไว้
พวกเราไม่ต้องอนุโมทนาบาป
นะครับ ปล่อยให้เป็นไปตามกระแสกรรม
ภาพที่ท่านผู้อ่านพิมพ์ไทยได้เห็นในวันนี้ เป็นเครื่องยืนยันความหนักแน่นในการทำความดี การมุ่งมั่นต่อสู้ด้วยความสงบของชาววัด มิใยที่ถูกบุคคลที่สาม มือที่สาม
พยายาม
สร้างสถานการณ์ให้กลายเป็นคนร้าย ให้คิดร้ายขู่รัฐมนตรี คิดวางระเบิดทำร้ายผู้ที่ด่าว่าวัด ซึ่งแม้ทางวัดและมูลนิธิจะปฏิเสธอย่างไร แต่ในสายตามหาชนก็มืดมิด
หูก็บอดสนิท เสียแล้ว
เราได้อะไรบ้างจากวันจุดเทียนสันติภาพร่วมกับมหาชนชาวโลก การฉลองปีใหม่ที่ไม่เหมือนใคร ไม่เหมือนโลกภายนอก ที่เต็มไปด้วยพลุไฟ แสงสี การเริงระบำ การกินเหล้าเมายา การมั่วสุมในเรื่องไร้สาระต่อชีวิต แต่ชาวพุทธที่แท้ ฉลองด้วยการนั่งสมาธิ รำลึกถึงความดีของพระพุทธเจ้า พระธรรมของพระองค์
และพระคุณของพระภิกษุสงฆ์
ที่สืบต่อ พุทธศาสนา มาได้จนสามสหัสวรรษ
การฉลองปีใหม่ด้วยการสวดมนต์ไหว้พระ ถือศีลห้าครบถ้วน ทำบุญทำทาน และเจริญสมาธิแผ่เมตตาต่อสรรพสัตว์ ชาวโลกที่ยังไม่หยุดบาป
และการร่วมจุดเทียนสันติภาพ
ร่วมกับองค์กรระดับโลก ภาพแสงเทียนอันงดงามกว่าสองแสนแรงเทียน และคนกว่าสองแสนคน
ภาพที่คนไทยทั้งประเทศถูกปิดหูปิดตาเหมือนประเทศคอมมิวนิสต์ ไม่ยอมให้ได้ชม
วันนี้ พิมพ์ไทย ได้ทำหน้าที่สื่อมวลชน สมกับจุดยืนที่ประกาศบนป้ายโฆษณาทั่วกรุงเทพฯ การวิ่งสวนกระแส ไม่ยอมทำตามกระแสแห่งบาปกรรม การยืนหยัดอย่างองอาจ
ไม่หวั่นเกรง ต่ออำนาจมืด และสื่อมาเฟียที่ยึดประเทศไทย และนักการเมืองไว้เรียบร้อยแล้ว ณ วันนี้
ผมอยากให้ชาวธรรมกายทุกคนภูมิใจกับภาพที่เห็นนี้ เป็นการพิสูจน์ชัดเจนถึงความแข็งแกร่งในการมุ่งมั่นการทำความดี
ภาพของคนกว่าสองแสน
ที่หลั่งไหลเข้าวัด เหมือน
แม่น้ำที่เชี่ยวกราก ยิ่งใกล้เวลาสี่ทุ่ม รถยังติดเต็มหน้ามูลนิธิ ใครมาภายหลังจะเข้าแทบไม่ได้
ภาพอันปีติใจ นับตั้งแต่สระน้ำใหญ่ใสแจ๋วหน้าสภาธรรมกายที่สะท้อนภาพความงาม และประทีปสว่างไสวในน้ำ ภาพหลวงพ่อวัดปากน้ำ
ยิ่งใหญ่รับหน้าประตูถนนใหม่จาก
ประตูหน้าที่ถูกขยายจนเต็มที่ สภาธรรมกายสากลส่วนต่อเติมใหม่ ที่เสร็จเรียบร้อย ที่เป็นศาลาฟังธรรม หรือโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุดในโลก ใหญ่กว่าสนามหลวงหลายเท่า เสร็จทันพอดี ครับ ยิ่งตียิ่งโตเร็ว เสร็จเร็ว
มหาธรรมกายเจดีย์สีทองเหมือนลอยอยู่บนอวกาศ พระพุทธรูปสามแสนองค์งามวิจิตร ยิ่งเมื่อจุดเทียนสันติภาพ ส่วนที่เป็นพระภิกษุสงฆ์กว่าหมื่นรูปบนเจดีย์
ก็กลายเป็น เทียน
ดวงน้อยงดงาม มหาเจดีย์ที่จะเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกของไทย รับสหัสวรรษใหม่
ภาพของมหาชนหลายแสนคนกับเทียนที่ถูกจุดสว่างไสว มองจากภาพถ่ายทางอากาศ เหมือนกับมหาสมุทรแห่งแสงเทียน ภาพที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในจักรวาลของชาวพุทธยุคถิ่นกาขาว ชาวพุทธในเมืองไทย ที่ยิ่งใหญ่กว่างานรัฐบาลไทย หรืองานสนามหลวงของกทม.หลายเท่านัก
และวันนี้ ภาพนี้กำลังขยายผลไปสู่สายตาชาวโลกจากนิวยอร์คเมืองหลวงของโลก และนับเป็นก้าวแรกของพุทธไทย ในสายตาประชาคมโลก ซึ่งเดิมรู้จักแต่พุทธธิเบต
รู้จักแต่ ดาไลลามะ รู้จักแต่พระจีน พระเวียตนาม ฯลฯ
เมื่อวันที่ 30 ธันวาคม ก่อนปีใหม่ที่ถนนบรอดเวย์ในไทม์สแควร์ ได้มีการเชิญผู้นำศาสนา 4 ศาสนา เข้าร่วมจุดเทียนสีรุ้งแห่งสันติภาพ คือ คริสต์ อิสลาม ยิว และพุทธ
และ
ทางคณะกรรมการผู้จัดงานจัดเพรสคอนเฟอเรนซ์ มีนักข่าวมานับร้อย
ตัวแทนมูลนิธิธรรมกายประจำนิวเจอร์ซี่ย์ ได้รับเชิญให้ส่งตัวแทนร่วมงานนี้ จึงได้กราบรายงานหลวงพ่อที่ประเทศไทย
และได้รับคำสั่งให้กราบเรียนเชิญ
ท่านประธานสงฆ์ไทย
แห่งสหรัฐอเมริกา ได้กรุณาทำหน้าที่และพระราชกิตติเวที แห่งวัดวชิรธรรมประทีป จึงได้มีเมตตามอบหมายให้ ท่านสิริสุทัศน์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศน์ฯ ของไทย และหลวงพี่ ดร.เทวัญ ไปทำหน้าที่แทนในฐานะผู้นำพุทธศาสนาไทยในระดับสากล เคียงคู่กับผู้นำศาสนาคริสต์ อิสลาม และยิวในนิวยอร์ค ซึ่งภาพนี้ จะเผยแพร่ไปทั่วโลกในไม่ช้า ครับ
ยุคใหม่ เริ่มแล้ว
เสียดายแทนรัฐบาลไทย คนทำดีไม่สนับสนุนก็ไม่ว่า ยังซ้ำเติมด้วยการปิดหู ปิดตา ก่อบาปตามกระแสมาทั้งปี ปีใหม่นี้ จะเปิดหูเปิดตา และได้คิดหรือยังครับ
สิงห์ขาว