ปีที่ 3 ฉบับที่ 905 ประจำวันพุธที่ 5 เดือนมกราคม พ.ศ. 2543 |
วิชัย-พนม ไล่บี้เจ้าคณะภาค1
เดินกฎนิคหกรรม ขู่ไม่ทำมีความผิด
วิชัย ตันศิริ - พนม พงษ์ไพบูลย์ ย่องพบสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เร่งรัดคดีวัดพระธรรมกาย ไล่บี้พระพรหมโมลี ให้ดำเนินการโดยเร็ว
ขู่ถ้าไม่ทำตามคำสั่ง
จะมีความผิด
ฐานละเลยการปฏิบัติหน้าที่ ด้าน จรวย หนูคง ออกโรงอีก ชี้นำศาลสงฆ์ให้ดำเนินนิคหกรรมต่อไปทันที โดยไม่ต้องเรียกพระธัมมชโย-พระทัตตชีโว มารับฟังข้อกล่าวหาอีก
นายจรวย หนูคง ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยว่า กรณีที่พระปริยัติวโรปการ รักษาการเจ้าคณะตำบลคลองหนึ่ง ระบุว่า ขณะนี้
ได้รับหนังสือคำแนะนำ
เกี่ยวกับการดำเนินการกับพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย จากสมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม เจ้าคณะใหญ่หนกลางแล้ว โดยจะเรียกพระธัมมชโย มาให้ปากคำอีกครั้ง ไม่ทราบว่า ทำไมจะต้องให้โอกาสเรียกพระธัมมชโย ไปรับแจ้งข้อกล่าวหา และสอบปากคำอีก ในเมื่อเวลานี้ พระธัมมชโยทราบดีอยู่แล้วว่า ถูกกล่าวหา ความจริงไม่จำเป็นต้องเรียกมาแล้ว ขั้นตอนนี้ จะต้องส่งเรื่องให้คณะผู้พิจารณาได้เลยทันที
ด้าน นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ์ รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวว่า ยังไม่ทราบว่า พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี จะเรียกพระธัมมชโยไปรับแจ้งข้อกล่าวหาอีก ทั้งที่ได้เรียกมาแล้ว 3 ครั้ง แต่ตามมติมหาเถรสมาคม ที่มี นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานวุฒิสภา ได้เข้าชั้แจงการดำเนินการที่คลาดเคลื่อน ไม่สอดคล้องนั้น ตีความได้ 2 แง่
เพราะ ได้บอกว่า ขั้นตอนได้หยุดชะงักตรงที่มีความเข้าใจว่า ฆราวาสกล่าวหาพระสงฆ์ไม่ได้ แล้วพระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ได้ตัดสินยกคำกล่าวหาไปก่อนแล้ว
มีมติให้ดำเนินการ
ใหม่ให้สอดคล้อง ดังนั้น จะเริ่มที่ใดก็ได้ไม่ว่า จะให้โอกาสเรียกพระธัมมชโยไปสอบปากคำใหม่ หรือส่งเรื่องให้คณะผู้พิจารณาเลยก็ได้
การให้โอกาสอีกครั้ง เป็นการแสดงความจริงใจต่อกัน ถือว่า บริสุทธิ์ใจต่อกัน ถ้าไม่มาอีก ก็ให้บันทึกว่า ไม่มาเพราะอะไร แล้วเสนอผู้พิจารณารับทราบ
นายสุทธิวงศ์ กล่าวอีกว่า สำหรับหนังสือที่สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ส่งให้พระพรหมโมลี เพื่อให้รับทราบว่า ต้องดำเนินการอะไรบ้าง เพื่อให้สอดคล้องกฎนิคหกรรม แต่ตอนนี้ คงต้องรอรับเรื่องจากเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานีก่อน และในเย็นวานนี้ (4ม.ค.)
ดร.วิชัย ตันศิริ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ จะเดินทางเข้านมัสการสมเด็จพระพุฒาจารย์ เจ้าอาวาสวัดสระเกศ และสมเด็จพระมหาธีราจารย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวานานี้ เวลา 17.00 น. ที่วัดชนะสงคราม นายวิชัย ตันศิริ รมช.ศึกษาธิการ พร้อมด้วย นายไพบูลย์ เสียงก้อง อธิบดีกรมการศาสนา
ได้เดินทางเข้ากราบ
นมัสการสมเด็จพระมหาธีราจารย์ หลังจากนั้น ให้สัมภาษณ์ว่า สมเด็จพระมหาธีราจารย์ได้แจ้งให้ทราบว่า ได้ดำเนินการกับวัดพระธรรมกายตามกฎนิคหกรรม
ต่อจากที่ ดำเนินการ ค้างไว้
ทั้งนี้ สมเด็จพระมหาธีราจารย์ มีแนวคิดว่า กฎนิคหกรรมที่ผ่านมา ไม่ได้มีข้อบกพร่อง หรือมีปัญหาแต่ประการใด ส่วนกรณีที่ไม่ได้มีการระบุให้ตรวจสอบคุณสมบัติของคฤหัสถ์ ที่กล่าวหาพระภิกษุตามกฎนิคหกรรม ข้อ 15 ก็เพราะไม่มีความจำเป็นต้องตรวจสอบ
ส่วนคำสั่งที่สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ได้ส่งถึงคณะผู้พิจารณาคดีวัดพระธรรมกายนั้น ต้องการให้มีการนำเรื่องมาพิจารณาใหม่
เพื่อเรียกศรัทธาของพุทธศาสนิกชน
ให้กลับคืนมา โดยเร็ว ส่วนคณะผู้พิจารณาจะดำเนินการในขั้นตอนใดนั้น ก็ขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของท่าน ซึ่งตามที่เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี มีความคิดที่จะเรียกพระธัมมชโย และพระทัตตชีโว มารับฟังข้อกล่าวหาใหม่อีกครั้ง เห็นว่า ไม่มีความจำเป็น เพราะเรียกมาหลายครั้งแล้ว
ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเจ้าคณะภาค 1 มีข้อสงสัยในมติมส.อีก จะทำอย่างไร นายวิชัยกล่าวว่า ที่ผ่านมา มส.ซึ่งเป็นองค์กรสูงสุดในการปกครองสงฆ์ ได้ตีความมาแล้ว
หากยังติดใจ ในประเด็นใดอีก ก็คงไม่สามารถมาเรียกร้องให้ตีความได้ เพราะมติมส.มีความเด็ดขาดอยู่ในตัว และเจ้าคณะภาค 1 ในฐานะผู้ปฏิบัติตาม ต้องทำหน้าที่เช่นเดียวกับทหาร
เมื่อ มีคำสั่งมาถึง แม้จะสงสัย ก็ต้องปฏิบัติตาม และหากไม่ปฏิบัติ จะถือว่า มีความผิด ฐานละเลยปฏิบัติหน้าที่
ส่วนการเปลี่ยนแปลงตัวหัวหน้าคณะผู้พิจารณานั้น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ขอให้รอดูการพิจารณาอีกสักพัก เพราะการเปลี่ยนหัวหน้าคณะผู้พิจารณานั้น ไม่ใช่เรื่องที่ทำได้ง่าย คงต้องรอดูกันต่อไป