พัทลุง

PHATTHALUNG

ด้านหน้า : ดวงตราประจำจังหวัด ภาพภูเขาอกทะลุ

FRONT SIDE : CHANGWAT SEAL A MOUNTAIN WHICH HAS A BIG HOLLOW HOLE KNOWN AS THE MOUNT OF THE HOLLOW HEART

ด้านหลัง : สถานที่หรือสิ่งของที่น่าสนใจ มโนราห์ ศิลปการแสดงพื้นเมือง

BACK SIDE : IMPORTANT PLACE OR THING MANORA TRADITIONAL DANCE

ระยะทางจากกรุงเทพฯ : FAR FROM BANGKOK ประมาณ 840 กิโลเมตร/ABOUT 840 KMs.

คำขวัญ "เมืองหนังโนรา อู่นาข้าว พราวน้ำตก แหล่งนกน้ำ ทะเลสาบงาม เขาอกทะลุ น้ำพุร้อน"

ดวงตราประจำจังหวัดเป็นภาพภูเขา แสดงถึงภูเขาอกทะลุ ซึ่งตั้งอยู่กลางเมือง เห็นเป็นสัญลักษณ์เด่นเมื่อเดินทางเข้าสู่ตัวจังหวัดพัทลุง ตามประวัติเมืองพัทลุงกล่าวไว้ว่า เมืองพัทลุงนั้นได้มีการย้ายที่ตั้งเมืองมาแล้วถึง 12 ครั้ง ครั้งสุดท้ายเกิดขึ้นเมื่อปี 2467 โดยได้ย้ายที่ตั้งเมืองจากตำบลลำปำ ไปอยู่ที่ตำบลคูหาสวรรค์ ใกล้กับภูเขาอกทะลุซึ่งตั้งสูงเด่นอยู่บนที่ราบ มองเห็นจากที่ไกลได้ทั่วทุกทิศ จากนั้นชาวพัทลุงก็ไม่ต้องระเหเร่ร่อนกันอีกต่อไป

โนราเป็นนาฎศิลป์พื้นเมืองประจำภาคใต้ของไทยนับเป็นเวลามาหลายร้อยปีแล้ว โดยเฉพาะที่จังหวัดพัทลุงนิยมเล่นโนราไม่แพ้หนังตะลุง การแสดงจะเน้นท่ารำเป็นสำคัญ ต่อมาได้มีการแสดงหรือเล่นเป็นเรื่อง โดยนำเรื่องจากวรรณคดีหรือนิทานท้องถิ่นมาแสดง เรื่องที่นิยมนำมาแสดงกันมากคือเรื่องพระสุธนมโนห์รา ทำให้มีการเรียกการละเล่นชนิดนี้ว่า "มโนราห์" ซึ่งจะเห็นได้จากการแต่งกายของตัวละคร คือ มีปีก มีหาง เรียกตามสำเนียงชาวใต้ว่า "โนรา" ซึ่งมีความหมายว่า "ผู้นำในการฟ้อนรำ" การแสดงมักจะแสดงเพื่อความบันเทิงทั่ว ๆ ไป ในงานเทศกาลนักขัตฤกษ์ งานกุศล งานมงคลทั่วไป หรืองานเฉลิมฉลองต่าง ๆ แต่ไม่นิยมแสดงในงานมงคลสมรสและงานศพ  บางโอกาสก็แสดงตามคติความเชื่อที่เป็น พิธีกรรมเพื่อแก้บน เครื่องดนตรีที่ใช้คล้ายกับเครื่องดนตรีของหนังตะลุง ประกอบด้วยเครื่องตี ได้แก่ กลอง ทับ โหม่ง (ฆ้องคู่) ฉิ่ง แกระ หรือแตระ (ไม่ไผ่ 2 อัน ใช้ตีให้จังหวะ) และประเภทเครื่องเป่า ได้แก่ ปี่ เครื่องดนตรีเหล่านี้จะใช้ประกอบจังหวะและเสียงร้องให้เข้ากับการรำ การแสดงจะเริ่มด้วยการโหมโรงและคำเชิญครู (กาดครู หมายถึง พิธีไหว้ครู) จากนั้นตัวแสดงจะออกมาร่ายรำหน้าเวที มีการกล่าวบทหน้าม่านที่เรียกว่า "กำพรัดหน้าม่าน" โดยใช้ลีลากลอนหนังตะลุง หลังจากนั้นตัวแสดงแต่ละตัวจะออกมาร่ายรำ เสร็จแล้วเข้าไปนั่งที่พนักซึ่งแต่เดิมทำด้วยไม้ไผ่ ปัจจุบันใช้เก้าอี้ มีการว่าบทร่ายแตระ แล้วทำบท "สีโน ผันหน้า" โดยร้องบทและตีท่าตามบทนั้น ๆ หลังจากรำบทร่ายแตระเสร็จแล้ว ก็จะว่ากลอนสี่ กลอนหก กลอนแปด กล่าวกับผู้ชาย หรือว่าเรื่องอื่น ๆ โดยมีลูกคู่รับ หากเป็นการแข่ง โนราประชันโรง ก็จะมีวิธีการซับซ้อนขึ้น ผู้ชมโนราส่วนใหญ่มุ่งที่จะไปชมการรำของหัวหน้าคณะ หรือ โนราใหญ่ ซึ่งอาจจะใช้เวลาตั้งแต่เริ่มออกรำจนจบบทประมาณ 1 - 2 ชั่วโมง จากคำบอกเล่า และคำเชิญครู (กาดครู) ต่าง ๆ ทำให้สันนิษฐานกันว่า โนราน่าจะมีแหล่งกำเนิดมาจากเมืองแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งทะเลสาบสงขลา คาดว่าจะเป็นบริเวณ ต.บางแก้ว อ.เขาไชยสน จ.พัทลุง แต่ก่อนหน้านั้นจะได้แบบหรือเลียนแบบมาจากที่ใด ยังไม่ทราบแน่ชัด บรมครูโนราที่ชาวภาคใต้และชาวพัทลุงยกย่องและเป็นที่รู้จักกันอย่างดี คือ ขุนอุปถัมภ์นรากร (พุ่มเทวา) ก็เป็นชาว อ.ควนขนุน จ.พัทลุง

เว็บไซต์ที่มีข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดพัทลุง / WEBS ABOUT PHATTHALUNG

เครือข่ายกาญจนาภิเษก

SunSITE THAILAND

ท่องเที่ยว TOUR THAI

ท่องเที่ยวทั่วไทย ไม่ไปไม่รู้

เที่ยวเมืองไทยกับนายสบายที่นี่

มหาวิทยาลัยสยาม

Home / Index / Next / Previous

1