แมวกินสารพิษเข้าไปแล้วจะทำอย่างไรดี
กรณีอย่างนี้เกิดขึ้นกับแมวมากทีเดียว
โดยเฉพาะไปกินอาหารที่ใส่ยาเบื่อหนู หรืออาหาร บูดเน่าพืชมีพิษ
ฯลฯ
อาการที่สังเกตุเห็น คือ ลิ้นและปากซีด
ชัก อาเจียน น้ำลายฟูมปาก ตัวแข็งเกร็ง ขาทั้งสี่เหยียด
หรือย่างเบาๆ เดินโซเซหมดแรง ถ้าแมวยังมีชีวิตอยู่และปรากฎแน่ชัดว่าถูกยาพิษแน่นอนแล้ว
ก็ควรจัดการช่วยเหลือโดยเร็วที่สุด
ขั้นแรก ต้องทำให้ แมวขจัดเศษยาเบื่อ หรือสารที่มีอยู่ โดยการทำให้แมวอาเจียน
ซึ่งค่อนข้าง
ยากแต่ก็ควรลองดู เช่น ใช้น้ำอุ่นละลายเกลือจนออกรสเค็ม แล้วกรอกใส่ปากจะสามารถกระตุ้น
ให้แมวอาเจียน สำรอกเอาเศษยาเบื่อออกมาได้ บางครั้งอาจพบคราบยา
หรืออาหารนั้นๆ เปื้อน
ตามรอบๆปาก ก็ต้องใช้น้ำล้างและเช็ดออกให้สะอาดด้วย ต่อไปจึงทำการดูดซับพิษ
ที่หลงเหลือ
ไม่ให้ซึมเข้ากระแสโลหิตต่อไป โดยการใช้สารที่สามารถดูดซับพิษซึ่งหาได้ง่าย
เช่น ถ่านและ
ไข่ขาว วิธีทำก็โดยการใช้ถ่านหุงข้าวเล็กน้อย ตำให้ละเอียดพร้อมกับเติมน้ำลงไปพอสมควร
คน
ให้เข้ากันแล้วป้อนให้แมวกินจนหมด หากใช้ไข่ขาวดิบ ใช้เพียงหนึ่งฟองตีผสมน้ำเปล่า
2 ช้อน
โต๊ะ หรือใช้น้ำมันมะกอกกรอกปากจนกว่าจะอาเจียนหากเป็นไปได้ให้เก็บเศษสิ่งที่แมวอาเจียน
ออกมาเศษอาหารที่พบในบริเวณที่เกิด เหตุรวมถึงสลากขวดยาหรือสารพิษที่แมวกินเข้าไปนำสิ่ง
เหล่านี้พร้อมกับรีบนำไปพบ สัตวแพทย์จะช่วยให้สามารถรู้ว่าสารพิษเหล่านี้คืออะไรจะทำให้การ
รักษามีประสิทธิภาพดี กว่าการเดาสุ่มโดยไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ หรือข้อมูลอะไรเลย
[ TOP ]
การดูแลรักษาแผลเปิด
เมื่อผิวหนังเกิดฉีกขาดเนื้อเยื่อที่อยู่ใต้ผิวหนังจะสัมผัสกับสิ่งสกปรกและแบคทีเรียนับ
เป็นการเสี่ยงต่อการที่บาดแผลจะเกิดการติดเชื้อให้รีบปฐมพยาบาลเพื่อให้เลือดหยุดไหลเพื่อ
ไม่ให้เกิดปัญหามากขึ้นแล้วควบคุมอาการเจ็บปวดแล้วนำไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด
เท่าที่จะ
ทำได้
อาการของแผลเปิด ผิวหนังฉีกขาด แต่บางครั้งอาจจะเป็นรูเท่านั้น
เจ็บปวดมีเลือดไหล สุนัขจะ
เลียหรือคอยระแวดระวังบริเวณที่เกิดบาดแผล
วิธีปฐมพยาบาลแผลเปิด
บาดแผลมีเลือดออกมาก
1.
ห้ามเลือดโดยใช้สำลีแผ่นหรือผ้าขนหนูที่สะอาดกดไว้เป็นเวลา 2 นาทีในช่วงนี้
ไม่ควร ใช้ยาฆ่าเชื้อ
2.
ถ้าจำเป็นอาจจะต้องเปลี้ยนสำลีแผ่นหรือผ้าขนหนู และถ้าทำได้ควรยกบริเวณ
ที่เกิดบาด แผลให้อยู่สูงกว่าหัวใจ ถ้าสงสัยว่าขาหักก็อย่าพยายามยกขาขึ้นสูง
บาดแผลที่เลือดออกไม่มาก
1. ชะล้างบาดแผลด้วยน้ำยาไฮโดรเจน 3 เปอร์เซนต์ น้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อโรค
2.
กำจัดสิ่งสกปรก ทราย เศษไม้หรืออื่นๆ จากบาดแผล ทำความสะอาดผิวหนัง
และขนรอบๆบาดแผล โดยใช้สบู่และน้ำ
3.
ถ้าขนเข้าไปยุ่มย่ามในบาดแผล ให้เล็มออกในขณะที่ขนยังเปียกอยู่
เพราะจะ
กำจัดได้ง่าย
4.
เมื่อทำความสะอาดบาดแผลและฆ่าเชื้อแล้ว ควรซับให้แห้งด้วยผ้าสะอาด
อย่า
เช็ดบาดแผลที่เปิด
เพราะจะยิ่งทำให้เป็นแผลมากขึ้น
หลังจากให้การปฐมพยาบาลแล้ว ควรนำไป พบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
[ TOP ]
วิธีพันผ้าพันแผล
ผ้าพันจะช่วยทำให้บาดแผลแห้งและป้องกันไม่ให้บาดแผลขยายมากขึ้น
รวมทั้งอาการ
บาดเจ็บที่สุนัขทำให้เกิดขึ้นกับตัวเองเช่น กัดและเลียบาดแผล นอกจากนั้นยังป้องกันบาดแผล
ไม่ให้เกิดแปดเปื้อนและช่วยซับของเหลวที่ซึมออกมา การพันแผลช่วยกดอย่างเบาๆ
เพื่อ บัน
เทาอาการเจ็บปวดหรือการไหลของโลหิต และป้องกันไม่ให้เกิดการคั่งของซีรั่มใต้ผิวหนัง
ผ้าพันแผลประกอบด้วยสามชั้น
ผ้าดูดซับ ผ้าพันแผลและ พลาสเตอร์พันแผล
ผ้าดูดซับ เป็นผ้าที่นึ่งฆ่าเชื้อโรคปราศจากสิ่งสกปรก
และมีคุณสมบัติในการดูดซับ ส่วนใหญ่จะ
เป็นผ้า ไม่แนะนำให้ใช้กระดาษ เพราะเวลาลอกออกจะลำบาก
ผ้าพันแผล ให้พันผ้ารอบๆผ้าดูดซับไม่ให้แน่นจนเกินไปเพื่อให้ผ้าดูดซับอยู่กับที่ผ้าพัน
แผล
ที่ดีจะต้องยืดหยุ่นหากพันแผลแน่นเกินไปจะทำให้โลหิตไม่ไหลเวียนในบริเวณดังกล่าว
พลาสเตอร์พันแผล
จะช่วยทำให้ผ้าพันแผลและผ้าดูดซับอยู่กับที่ควรจะแน่นพอที่จะกัน
ไม่ให้สุนัขแทะออกแต่ไม่ให้แน่นจนโลหิตไหลเวียนในบริเวณดังกล่าวไม่ได้
เทคนิคในการพันแผล
1. หลังจากทำความสะอาดบาดแผล
ฆ่าเชื้อโรคและซับแผลให้แห้ง ให้วางผ้าดูดซับบน
บาดแผล
2. เริ่มพันผ้าพันแผลโดยเริ่มจากมุมหนึ่งของผ้าดูดซับ เพื่อไม่ให้ผ้าดูดซับเคลื่อนจาก
ที่ที่เราวาง
3. ให้มือหนึ่งยึดปลายผ้าพันแผลเพื่อไม่ให้มันหลุด แล้วใช้พลาสเตอร์ปิดตรงปลายผ้า
แล้ว พันพลาสเตอร์ให้เลยผ้าพันแผล ไปทั้งสอง
เพื่อทำให้ผ้าพันแผลอยู่กับที่
4. รักษาให้ผ้าพันแผลแห้งและสะอาด ถ้าสุนัขออกไปข้างนอก ให้ใช้ถุงพลาสติกคลุม
บาดแผล
5. ควรเปลี่ยนผ้าพันแผลทุกวัน เว้นเสียแต่สัตวแพทย์แนะนำให้ทำอย่างอื่น
6. แผลที่ใช้ผ้าพันแผลมักเกิดการติดเชื้อ หากแผลบวมหรือมีหนองไหลให้นำไปพบ
สัตวแพทย์
7. ควรให้สุนัขอยู่ในที่เงียบๆ และไม่ให้ออกกำลังจนกว่าบาดแผลจะหาย
8. ถ้าสุนัขพยายามจะกัดผ้าพันแผล ก็คงต้องใช้ปลอกคอ คอลล่า (Collar)
สวมใส่ จน
กว่าแผลจะหาย
[ TOP ]
การฝึกให้ขับถ่าย
การฝึกลูกสุนัขในห้องหรือกรง
ให้วางกระดาษหนังสือพิมพ์หลายๆแผ่นไว้ที่มุมห้องแล้ว วางอาหารและน้ำไว้ใกล้ๆ
เพราะลูกสุนัขมักจะขับถ่ายทันทีหลังการกินอาหาร ดังนั้นทันทีที่มันอิ่ม
ให้จับมันไปวางใกล้ๆ หรือวางบนกระดาษทุกครั้งที่มันขับถ่ายบนกระดาษ
ให้กล่าวชมมัน เพื่อให้
มันรู้ว่าทำสิ่งที่ถูกต้องแล้ว แต่ถ้าคุณจับได้ว่ามันขับถ่ายนอกกระดาษ
ให้จับมันไปวางไว้บนกระ
ดาษทันที อย่าลงโทษมันถ้าคุณไม่เห็นมันในขณะที่ทำความผิดเพราะสัตว์ไม่อาจเชื่อมโยงการลง
โทษกับการกระทำในอดีตได้ และควรระมัดระวังเรื่อง การลงโทษ ในขณะที่คุณกำลังฝึกสุนัขให
้ขับถ่าย เสียงดุดังๆ เท่านั้นคือสิ่งที่คุณต้องการ เพราะถ้าคุณลงโทษ
มันหนักเกินไป คุณก็จะได้
สุนัขที่หวาดกลัวอยู่ตลอดเวลาในที่สุด เมื่อลูกสุนัขสามารถขับถ่ายบนกระดาษได้
100 เปอร์
เซนต์แล้ว มันก็พร้อมที่จะออกจาก บริเวณกักกันได้ แต่ในช่วงนี้คุณ
ต้องจับตาดูมันทุกฝีก้าว
จนกว่าจะแน่ใจว่ามันไม่ เปลี่ยนความสนใจจากกระดาษฝึกไปยังพรมผืนโปรดของคุณ
ถ้าคุณ
ไม่อยากฝึกด้วย กระดาษก็ควรเตรียมที่จะสละเวลาพาลูกสุนัขออกไปข้างนอกทันทีที่มันตื่น
ให้
นำไปยัง บริเวณที่คุณต้องการ ถ้ามันยอมขับถ่ายให้กล่าวชมมันทุกครั้ง
ในกรณีที่คุณฝึกให้ลูก สุนัขให้ขับถ่ายนอกบ้าน และให้มันอยู่ในกรงขณะที่อยู่นอกบ้าน
จงอย่าตำหนิที่มันขับ ถ่ายใน
กรง เพราะโดยปกติสุนัขจะไม่ขับถ่ายบนที่นอนของมัน เช่นเดียวกับสุนัขที่โต
แล้ว แต่ลูกสุนัข
ไม่อาจกลั้นปัสสาวะได้ตลอดทั้งคืนและถ้ามัน ถูกขังในกรง มันก็ไม่ทาง
เลือกนอจจากขับถ่ายใน
ทีที่มันอยู่
[ TOP ]
สวยอย่างถูกวิธีทำอย่างไร
ความสวยกับความสะอาดเป็นของคู่กันมาแต่ไหนแต่ไร
ท่านเจ้าของสุนัขจึงพากันเอาใจใส่
ทั้งอาบน้ำ แปรงขนให้เงาสวย รวมถึงการตัดแต่งขน ซึ่งนอกจะช่วยให้ดูสวยงามขึ้นแล้วยัง
ช่วย
ให้สุขภาพกายและใจของสุนัขดีด้วย บางท่านใช้บริการของร้านที่รับตัดแต่งขนสุนัขที่มี
อยู่ทั่วไป
ตามร้าน PET SHOP แม้แต่ตามห้างสรรพสินค้า เรียกว่า นอกจากตนเองได้ช็อป
ปิ้งสัก 2-3 ชั่ว
โมงแล้ว สุนัขของตนยังสะอาดเอี่ยมอ่องกลับบ้านอีกด้วย ส่วนราคาแต่ละแห่ง
มากน้อยขึ้นอยู่กับ
สถานที่ และฝีมือของช่างแต่ละร้าน
- สนนราคาคร่าวๆในการทำGroomingตั้งแต่
ประมาณ 100-550 บาท เช่น
- อาบน้ำ, ตัดเล็บ,
เช็ดหู ประมาณครั้งละ110-180 บาท
- ครีมนวด เพิ่มประมาณ
30-80 บาท
- กำจัดเห็บ เพิ่มประมาณ 50-100 บาท
- ทำHotoil บำรุงขน เพิ่มประมาณ 100-150 บาท
- ทำสีขน เพิ่มประมาณ 100-200 บาท
- ตัดแต่งขน สุนัข(ขั้นพื้นฐาน หน้า, ท้อง,ก้น) พร้อมอาบน้ำ
ประมาณ 300-550 บาท
**ราคาเปลี่ยนแปลงตามขนาดของสุนัข**
สำหรับทรงที่ทำกันจะมีมาตราฐานของแต่ละพันธุ์อยู่แล้ว
ยกตัวอย่างเช่น พันธุ์พุดเดิ้ล มีหลักๆอยู่ 3 ทรงคือ ลูกแกะ (Lamptlip)
ถือเป็นทรงมาตราฐานที่นิยมทำกัน ฤดูร้อน (Summertlip) มักใช้กรณี
ที่สุนัขมีขนพันกันมากแปรงออกยาก จึงไถขนให้เกรียน เพื่อให้ขนใหม่ขึ้น
ทรงสิงห์โต (Liontlip) อาจใช้กรณี ที่สุนัขขนพันกันมากแปรงออกยากใน
บางจุด จะไถขนหมด ยกเว้นส่วน สะโพก, ข้อเท้า, ปลายหางทำเป็นพู่
ส่วนขั้นตอนการเสริม สวยอย่างคร่าวๆ ไม่เป็นความลับแต่อย่างใด
แต่ขึ้นอยู่กับการฝึกฝน ท่านอาจลองทำเองได้ ดังนี้
1. ใช้หวีแปรงขนที่พันกัน(สังคตัง)ให้หลุด
เพื่อง่ายต่อการตัดแต่ง
2. ตัดขนใต้เท้า เพื่อป้องกันการเสียรูปทรงโครงสร้างที่ข้อเท้า,
การลื่นไถลของสุนัข
ขณะเดิน พุดเดิ้ลไถตั้งแต่ ใต้เท้ามาถึงข้อเท้า
พันธุ์อื่น ตัดขนใต้เท้าเสร็จ ตัดขน
รอบเท้าเป็นทรงกลม
3. ใช้บัตเตเรี่ยนไถหน้า , ท้อง, ก้น เพื่อความสะอาด
4. แปรงขนอีกครั้ง ก่อนอาบน้ำ ถ้าไม่แปรงก่อนขนที่พันกันจะยิ่งจับตัวกันเป็นก้อน
5. อาบน้ำ นำสำลีอุดหูสุนัขป้องกันน้ำเข้าหู นำแชมพูผสมกับน้ำในขวดก่อนเทบนตัวสุนัข
6. อาบน้ำเสร็จเช็ดตัวหมาดๆ แปรงขณะไดร์เพื่อป้องกันขนพันกัน
7. ตัดเล็บถ้าปล่อยให้ยาวจะทำให้เท้าบิดเดินไม่สะดวก, ปลายเล็บจิกอุ้งเท้าเป็นแผล
ระวังโดนแนวเส้นเลือด ควรให้ผู้ชำนาญตัด
สำหรับท่านที่อาบน้ำให้สุนัขเอง
ท่านแน่ใจหรือไม่ว่า ทำอย่างถูกวิธีแล้ว มีข้อพึงระวังใน การอาบน้ำสุนัขตั้งแต่
อุปกรณ์ที่ใช้อาบน้ำควรจะเป็น แชมพู เป็นชนิดที่ใช้กับสุนัข เพราะ
ผิวสุนัขมีค่าความเป็นกรด-ด่างต่างจากคน ถ้าใช้ของคน ผิวสุนัขบางพันธุ์อาจแพ้จนผิวเป็น
แผลเป็นหนองได้ถ้าไม่ใช้แชมพูสำหรับสุนัข อัตราส่วนในการผสมกับน้ำคือ1
: 10 ครีม นวดผม สำหรับสุนัขขนยาวเช่นชิท์สุ เพื่อให้เกิดความเงางาม
แต่ไม่ควรกับสุนัขที่มีขนหนา ฟู เช่น ปอมเมอร์เรเนี่ยน, พุดเดิ้ล
เพราะครีมนวดจะทำให้ขนลู่ติดลำตัวไม่ฟูสวย อัตรา ส่วนในการผสม
1 : 5 HOTOIL ใช้กับสุนัขที่มีขนยาว แก้ขนพันกัน บำรุงขนและผิวหนัง
การแปรงขน ควรทำสม่ำเสมอ ทำให้ขนที่ตายหลุดล่วงลงมา ปัญหาขนร่วงบนบ้านจะลดลง
ทำให้สุนัขมีขนที่เงาสวย เพราะเมือเราหวีจะไปกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต
การอาบน้ำ 1 ครั้ง/อาทิตย์ ทำให้สุนัขสบายตัวไม่มีกลิ่นเหม็น การเช็ดหู
ควรเช็ดสม่ำเสมอ โดยใช้ผ้าหุ้มปลายนิ้ว เช็ดขี้หู บางพันธุ์เช่น
พุดเดิ้ล มีขนในรูหู พอขี้หูไปเกาะการหมุน เวียนของอากาศในหูไม่ดี
จะเกิดกลิ่นเหม็น ควรดึงออก (สุนัขจะไม่เจ็บ)
- อุปกรณ์ที่ควรมีในการเสริมสวยสุนัขตัวโปรด
หวีแปรงสลิงเกอร์
(ใช้กับสุนัขขนหนาฟู) ประมาณ 250 บาทขึ้นไป
หวีแปรงไม่มีหมุด (ใช้กับสุนัขขนยาว) ประมาณ 300-400 บาท หวีเหล็ก(ใช้หวีแปรงแล้วยังมีขนพันกันใช้หวีเหล็กช่วย)ประมาณ
200 บาทขึ้นไป
กรรไกรตัดเล็บ (เวลาตัดระวังโดนแนวเส้นเลือด) ประมาณ 200 บาทขึ้นไป
ยาห้ามเลือด ประมาณ 200-300 บาท
ราคาจะถูกหรือแพงขึ้นอยู่กับขนาด
และยี่ห้อ เพราะส่วนหนึ่งนำเข้าจากต่างประเทศ ที่ผลิตในประเทศเช่นของ
HUNTER GROUP จะมีราคาที่ไม่แพงมากนัก สำหรับท่านที่ไม่ได้อาบน้ำให้สุนัขเองมานานวันหยุดนี้
ลองมากำหนดเป็นวัน 5 ส.ให้เจ้า สุนัขของคุณกันเถอะ คือ 1. ส. สระ(อาบน้ำ)
2. ส.สาง (หวีก่อนอาบ) 3. ส. สะดวก(ใจ) เวลาเล่นด้วยเพราะ ส.ที่4
ส.สะ อาด สุดท้าย ส. สวยสด ทีนี้หล่ะสุนัขของคุณจะเป็นดวงเด่นประจำซอยแน่ๆ
จะผสมพันธุ์ตอนไหนนี้
ตามธรรมชาติ
แม่สุนัขจะมีช่วงเวลาการผสมพันธุ์จำกัดคล้ายสัตว์อื่นๆเช่นกัน
กล่าวคือ
เพศเมียซึ่งมีอายุ ราว 6 ถึง 8 เดือน จะเป็นสัด (Heat) เป็นครั้งแรก
ซึ่งแสดงว่าถึงเวลาเตรียม
พร้อมเพื่อ เป็นแม่สุนัขในโอกาสต่อไป แต่ในสุนัขบางพันธุ์จะไม่ปรากฎจนกว่าสุนัขจะมีอายุครบ
12 เดือน ปรกติไม่นิยมให้สุนัขเพศเมียรับการผสมพันธุ์ในระยะนี้
จึงควรเก็บรักษาระมัดระวัง
อย่าให้ มีการผสมพันธุ์ขึ้นได้ในระยะนี้เพราะสุนัขยังไม่โตเต็มที่
ควรรอให้สุนัขนั้นเป็นสัด เป็น
ครั้งที่
2 ซึ่งจะมีระยะไม่เกิน 6 เดือน และในขณะนั้นอายุของสุนัขควรจะ
อยู่ระหว่าง18 เดือนเป็นอย่างน้อย เมื่อแม่สุนัขเริ่มเป็นสัด จะสังเกตได้ว่าสุนัขจะมีอาการเริงร่า
เล่นหัวมากกว่าปรกติ อวัยวะสืบพันธุ์บริเวณช่องคลอดเริ่มมีอาการบวมแดง
และมีโลหิต ใสๆไหลออกมา และจะเข้ม
ข้นจนเป็นลักษณะโลหิตแดงภายหลังวันที่3ในระยะนี้สุนัขเพศ ผู้จะได้
กลิ่นฮอร์โมนของสุนัขเพศเมียที่มีขึ้นในระยะเป็นสัด ก็จะแสดงความ
รักใคร่และ เอาใจใส่เป็นพิเศษ ในระยะนี้แม่สุนัขจะไม่ยอมให้พ่อพันธุ์
ทำการผสมพันธุ์ ผู้เลี้ยงควรแยก อย่าให้พ่อสุนัขรบกวนเป็นเวลา
9 วัน นับจากวันแรกที่เป็นสัด
ในระยะนี้แม่สุนัขจะเกิดความรู้สึกความใคร่ในพ่อสุนัขมากจะแสดง
อาการดีอกดีใจ และจะยอม
ให้พ่อสุนัขเข้าดมก้นเลียหรือขึ้นทับได้แม่สุนัข จะไม่ขัดขวางพ่อสุนัขผู้เข้ามาติดต่อและจะแสดง
ความใคร่ตอบ โคนหางจะ บิดไปข้างใดข้างหนึ่งเพื่อเปิดทางให้พ่อสุนัขทำการผสมพันธุ์ได้สะดวก
อาการเช่นนี้จะปรากฎในระยะตั้งแต่วันที่ 9 ถึงวันที่ 14 นับจากวันแรกที่
เป็นสัดระยะเวลาที่ควรให้แม่สุนัขรับการผสมพันธุ์จากพ่อสุนัขได้
[ TOP ]
วิธีดูแลแม่หมาแรกคลอด
เรื่องของหมาแม่พันธุ์
ไม่ว่าจะเป็นการดูแลก่อนที่จะนำเค้าไปผสมพันธุ์ ดูแลในระหว่าง
ตั้งท้อง และจนมาถึงเข้าสู่ช่วงที่หมาคลอดลูก ให้ท่านเจ้าของเตรียมอุปกรณ์อย่างเช่น
ไหม กรร
ไกร ถุงมือทางการแพทย์ ผ้าเช็ดตัวสะอาด
อุปกรณ์เหล่านี้ใช้เพื่อช่วยตัวลูกหมา ไหม เอาไว้ผูกสายสะดือ โดยผูกห่างจากลำตัวหมา
สัก 3 นิ้ว จากนั้นก็ใช้กรรไกรตัดสายสะดือ ออกทาแผลที่ตัดด้วยเบตาดีน
และเริ่มเช็ดตัวลูกหมา ถูไปถูมาให้มีน้ำหนักพอสมควร เพื่อ กระตุ้นให้เกิดการไหลเวียนโลหิตจากนั้นก็ใช้ลูกยางดูด
ของเหลวบีบดูดเอาของเหลวใน ปากและในจมูกออกมาเป็นอันว่าเสร็จสิ้นครับในระหว่างนั้นก็
ต้องเฝ้าสังเกตด้วยครับว่า ลูกหมาหายใจได้ปกติดีหรือเปล่า
ผมจะไม่กล่าวถึงปัญหาการคลอดยากนะครับ
เพราะถ้า คลอดเองไม่ได้ก็ต้องผ่าตัด หลัง
จากที่แม่หมาคลอดลูกออกมาเรียบร้อยแล้ว การดูแลแม่หมานั้นสำคัญมากอีกเช่นกัน
เพราะจะ
มีหลายๆท่านพบว่าแม่หมาของท่านไม่มีน้ำนมให้ลูกกิน ผอมแห้ง ขนร่วง
บางตัว เมื่อคลอดลูก
เริ่มมีอาการถ่ายเหลวผมอยากให้ท่านที่มีปัญหาอย่างนี้ลองหันไปดูครับว่าท่านจัดการเรื่องอา
หารให้แม่หมากินอย่างไร อาหารที่ให้มีคุณค่าเพียงพอหรือไม่ และถ้าท่านคิดว่าเพียงพอ
ตรวจ
ดูต่อครับว่า อาหารที่ให้แม่หมากินนั้นย่อยสลายดูดซึมไปใช้ได้หรือไม่
โดยดูจากการเจริญเติบ
โตของแม่หมากินดี อาหารดีต้องมีเนื้อมีหนังไม่ใช่ผอมเอาผอมเอา
และดูจากปริมาณอุจจาระที่
ออกมาเวลาที่แม่หมาขับถ่ายครับ ถ้ากินเข้าไปเยอะ ถ่ายออกมาเยอะ
แสดงว่าดูดซึมอาหารได้
ไม่ดี กินแต่ปริมาณ ไม่ได้กินอาหารที่มีคุณค่า ฉะนั้นต้อง เปลี่ยนครับ
ในช่วงที่แม่หมาเลี้ยงลูกนี้เค้าต้องการปริมาณของอาหารเพิ่มครับ
โดยให้เป็น 2 เท่า
จากเดิมที่เคยให้กินก่อนที่จะตั้งท้อง แบ่งให้วันละ2 เวลาจะดีครับ
สำหรับท่านที่ใช้ อาหารสำ
เร็จรูปนั้นจะสะดวกและง่ายกว่าท่านที่ทำอาหารให้หมากินเอง แต่ต้องเลือกอาหาร
สูตรสำหรับ
แม่หมาเลี้ยงลูกด้วยนะครับ เพราะสูตรอาหารหมาช่วงนี้มีสารอาหารอย่างโปรตีนและคาร์โบ
ไฮเดรตสูงเพื่อจะได้ไปใช้สร้างพลังงานให้พอเพียงต่อการดำรงชีวิตและ
สร้างน้ำนมเลี้ยงลูก
อ่อน
มีคนถามว่า "หมอครับ แม่หมาตั้งท้องต้องกินแคลเซียมเม็ดเสริม หรือไม่?"
การเสริม
แคลเซียมไม่จำเป็นเลยครับในรายที่ไม่ได้แสดงอาการขาดแคลเซียม ให้พบเห็น
อาการขาด
แคลเซียมในแม่หมานี้เป็นอย่างไร ใช่มั้ยครับ แม่หมาที่ขาดแคล เซียมนั้น
จะมีอาการหอบจัด น้ำลายไหล ตัวร้อนและไม่มีแรง โดยเฉพาะ 2 ขาหลังนั้นจะแข็งเกร็งเป็นมากๆ
จะชักแข็งครับ แม่หมาที่อาการอย่างนี้มักจะอยู่ในช่วงที่เค้าเลี้ยงลูกได้
3-4 สัปดาห์เพราะช่วงเวลาดังกล่าวลูก
หมาจะกินน้ำนมเก่ง และลุกเดินตามแม่หมาไปตาม ดูดนมได้ ถ้าแม่หมามีอาการข้างต้นนี้นะ
ครับ นั่นคือภาระที่เค้าขาดแคลเซียมในกระแสเลือดแล้วซิครับ การแก้ไขนั้นจำเป็นต้องพึ่งสัตว
แพทย์โดยด่วนครับ ต้องพาหมาป่วยตัวนี้ไปที่คลีนิกรักษาสัตว์เพื่อที่หมอจะได้ช่วยฉีดแคลเซียม
ให้ทดแทนส่วนที่ขาดหายจากกระแสเลือด หลังจากฉีดยาแล้วอาการ ขาเกร็ง
ชัก หอบจะค่อยๆ
หายไปครับ โดยปกติหมาจะ หายจากอาการป่วยภายใน 15-30 นาที สามารถกลับบ้านได้
ในราย
ที่ขาดแคลเซียม นั้นจำเป็นต้องเสริมแคลเซียมให้แม่หมาแล้วครับ
แคลเซียมมีหลายรูปแบบ
ครับ ไม่ว่าจะเป็นรูป แบบฉีดหรือรูปแบบกินเป็นเม็ดๆ อันนี้แล้วแต่ดุลพินิจของหมอผู้รักษา
ครับว่าหมาท่าน เหมาะสมจะใช้แบบไหน สุขศาสตร์ในการเลี้ยงดูแม่หมาและลูกหมานั้นสำคัญ
มากครับ เพราะปัญหาที่พบบ่อยๆอีกเช่นกันคือ ลูกหมามักจะถ่ายเหลว
มีอุจจาระเลอะเทอะหรือ
ไม่ก็ มีผิวหนังอักเสบเป็นตุ่มขึ้นและแผ่นน้ำเหลืองเกาะเต็มผิวหนัง
การทำความสะอาดโดยใช้ ผ้าชุบน้ำอุ่นเช็ดเบาๆ บนผิวหนังของลูกหมานั้นทำได้ครับ
ทำแล้วต้องเช็ดด้วยผ้าแห้งทันที
ด้วยนะครับอย่าให้ตัวลูกหมาเปียกชื้นครอกคลอดนั่นต้องหมั่นเปลี่ยนผ้าปูรองนอนและ
ต้อง
หมั่นรักษาความสะอาดครอกด้วย อย่าปล่อยให้มีเศษอึ เศษอาหารเปรอะเปื้อน
เห็น มั้ยครับว่า กว่าจะได้ลูกหมาดีๆซักครอกหนึ่งไม่ใช่เรื่องง่ายๆครับต้องอาศัยความรู้และ
ความเอาใจใส่ของ
ท่านเจ้าของเป็นอย่างมาก ถ้าท่านทำได้ดีแล้วรับรองครับว่าผลตอบแทน
ที่จะได้ลูกหมาน่ารักๆ
ไว้เชยชมซักครอกคงจะไม่ยากครับ
[ TOP
]