แคลเซียมเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ
ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง มีความจำ
เป็นสำหรับกล้ามเนื้อที่ปรกติ การทำงานของเส้นประสาท และการแข็งตัวของโลหิต
อย่างไรก็
ตาม ยังมีข้อมูลผิดๆเกิดขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของแคลเซียมที่มีอยู่ในอาหารสำเร็จอยู่บ่อยๆเจ้า
ของสุนัขควรรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแคลเซียมดังนี้ อาหารสุนัขที่มีแค,เซียมมากหรือน้อยเกิน
ไปจะทำให้กระดูกผิดปรกติ ถ้าได้รับแคลเซียมน้อย ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟอสฟอรัสและวิ
ตามินดีน้อยด้วย จะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน กระดูกจะงอเมื่อรับน้ำหนักของตัวสุนัข
นับว่า
โชคดีที่โรคนี้จะไม่ปรากฎให้เห็นถ้าให้สุนัขกินอาหารสำเร็จที่มีคุณภาพสูง
เจ้าของสุนัขบางคนให้แคลเซียมในอาหารมากเกินไปในสุนัขที่โตแล้ว
โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในสุนัขพันธุ์ใหญ่ ซึ่งอาจทำให้โครงกระดูกผิดปรกติได้
แคลเซียมจะไม่ทำงานอย่าง
โดดเดียว แร่ธาตุในสารอาหารจะมีความสัมพันธุ์กันและไม่สามารถแยกออกมาเป็นตัวๆได้
การเกิดของกระดูกและฟันต้องอาศัยควาใสัมพันธุ์ระหว่างแคลเซียมอละฟอสฟอรัสในอัตรา
ส่วนที่เหมาะสม หากมีธาตุตัวใดตัวหนึ่งในสองตัวมากหรือน้อยเกินไป
จะไปขัดขวางการใช้
ธาตุอีกตัวหนึ่งของสุนัข ในอาหารสุนัข ควรมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในอัตราส่วน
1.2ถึง
2.0ส่วนของแคลเซียมต่อ1.0 ส่วนของฟอสฟอรัส หากอัตราส่วนของแคลเซียมกว้างออกไป
จากอัตราที่กำหนด อาจเป็นอันตรายต่อการที่มีหินปูนมาเกาะตามกระดูก
หากปริมาณของ
ฟอสฟอรัสในอาหารมากกว่าปริมาณของแคลเซียม ความผิดปรกติของกระดูกอาจเกิดขึ้นได้
การดูดซึมของแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าไปในกระดูกและฟันต้องวิตามินดีในอาหารใน
ปริมาณที่เพียงพอ ความต้องการวิตามินดีในอาหารในปริมาณที่เพียงพอ
ความต้องการวิตา
มินดีของสุนัขและแมวมีผลมาจากระดับและอัตราส่วนของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในอาหาร
หากได้รับวิตามินดีมากเกินไป อาจเป็นพิษกับสุนัข สุนัขโตไม่ต้องการแคลเซียมเสริมจาก
การให้ดื่มนมเพื่ม
มีสุนัขและแมวที่โตแล้วจำนวนมากไม่สามารถย่อยนมจำนวน
มากๆที่ให้เป็นอาหาร นมประกอบด้วยแล็คโตส ซึ่งต้องอาศัยน้ำย่อยแล็คเตส
ในการให้
ความแตกตัวในทางเดินของลำไส้ ถ้าหากทางเดินของลำไส้มีน้ำย่อยแล็คเตสไม่พอการกิน
นมเข้าไปมากๆอาจทำให้ท้องเสีย การเสริมแคลเซียมระหว่างการตั้งครรภ์ของสุนัขและแมว
จะไม่ช่วยแก้การชักระหว่างตั้งครรภ์อาการชักที่ว่านี้ไม่ใช่โรคที่เกิดจากสารอาหาร
แต่เป็น
ภาวะของการเผาผลาญอาหารในร่างกาย แคลเซียมในโลหิตจะถูกควบคุม
โดยฮอร์โมน
ชนิดต่างๆเพื่อให้หลักประกันว่าเซลล์ของร่างกาย แต่ละเซลล์ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่
ต้องการ เมื่อสุนัขเพศเมียออกลูกความต้องการแคลเซียมจะเพิ่มขึ้น
กระดูกเป็นแหล่งกำ
เนิดของแคลเซียมที่อุดมสมบูรณ์ แต่การดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกจะขึ้นอยู่กับฮอร์โมน
หลายตัว อาการชักจะเกิดขึ้น เมื่อฮอร์โมนไม่ช่วยทำให้แคลเซียมออกมาช่วยในการผลิต
นมในปริมาณที่ต้องการมากกว่าปรกติ ในระหว่างที่เกิดการชักแคลเซียมที่อยู่ในโลหิตจะ
ลดลง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอและสั่นระริก ซึ่งเป็นอาการของโรคนี้
การรักษาพยาบาล อา
การชักประกอบด้วยการให้แคลเซียมเข้าสู่กระแสโลหิตโดยตรง การรักษาที่ได้ผลอย่าง
รวดเร็วทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆคือคิดว่า ถ้าหากให้สุนัขที่ตั้งท้องด้วยแคลเซียมในปริ-
มาณที่มากแล้วจะป้องกันการชักได้ การให้อาหารสำเร็จแก่สุนัขและแมวที่ผลิตขึ้นมาสำ
หรับทุกวัย สารอาหารที่ได้น่าจะเพียงพอสำหรับสัตว์ที่คลอดลูก
การเสริมแคลเซียมจึงไม
่จำเป็น นอกจากสัตวแพทย์จะแนะนำให้เสริมเท่านั้น