Click here to visit our sponsor

การแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่ดีของสุนัข

                 แม้แต่สุนัขที่มีนิสัยดีมากๆก็พัฒนาพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ได้เมื่อถูกเลี้ยงใน
บ้านซึ่งมีสภาพแวดล้อมจำกัด การป้องกันย่อมดีกว่าการแก้ไขเสมอ จึงควรฝึกสุนัขให้เชื่อฟัง
คำสั่งตั้งแต่อายุยังน้อย จะช่วยป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้มาก การแก้ไขพฤติกรรมที่ไม่พึงประ
สงค์จะต้องกลับไปใช้บทฝึกหัดสุนัขขั้นพื้นฐานใหม่ร่วมกับการพัฒนาวิธีการหรือเทคนิคที่จะ
ให้สุนัขตอยสนองต่อคำสั่งด้วยความเต็มใจโปรดระลึกเสมอว่า สุนัขจะไม่ทำร้ายเจ้าของความ
เคียดแค้นเป็นพฤติกรรมของสัตว์ตระกูลไพรเมต เช่น มนุษย์เท่านั้น
สุนัขตะกละ
การขโมยอาหาร สุนัขมีสัญชาตญาณในการออกหาอาหารและกินทุกอย่างที่กินได้ ถ้าปล่อย
ปละละเลยอาจกลายเป็นสุนัขขี้ขโมยในที่สุด
วิธีแก้ไข สอนให้นั่งลงก่อนให้อาหาร และให้อาหารจากภาชนะของตนเท่านั้น เมื่อสุนัขเรียนรู้ว่าจะกินอาหารต้องฟังคำสั่งก่อน ก็จะไม่ขโมยกินอาหารแม้เมื่อ
ไม่มีใครอยู่ อย่างไรก็ดี ควรเก็บอาหารในที่ซึ่งสุนัขไม่สามรถขโมยได้
สุนัขที่แสดงพฤติกรรมทางเพศมากเกินไป
การแสดงความต้องการทางเพศสูง สุนัขเพศผู้วัยหนุ่มที่ยังไม่ได้ตอน อาจ
แสดงพฤติกรรมด้วยการปีนขี่ขาเจ้าของหรือเครื่องเรือน ซึ่งมักพบในสุนัขเพศผู้อายุ 1-2 ปี สุนัขเพศเมียในฤดูผสมพันธุ์ก็อาจมีพฤติกรรมดังกล่าวได้
วิธีแก้ไข เปลี่ยนความสนใจของสุนัขโดยฉีดน้ำใส่สุนัขทันทีเพื่อให้สุนัขรู้ว่าเป็นพฤติกรรม
ที่ไม่พึงประสงค์ การตอนสุนัขอาจป้องกันพฤติกรรมเหล่านี้ได้
สุนัขที่อยู่โดยลำพัง
ความกระวนกระวายเมื่ออยู่โดยลำพัง เมื่อทิ้งสุนัขให้อยู่ในบ้านโดยลำพังสุนัขบางตัวอาจเห่า
หอนหรือร้องครวญคราง พฤติกรรมนี้มักพบในสุนัขที่ขาดความอบอุ่นในระยะที่เป็นลูกสุนัข
หรือสุนัขที่เปลี่ยนเจ้าของบ่อย
วิธีแก้ไข ควรให้ของที่สุนัขชอบเล่นโดยเจ้าของใช้มือถูเพื่อให้มีกลิ่นติดที่ของเล่นหรือให้ท่อน
กระดูกสดไว้กัดแทะ ไม่ควรทำให้สุนัขรู้สึกว่าเป็นเรื่องราวใหญ่โตเมื่อเจ้าของจะออกจากบ้าน สุนัขอาจจะรู้สึกอบอุ่นขึ้นหากได้อยู่ในกรง





สิ่งที่ควรรู้สำหรับเจ้าของสุนัขเกี่ยวกับแคลเซียม

               แคลเซียมเป็นส่วนประกอบที่สำคัญ ช่วยสร้างกระดูกและฟันให้แข็งแรง มีความจำ
เป็นสำหรับกล้ามเนื้อที่ปรกติ การทำงานของเส้นประสาท และการแข็งตัวของโลหิต อย่างไรก็
ตาม ยังมีข้อมูลผิดๆเกิดขึ้นเกี่ยวกับบทบาทของแคลเซียมที่มีอยู่ในอาหารสำเร็จอยู่บ่อยๆเจ้า
ของสุนัขควรรู้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับแคลเซียมดังนี้ อาหารสุนัขที่มีแค,เซียมมากหรือน้อยเกิน
ไปจะทำให้กระดูกผิดปรกติ ถ้าได้รับแคลเซียมน้อย ในขณะเดียวกันก็ได้รับฟอสฟอรัสและวิ
ตามินดีน้อยด้วย จะทำให้เกิดโรคกระดูกอ่อน กระดูกจะงอเมื่อรับน้ำหนักของตัวสุนัข นับว่า
โชคดีที่โรคนี้จะไม่ปรากฎให้เห็นถ้าให้สุนัขกินอาหารสำเร็จที่มีคุณภาพสูง

               เจ้าของสุนัขบางคนให้แคลเซียมในอาหารมากเกินไปในสุนัขที่โตแล้ว โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งในสุนัขพันธุ์ใหญ่ ซึ่งอาจทำให้โครงกระดูกผิดปรกติได้ แคลเซียมจะไม่ทำงานอย่าง
โดดเดียว แร่ธาตุในสารอาหารจะมีความสัมพันธุ์กันและไม่สามารถแยกออกมาเป็นตัวๆได้ การเกิดของกระดูกและฟันต้องอาศัยควาใสัมพันธุ์ระหว่างแคลเซียมอละฟอสฟอรัสในอัตรา
ส่วนที่เหมาะสม หากมีธาตุตัวใดตัวหนึ่งในสองตัวมากหรือน้อยเกินไป จะไปขัดขวางการใช้
ธาตุอีกตัวหนึ่งของสุนัข ในอาหารสุนัข ควรมีแคลเซียมและฟอสฟอรัสในอัตราส่วน 1.2ถึง
2.0ส่วนของแคลเซียมต่อ1.0 ส่วนของฟอสฟอรัส หากอัตราส่วนของแคลเซียมกว้างออกไป
จากอัตราที่กำหนด อาจเป็นอันตรายต่อการที่มีหินปูนมาเกาะตามกระดูก หากปริมาณของ
ฟอสฟอรัสในอาหารมากกว่าปริมาณของแคลเซียม ความผิดปรกติของกระดูกอาจเกิดขึ้นได้
การดูดซึมของแคลเซียมและฟอสฟอรัสเข้าไปในกระดูกและฟันต้องวิตามินดีในอาหารใน
ปริมาณที่เพียงพอ ความต้องการวิตามินดีในอาหารในปริมาณที่เพียงพอ ความต้องการวิตา
มินดีของสุนัขและแมวมีผลมาจากระดับและอัตราส่วนของแคลเซียมและฟอสฟอรัสในอาหาร
หากได้รับวิตามินดีมากเกินไป อาจเป็นพิษกับสุนัข สุนัขโตไม่ต้องการแคลเซียมเสริมจาก

                การให้ดื่มนมเพื่ม มีสุนัขและแมวที่โตแล้วจำนวนมากไม่สามารถย่อยนมจำนวน
มากๆที่ให้เป็นอาหาร นมประกอบด้วยแล็คโตส ซึ่งต้องอาศัยน้ำย่อยแล็คเตส ในการให้
ความแตกตัวในทางเดินของลำไส้ ถ้าหากทางเดินของลำไส้มีน้ำย่อยแล็คเตสไม่พอการกิน
นมเข้าไปมากๆอาจทำให้ท้องเสีย การเสริมแคลเซียมระหว่างการตั้งครรภ์ของสุนัขและแมว จะไม่ช่วยแก้การชักระหว่างตั้งครรภ์อาการชักที่ว่านี้ไม่ใช่โรคที่เกิดจากสารอาหาร แต่เป็น
ภาวะของการเผาผลาญอาหารในร่างกาย แคลเซียมในโลหิตจะถูกควบคุม โดยฮอร์โมน
ชนิดต่างๆเพื่อให้หลักประกันว่าเซลล์ของร่างกาย แต่ละเซลล์ได้รับแคลเซียมในปริมาณที่
ต้องการ เมื่อสุนัขเพศเมียออกลูกความต้องการแคลเซียมจะเพิ่มขึ้น กระดูกเป็นแหล่งกำ
เนิดของแคลเซียมที่อุดมสมบูรณ์ แต่การดึงเอาแคลเซียมจากกระดูกจะขึ้นอยู่กับฮอร์โมน
หลายตัว อาการชักจะเกิดขึ้น เมื่อฮอร์โมนไม่ช่วยทำให้แคลเซียมออกมาช่วยในการผลิต
นมในปริมาณที่ต้องการมากกว่าปรกติ ในระหว่างที่เกิดการชักแคลเซียมที่อยู่ในโลหิตจะ
ลดลง ทำให้กล้ามเนื้ออ่อนแอและสั่นระริก ซึ่งเป็นอาการของโรคนี้ การรักษาพยาบาล อา
การชักประกอบด้วยการให้แคลเซียมเข้าสู่กระแสโลหิตโดยตรง การรักษาที่ได้ผลอย่าง
รวดเร็วทำให้เกิดความเข้าใจผิดๆคือคิดว่า ถ้าหากให้สุนัขที่ตั้งท้องด้วยแคลเซียมในปริ-
มาณที่มากแล้วจะป้องกันการชักได้ การให้อาหารสำเร็จแก่สุนัขและแมวที่ผลิตขึ้นมาสำ
หรับทุกวัย สารอาหารที่ได้น่าจะเพียงพอสำหรับสัตว์ที่คลอดลูก การเสริมแคลเซียมจึงไม
่จำเป็น นอกจากสัตวแพทย์จะแนะนำให้เสริมเท่านั้น
   


การดูแลขนสุนัขพันธุ์ขนยาว

                  ขนสุนัขที่ยาวสลวยนอกจากจะดูสวยงาม ยังช่วยป้องกันความหนาวเย็น แต่ก็
ต้องดูแลขนมากกว่าสุนัขที่มีขนสั้น สุนัขที่มีขนคล้ายไหม เช่น พันธุ์ยอร์กไชร์ เทอร์เรียร์จะ
ไม่มีขนชั้นใน ในขณะที่แปรงขนจึงต้องระมัดระวังอย่าให้ขีดข่วนและระคายเคืองผิวหนังสุ
นัขที่ขนยาว เช่นพันธุ์คอลลีและพันธุ์เชตแลนด์ ชีพด็อก จะมีขนชั้นในที่หนาแน่นชึ่งจะพัน
กันได้ง่ายมากถ้าไม่ได้ดูแลและแปรงขนอย่างสม่ำเสมอ

การแปรงขนสุนัขที่มีขนยาว

1.ใช้แปรงสลิกเกอร์ค่อยๆสางขนที่พันกันและเป็นปมอย่างนุ่มนวล    ควรระมัดระวังอย่าฝืนดึงขน หรือแปรงอย่างรุนแรงจนทำให้สุนัขเจ็บ
2.แปรงขนซ้ำอีกครั้งด้วยแปรงขนหมุด การแปรงในขั้นนี้ไม่ควรมีขน
   ที่พันกันแล้ว
3.ใช้หวีด้ามตรงที่มีซี่หวีกว้างหวีอีกครั้ง โดยเฉพาะช่วงขาที่มีขนยาว 4.ตัดขนที่ยาวรอบเท้าโดยเฉพาะขนระหว่างนิ้วซึ่งเป็นบริเวณที่มักมีสิ่งสก
   ปรกและสิ่งแปลกปลอมเข้าไปสะสม ทำให้เกิดการระคายเคือง
5.ตัดขนบริเวณข้อขาเพื่อป้องกันการพันกันของขนที่ยาวซึ่งเป็นที่สะสมของ
   สิ่งสกปรกและผิวหนังที่ตาย

การแปรงขนสุนัขที่มีขนคล้ายเส้นไหม เช่น สุนัขพันธุ์ยอร์กไชร์ เทอร์เรียร์
1.ใช้แปรงสลิกเกอร์สางขนที่พันกันออกการสากขนที่เกาะกันเป็นก้อนต้อง
   ทำด้วยความระมัดระวัง อย่าดึงแรงจนกระทั่งขนขาด
2.แปรงอีกครั้งด้วยแปรงขนสัตว์เพื่อทำให้ขนเงางามการแปรงขนในขั้นนี้
   ไม่ควรแปรงสะดุด
3.แสกขนตามแนวกลางหลังแล้วหวีขนแต่ละด้านให้เหยียดลงอาจตัดแต่ง
   ด้วยกรรไกรให้เป็นระเบียบ
4.เล็มขนรอบเท้าและหู และตัดเล็บด้วย 5.ขนที่ยาวเหนือตาควรเล็มออกหรือรวบด้วยริ้บบิ้นหรือโบ



การคลอดลูก

               แม่สุนัขจะมีอาการเบื่ออาหารประมาณ 1-2 วันก่อนคลอดและจะกระวนกระวาย
พยายามหาสถานที่คลอดเมื่อเริ่มคลอดถุงน้ำคร่ำจะแตกออก น้ำคร่ำที่นองพื้นอาจทำให้
เข้าใจผิดว่าเป็นน้ำปัสสาวะ อาการเบ่งจะถี่ขึ้นและแรงขึ้นตามลำดับ ลูกสุนัขตัวแรกควรจะ
คลอดออกมาภายใน 2 ชั่วโมง นับจากถุงน้ำคร่ำแตกและสุนัขจะเริ่มเบ่งระยะเวลาในการ
คลอดลูกแต่ละตัวอาจห่างกัน 10-80 นาที

การให้กำเนิด

1.เมื่อเริ่มเบ่ง แม่สุนัขจะหายใจถี่และหอบ อุณหภูมิร่างกายลดลง กระสับกระส่าย
   สุนัขอาจไปหาที่ลับตาเพื่อคลอด ดังนั้น เจ้าของควรเฝ้าดูไว้
2. ขณะเบ่งแม่สุนัขอาจลุกขึ้นยืนและหมุนตัวไปรอบๆ แต่บางตัวชอบนอนราบลง
    ควรปล่อยให้แม่สุนัขเบ่งในท่าคลอดที่สุนัขเลือกเอง
3.แม้จะเป็นลูกสุนัขครอกแรก แต่โดยสัญชาตญาณแม่สุนัขจะหันมาสำรวจลูกสุนัข
   และเลียน้ำคร่ำและเยื่อหุ้มตัวออก จากนั้นแม่สุนัขจะกัดสายสะดือและกินรกที่
   ออกมากับลูกสุนัข
4.การที่แม่สุนัขเลียน้ำคร่ำออกจากปากและจมูกลูกสุนัขค่อนข้างแรงเป็นการให้
   ความอบอุ่นแก่ลูกและเป็นการกระตุ้นระบบหายใจของลูกสุนัขด้วย
5.แม่สุนัขอาจจะหยุดพักในระหว่างการคลอดเพื่อให้กล้ามเนื้อคลายตัวลงและ
   พร้อมที่จะเบ่งอีก
6.ในระหว่างการคลอดลูกแต่ละตัว แม่สุนัขจะผ่อนคลายและพักนานขึ้น เพื่อรอ
   เบ่งตัวใหม่ออกมา แม่สุนัขส่วนมากจะไม่ยอมให้ลูกกินนมจนกว่าจะคลอดลูก
   ออกหมดแล้ว อย่าลืมดูว่ารกได้ถูกขับออกมาเท่าจำนวนลูกสุนัขหรือไม่
7.แม้ว่าลูกสุนัขจะคลานไปไกลเพียงใด ถ้าแม่สุนัขได้ยินเสียงลูกร้องก็จะตามไป
   คาบกลับมาเนื่องจากแม่สุนัขตอบสนองต่อเสียงร้องของลูกแต้ถ้าลูกสุนัขคลาน
   ห่างออกไปโดยไม่ส่งเสียงร้องแม่สุนัขอาจจะไม่สนใจที่จะตามลูกกลับ
8.เมื่อลูกสุนัขคลอดออกมาครบแล้ว แม่สุนัขจึงยอมให้ลูกดูดนมพร้อมๆกัน หาก
   พบว่าแม่สุนัขมีนมไม่เพียงพอให้ลูกสุนัขกิน จะต้องปรึกษาสัตวแพทย์
9.หลังจากลูกสุนัขดูดนมอิ่มแล้วแม่สุนัขจะเลียรอบอวัยวะเพศและทวารหนักของ
   ลูกเพื่อกระตุ้นการขับถ่ายปัสสาวะและอุจจาระ ทั้งนี้แม่สุนัขจะกินสิ่งที่ลูกขับถ่าย
   ออกมาด้วย จนกระทั่งลูกอายุได้ 3 สัปดาห์ ซึ่งอาจเป็นสัญชาตญาณของสุนัขป่า
   ที่ยังเหลืออยู่ในการกำจักกลิ่นปฏิกูลของลูก เพื่อไม่ให้สัตว์ล่าเนื้ออื่นๆรู้


การดูแลรักษาฟันสุนัข

สุนัข ต้องการการดูแลเอาใจใส่ฟันเป็นพิเศษ เพื่อป้องกันการเกิดโรคเหงือกและโรคฟันผุ
การจัดโปรแกรมเกี่ยวกับสุขภาพจึงมีความสำคัญ คุณควร

1. ให้อาหารที่เป็นเม็ดหยาบแก่สุนัข ให้นมหรือขนมปังกรอบที่ผลิตขึ้นมาเพื่อสุนัข     วันละครั้งอาหารที่แข็งจะช่วยขัดและทำความสะอาดฟัน โดยการเสียดสี
2. ให้สุนัขได้ขบเคี้ยวกระดูกเทียมอย่างน้อยสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง เป็นต้นว่ากระดูก
    ที่ทำมาจากหนังสัตว์ กระดูกข้อเท้าขนาดใหญ่ซึ่งไม่แตกออกเป็นชิ้นเล็กๆ และ
    กระดูกที่ทำจากไนล่อนชนิดแข็งจะได้ผลดี
3. กำจัดหินปูนจากฟัน สุนัขที่อาศัยอยู่ในแถบ ที่มีน้ำกระด้าง จะเกิดหินปูนตามฟัน
    หินปูนเป็นส่วนประกอบของฟอสเฟต คาร์บอเนตและสารอินทรีย์ เหลือแคลเซียม
    เหล่านี้จะละลายในกรด แต่จะตกตะกอนในน้ำลายของสุนัขที่มีฤทธิ์เป็นด่างอ่อนๆ
    ควรจะกำจัดหินปูนที่เกิดขึ้นทันที หินปูนที่เกิดขึ้นเป็นเรื่องผิดปกติ ถ้าหากไม่เอา
    ใจใส่ หินปูนจะพอกหนาขึ้นกลายเป็นปลั๊กหรือแคลคิวลัส ซึ่งจะก่อให้เกิดโรค
    เหงือก แล้วในที่สุดก็จะกลายเป็นโรคเกี่ยวกับเยื่อหุ้มฟันอักเสบคราบหินปูนสามา-
    รถกำจัดโดยใช้สารละายไฮโดรเจนเปอร์อ๊อกๆไซด์ซึ่มหาซื้อได้ตามร้านขายยาแผน
    ปัจจุบัน โดยใช้ชนิดความเข้มข้น 3 เปอร์เซนต์หรือจะใช้สารละลายของกรดเกลือ
    ชนิด 1 เปอร์เซนต์ก็ได้ชุปสารละลายดังกล่าวด้วยผ้าเนื้อหยาบ แล้วถูที่ฟันอย่าง
    แรง โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริเวณด้านนอก ซึ่งติดกับเหงือก ซึ่งมีคราบหินปูนอยู่
    มากที่สุด ในกรณีที่เป็นมาก อาจจะต้องใช้เครื่องมือทำฟันขูด เพื่อทำให้แผ่น
    หินปูนที่หนาแตกออกแล้วทำการขัดฟันอีกทีหนึ่ง
4. แปรงเหงือกและฟันของสุนัขสัปดาห์ละสองครั้ง ด้วยยาสีฟันของสุนัขด้วยแปรง
    ชนิดขนนิ่มของเด็ก ถ้าไม่มียาสีฟัน ก็แนะนำให้ใช้โซดาผงหรือที่เรียกว่าโซเดียม
   ไบคาร์บอเนต ไม่ใช้โซเดียมคาร์บอเนตนะครับ เพราะนั่นมันเป็นผงโซดาซักผ้า     โปรแกรมเกี่ยวกับสุขภาพของช่องปากจะช่วยยืดอายุของฟันสุนัขของคุณและช่วย
   ให้เข้ามีสุขภาพดีในปีต่อๆ ไปของชีวิต



Copyright (c) by Witoon Laobusn-anan
ICQ uin 42141428 E-mail : l1141@ksc.th.com
Contact for information & advertising at l1141@ksc.th.com
กลับสู่หน้าแรก
Last up date

 

1