ผู้ก่อการร้ายชำระแค้นอเมริกา : จี้เครื่องบินพลีชีพถล่มเมือง
(28 กันยายน 2544 : โอฬาร/เขียน)

ตกตะลึงกันไปทั้งประเทศเมื่อสถานีโทรทัศน์ปูพรมรายงานข่าวเมื่อสองทุ่มเศษของวันที่ 11 กันยายน 2544 เวลาในประเทศไทย กรณีเครื่องบินโดยสารขนาดยักษ์ 2 ลำ พุ่งชนตึกระฟ้าเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ กลางมหานครนิวยอร์ค สหรัฐอเมริกา ดวงเพลิงพวยพุ่งด้วยแรงระเบิดลุกโชน และไล่หลังกันไม่นานมีเครื่องบินลำที่ สาม ทิ้งดิ่งพลีชีพพุ่งบอมบ์ตึกเพนตากอน กระทรวงกลาโหม วอชิงตัน ดี.ซี. และนั่นเป็นเหตุการณ์สยองขวัญแก่คนทั้งโลก จากน้ำมือของกลุ่มผู้ก่อการร้ายสากล ผู้นิยมความรุนแรง และเป็นจุดเริ่มต้นของศึกครั้งใหญ่หลังสงครามเย็นสิ้นสุดลง

8.43 น.เวลาเช้าของมหานครนิวยอร์ก

ผู้คนที่นิวยอร์กตกตะลึง เมื่อตึกระฟ้าเวิลด์เทรด เซ็นเตอร์ ความสูง 110 ชั้น ตั้งบนเกาะแมนแฮตตัน เกิดเสียงระเบิดและเพลิงลุกไหม้ และต้องตกใจอย่างสุดขีด เมื่ออีก 18 นาทีต่อมา สายตาของเขาเหล่านั้นได้เห็นเครื่องบินโดยสารอเมริกัน แอร์ไลน์ โบอิ่ง 757 พุ่งเข้าชนตึกคู่แฝดอีกหลังที่อยู่ทางด้านใต้ นั่นไม่ใช่เหตุเพลิงไหม้ธรรมดาเสียแล้ว หากแต่เป็นการก่อวินาศกรรม ที่แปลกใหม่สยดสยองเป็นที่สุด เท่าที่เหตุวินาศกรรมเคยเกิดขึ้นมา และไกลออกไป คือ ที่วอชิงตัน ดี.ซี. ศูนย์กลางราชการสหรัฐ อาคารเพนตากอน ศูนย์บัญชาการใหญ่ด้านการทหารสหรัฐ ถูกวินาศกรรมด้วยวิธีเดียวกัน แต่นั่นยังนับว่าโชคดีที่เครื่องบินโดยสารลำที่สี่ ได้ตกระหว่างทางเสียก่อนที่จะถึงเป้าหมาย ซึ่งยังไม่รู้ว่าจุดหมายปลายทางอยู่ที่ใด ระหว่างทำเนียบขาวกับแคมป์เดวิด นี่เป็นการก่อการร้ายครั้งร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐอเมริกา และร้ายแรงที่สุดในโลกด้วย

"ในวันที่ 11 กันยายน ผู้เป็นศัตรูต่ออิสรภาพได้ทำสงครามกับประเทศของเรา ชาวอเมริกันเคยรู้จักสงครามกันมาแล้ว แต่ในระยะเวลา 136 ปีที่ผ่านมานี้ สงครามที่เกิดขึ้น ทั้งหมดเป็นสงครามที่เกิดขึ้นในแผ่นดินอื่น ยกเว้นสงครามที่เกิดขึ้น ในวันอาทิตย์วันหนึ่งของปี ค.ศ. 1941 ชาวอเมริกันเคยเห็นผู้บาดเจ็บ และเสียชีวิต ในสงครามมาแล้ว แต่ไม่ใช่ที่ศูนย์กลางของนครที่ยิ่งใหญ่ในเช้าวันที่เงียบสงบ ชาวอเมริกันเคยเห็นการทำร้ายแบบจู่โจมมาแล้ว แต่เราไม่เคยเห็นการโจมตี ต่อพลเรือนหลายพันคนเช่นนี้มาก่อน ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นกับเราภายในวันเดียว และในคืนนั้น โลกของเราก็เปลี่ยนไป โลกของเรากลายเป็นโลกที่อิสรภาพตกอยู่ภายใต้การโจมตี

ชาวอเมริกันมีคำถามหลายข้อในคืนนี้ ชาวอเมริกันกำลังถามว่า "ใครเป็นผู้ทำร้ายประเทศของเรา?"

หลักฐานทั้งหมดที่เรารวบรวมมาได้ล้วนแต่ชี้ไปถึงองค์กรก่อการร้ายที่รวมตัวกัน เป็นกลุ่มภายใต้ชื่อว่าอัล เคดา (al-Qaida) กลุ่มคนเหล่านี้คือฆาตกรชุดเดียวกับ ที่วางระเบิดสถานทูตอเมริกันที่แทนซาเนียและเคนยา และเรือ U.S.S. Cole ของสหรัฐ

อัลเคดาคือสัญลักษณ์ของความสะพึงกลัวเช่นเดียวกับที่มาเฟียเป็นสัญลักษณ์ของอาชญากรรม แต่เป้าหมายของอัลเคดาไม่ใช่เงิน แต่เป็นการสร้างโลกขึ้นมาใหม่ และปลูกฝังความเชื่อ ที่รุนแรงให้ประชาชนทุกหนทุกแห่ง

พวกผู้ก่อการร้ายถือธรรมเนียมปฏิบัติแบบอิสลามที่สุดกู่ซึ่งถูกปฏิเสธจากนักปราชญ์ และนักบวชชาวมุสลิม ขบวนการของคนเหล่านี้ บิดเบือนคำสอนของศาสนาอิสลาม ซึ่งสอนให้ประชาชนรักสันติสุข ผู้ก่อการร้ายออกคำสั่งให้สังหารชาวคริสเตียนและยิว ชาวอเมริกันทุกคน โดยไม่ต้องแยกแยะระหว่างทหารและพลเรือน รวมทั้งสตรีและเด็ก

คนกลุ่มนี้และผู้นำของกลุ่มที่ชื่อว่าโอซามา บิน ลาดิน มีความสัมพันธ์กับองค์กรอีกมากมายในประเทศต่างๆ รวมทั้งกลุ่มอิสลามจีฮัดในอียิปต์ และขบวนการอิสลามใน อุซเบกิสถาน"

นั่นเป็นคำกล่าวของประธานาธิบดี จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช ที่กล่าวต่อที่ประชุม สภาคองเกรสและประชาชนชาวอเมริกัน พร้อมกับการถ่ายทอดสด ออกอากาศไปทั่วโลก เมื่อวันที่ 22 กันยายน 2544

สหรัฐคือเมืองท่าในสายตาปฏิปักษ์

เราไม่มีพยานหลักฐานที่ชัดเจนว่า การก่อวินาศกรรมดังกล่าวเป็นการกระทำของกลุ่มใด เพราะฝ่ายนิยมความรุนแรงมิได้ประกาศความรับผิดชอบออกมา แม้แต่กลุ่มอัล-เคดาของโอซามา บิน ลาดิน ได้ฏิเสธข้อกล่าวหาของผู้นำสหรัฐ แต่หากจะมองสภาพแวดล้อมอื่นมาพิจารณา ก็น่าจะพอได้แนวคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้กันบ้าง คือ ราว 20 ปีมาแล้ว นางโอเรียนาฟาลลาชิ จากหนังสือพิมพ์ ไลพ์ ได้สัมภาษณ์ ดร.ฮาบาส หัวหน้าขบวนการฟีดายีน(แปลว่า นักสู้เพื่ออิสรภาพ/ฟีดายีนถูกใช้เป็นชื่อเรียก"หน่วยกล้าตาย"ของกลุ่มหัวรุนแรง)อีกกลุ่มหนึ่ง คือ แนวร่วมประชาธิปไตยประชาชน เพื่อปลดปล่อยปาเลสไตน(The Popula Democratic Front for the Liberation of Palestine:PDLFP) ซึ่งเป็นขบวนการแรกที่จัดตั้งและมีแนวความคิดหัวรุนแรง และได้ตอบคำถามว่า ทำไมจึงต้องโจมตีฝ่ายปฏิปักษ์ในประเทศอื่น และจำแนกมิตรกับศัตรูอย่างไร

ดร.ฮาบาสกล่าวว่า การทำสงครามนั้นมีหลักว่า เราต้องรู้ว่าใครคือข้าศึกศัตรูของเรา ในสงครามครั้งนี้ อิสราเอลไม่ใช่ศัตรูของเราเท่านั้น ศัตรูของเราคืออิสราเอล รวมทั้งขบวนการไซออนนิสต์ ซึ่งคอยควบคุมให้ประเทศต่างๆ สนับสนุนอิสราเอล และรวมทั้งประเทศจักรวรรดิ์นิยมอีกด้วย จึงเจาะจงถึงจักรวรรดินิยมอังกฤษตั้งแต่ ค.ศ. 1918 เป็นต้นมา และจักรวรรดินิยมอเมริกา ตั้งแต่ ค.ศ. 1948 เป็นต้นมา

( NEXT )

 

 

1