![]() |
สถาบันหนังสือพิมพ์
|
ในประเทศไทยมีสถาบันหนังสือพิมพ์อยู่มาก แต่ที่จะกล่าวถึงมุ่งแนะนำเพื่อให้เห็นเป็นแนวทาง และง่ายแก่การทำความเข้าใจกับ "สถาบันหนังสือพิมพ์" ถ้าไม่เช่นนั้นแล้วจะจับต้นชนปลายกัน ไม่ถูก เพราะปัจจุบันมีสถาบันหนังสือพิมพ์อยู่ในหลายลักษณะ ทั้งในรูปสถานประกอบการ มูลนิธี สมาคม สมาพันธ์ เป็นต้น ปัจจุบันมีสถาบันสื่อมวลชน/วงการหนังสือพิมพ์ ทั้งสิ้น 17 แห่ง ได้แก่ สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทย(สมาคมวงการหนังสือพิมพ ์/สื่อมวลชนเข้าเป็นสมาชิก) สมาคมหนังสือพิมพ์ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (สมาคมนักข่าวฯกับสมาคมนักหนังสือพิมพ์ฯยุบมารวมกันเมื่อปี 2543) สมาคมหนังสือพิมพ์ ส่วนภูมิภาคแห่งปะเทศไทย สมาคมนักหนังสือพิมพ์ภูมิภาคแห่งประเทศไทย สมาคมผู้สื่อข่าว บันเทิงแห่งประเทศไทย สมาคมผู้สื่อข่าวกีฬาแห่งประเทศไทย สมาคมช่างภาพสื่อมวลชนแห่ง ประเทศไทย สมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ สมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ มูลนิธิอิศรา อมันตกุล มูลนิธิหนังสือพิมพห์ สำนักเลขาธิการ สมาคมนักวิทยุและโทรทัศน์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ สมาคมนักจักรายการวิทยุ โทรทัศน์ และหนังสือพิมพ์ ชมรมผู้สื่อข่าว-ช่างภาพอาชญากรรม สมาคมหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นสมาคมที่เก่าแก่ที่สุด ก่อตั้งเมื่อ ปี พ.ศ.2484 โดยมีพระยาปรีชานุสาสน์(เสริญ ปันยารชุน)เป็นปฐมนายกสมาคม(2484-2485) ปัจจุบันที่ตั้งสมาคมอยู่ที่ เลขที่ 229 ถนนราชสีมา เขตดุสิต กรุงเทพฯ สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติเป็นสถาบันสื่อมวลชนที่จะกล่าวถึงเป็นพิเศษ เพราะถือว่า สถาบันสื่อมวลชนแห่งนี้ ตกผลึกมาจากการปฏิรูปการเมืองครั้งใหญ่อันก่อให้เกิด กฎหมาย รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน และการปฏิรูปในด้านอื่นๆ ทั้งเศรษฐกิจ การเมือง และสังคม จึงกล่าวได้ว่า สถาบันสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ เป็นสถาบันที่เกิดขึ้นมา และรองรับ การปฏิรูปครั้งใหญ่ในประเทศเลยทีเดียว ความเดิมในช่วงที่กำลังร่างกฎหมายรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน สภาร่างรัฐธรรมนูญได้มีการ พิจารณาเกี่ยวกับสื่อสารมวลชน ขณะเดียวกัน สมาพันธ์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้จัดให้มีการประชุมและได้มีมติให้ สภาร่างรัฐธรรมนูญตัดข้อความว่า "องค์กรอิสระตาม กฎหมายกำหนด"ออกจากมาตรา 40 ซึ่งกำหนดให้มีองค์กรอิสระควบคุมหนังสือพิมพ์ แล้วให้นำ ไปบัญญัติไว้ในหมวด 5 ว่าด้วย หลักการพื้นฐานในการกำหนดนโยบายของรัฐ เพราะสื่อมวลชน ต้องการให้องค์กรนี้เป็นอิสระจริงๆ ปราศจากการแทรกแซงของทางราชการ และการเมือง ในขณะที่สื่อมวลชนก็พร้อมที่จะตั้งองค์กรขึ้นมาควบคุมกันเอง วันที่ 23 พฤษภาคม 2540 บรรดาเจ้าของ บรรณาธิการ และผู้อำนวยการหนังสือพิมพ์ ได้จัดการประชุมและมีมติเห็นชอบให้ตั้งคณะทำงาน 7 คน ได้แก่ นายสมหมาย ปาริจฉัตต์ นายวีระ ประทีปชัยกุล นายพนา จันทรวิโรจน์ นายชวรงค์ สิมป์ปัทมปาณี นายวิฑูร พึงประเสริฐ นายสันชัย สงศ์มีชัย และนายวรวิทย์ ศรีอนันตรักษา โดยมีนายเรืองชัย ทรัพย์นิรันดร์เป็นที่ปรึกษา คณะทำงานชุดดังกล่าวมีหน้าที่สอบถามความต้องการของเจ้าของ บรรณาธิการ ผู้อำนวยการ หนังสือพิมพ์ ถึงเรื่องให้องค์กรอิสระโดยไม่ต้องให้กฎหมายบังคับ และคณะทำงานชุดดังกล่าวนี้ ได้มีข้อสรุปให้จัดตั้งองค์กรอิสระขึ้น โดยในในขั้นแรก ให้มีการจัดตั้งกรรมการยกร่างธรรมนูญ "สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ" ขึ้น วันที่ 4 กรกฎาคม 2540 เป็นเหตุการณ์ประวัติศาตร์ในวงการหนังสือพิมพ์ ด้วยมีการเข้าชื่อ และร่วมประชุมแสดงเจตนารมร์ร่วมกัน ก่อตั้งสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติขึ้นมา โดยบันทึก เจตนารมณ์ของผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ ว่าด้วยเรื่องการจัดตั้งสภาการหนังสือพิมพ์ แห่งชาติมีข้อความดังนี้ "ข้าพเจ้า ผู้บริหาร / เจ้าของ / บรรณาธิการ ผู้มีอำนาจเต็ม ของหนังสือพิมพ์ฉบับต่างๆ รวมทั้งผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ที่ชอบด้วยกฎหมาย ที่ได้ลงนามท้ายบันทึก เจตนารมณ์ฉบับนี้ มีความเห็นพ้องต้องกันวา สมควรให้มีสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ อันเป็นองค์กรอิสระ ขึ้นมาทำหน้าที่ควบคุมกันเองในหมู่ผู้ประกอบวิชาชีพหนังสือพิมพ์ เพื่อส่งเสริมเสรีภาพ ความรับผิดชอบ ยกระดับผู้ประกอบวิชาชีพ และกิจการหนังสือพิมพ์ และเพื่อส่งเสริมสนับสนุนสิทธิการรับรู้ข่าวสาร ของประชาชนในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ จะประกอบด้วย คณะกรรมการที่คัดเลือกจากผู้ประกอบวิชาชีพ หนังสือพิมพ์ จำนวน 11 คน ผู้ทรงคุณวุฒิและประชาชนทั่วไปที่สังคมยอมรับอีกจำนวน 10 คน ทำหน้าที่รับและวินิจฉัยคำร้องเรียน เมื่อมีการละเมิดหลักจริยธรรม เพื่อให้ผู้ถูกกล่าวหา ซึ่งได้รับการวินิจฉัยอย่างเป็นธรรมแล้วว่า เป็นผู้ละเมิด ได้แสดงความรับผิดชอบอย่างเคร่งครัด ข้าพเจ้าผู้ลงนามท้ายบันทึกฉบับนี้ จะยอมลงนามผูกพันตามธรรมนูญ ซึ่งคณะกรรมการ อันประกอบด้วย ศาสตราจารย์นายแพทย์ประเวศ วะสี เป็นประธาน นางบัญญัติ ทัศนียะเวช และรองศาสตราจารย์พิศิษฐ์ ชวาลาธวัช เป็นรองประธาน นายมานิจ สุขสมจิตร นายพงษ์ศักดิ์ พยัฆวิเชียร ศาสตราจารย์นายแพทย์วิฑูรย์ อึ้งประพันธ์ นายเกษม สรศักดิ์เกษม นายกำแหง ภริตานนท์ นายพนา จันทรวิโรจน์ นายไพศาล ศรีจรัสจรรยา และนายสุวัฒน์ ทองธนากุล เป็นกรรมการ ได้ร่างขึ้นตามกรอบแห่งเจตนารมณ์ข้างบนนี้ และเห็นชอบด้วยแล้ว จึงลงนามไว้เป็นสำคัญ" ในวันเดียวกันนั้น เจ้าของกิจการหนังสือพิม์ และบรรณาธิการหนังสือพิมพ์ฉบับภาษาไทยและ อังกฤษ 25 ฉบับ จากจำนวนทั้งสิ้น 32 ฉบับ รวมทั้งองค์กรที่เกี่ยวข้องกับหนังสือพิมพ์ 10 องค์กร ได้ร่วมกันลงนามในบันทึกเจตนารมณ์จัดตั้ง โดยมีตัวแทนสถานทูตสหรัฐ อินเดีย รัสเซีย และสโมสรผู้สื่อข่าวต่างประเทศร่วมเป็นสักขีพยาน วันที่ 4 สิงหาคม 2540 ศ.นพ.ประเวศ วะสี แถลงหลักการสำคัญของสภาการหนังสือพิมพ์แห่ง ชาติ(ธรรมนูญ)ว่า เพื่อให้วงการหนังสือพิมพ์ได้ควบคุมดูแลกันเอง ขณะเดียวกันเปิดโอกาสให้ บุคคลภายนอกได้เข้ามาร่วมในคณะกรรมการสภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติอีกด้วย องค์ประกอบของกรรมการประกอบด้วย 4 ส่วนคือ เจ้าของหรือผู้บริหารหรือผู้ประกอบการ ซึ่งเลือกกันเอง 5 คน บรรณาธิการหรือตัวแทนผู้มีอำนาจจากกองบรรณาธิการ ซึ่งเลือกกันเอง 5 คน ผู้ปฏิบัติงานหนังสือพิมพ์ ซึ่งเลือกโดยสมาพันธ์หนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย 4 คน ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาอาชีพต่างๆ อีก 7 คน ในจำนวนนี้เป็นผู้ทรงคุณวุฒิที่มีอาวุโส และประสบการณ์สูงด้านหนังสือพิมพ์ซึ่งไม่สังกัดหนังสือพิมพ์ใด 2 คน อีกหลักการหนึ่งที่สำคัญในการควบคุมกันเองของสภาการหนังสือพิมพ์ ได้กำหนดไว้ในหมวด ความรับผิดชอบทางจริยธรรม เมื่อคณะกรรมการมีคำวินิจฉัยว่า สมาชิก หรือผู้ประกอบ วิชา ชีพหนังสือพิมพ์ในสังกัด สมาชิกละเมิด หรือ ประพฤติผิดจริยธรรมแห่งวิชาชีพ ก็จะแจ้งให้ หนังสือพิมพ์ฉบับที่ถูกร้องเรียน ลงตีพิมพ์คำวินิจฉัยดังกล่าวภายใน 7 วัน และอาจแจ้งให ้หนังสือพิมพ์ฉบับนั้น ตีพิมพ์ข้อความคำขอโทษผู้เสียหาย ส่วนกรณีมีผู้ถูกร้องว่า ประพฤติ ผิด จริยธรรม สภาจะแจ้งไปยังต้นสังกัด เพื่อดำเนินการลงโทษ แล้วแจ้งผลให้สภาทราบ โดยเร็ว ในการนี้ สภาอาจเผยแพร่คำวินิจฉัยต่อสาธารณได้ ปัจจุบัน( 2543) สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ ได้ดำเนินการตามเจตนารมณ์ทุกประการ แม้จะมีอุปสรรคอยู่บ้าง ก็พยายามอย่างดีที่สุด เพื่อจรรโลงสังคม และเป็นแบบอย่างที่ดี ของการประกอบวิชาชีพ ส่วนที่ตั้งหรือที่ทำการอยู่ในบริเวณเดียวกันกับมูลนิธิอิศรา อมันตกุล คือ เลขที่ 538/1 ถนนสมเสน เขตดุสิต กรุงเทพฯ(ตรงกันข้ามกับโรงพยาบาลวชิระ) (HOME) (จริยธรรมคนข่าว) (บ.ก.ธรรมดา)
|