|













|
ประวัติศาสตร์และการเมืองการปกครองของชาติไทย
ประวัติศาสตร์ฉบับย่อและเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของไทย
หลักฐานเดิม
ประวัติศาสตร์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาตามยุคสมัย การเมืองการปกครองก็เช่นกัน
อาศัยแค่หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง เรามีบันทึกเรื่องราวของไทยตั้งแต่สมัยช่วง พ.ศ.1800
แต่ก่อนหน้านั้นไม่มีหลักฐานอื่น นอกจากวิเคราะห์และเชื่อตามพงศาวดารจีน ที่บันทึกถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่คาดกันว่า
จะเป็นกลุ่มเชื้อสายไทในอาณาจักรอ้ายลาวอันได้แก่ นครลุง นครปา เงี้ยว เพงายทั้งหลาย
ที่ถูกจีนเข้ายึดครองจนแตกออกมาตั้งแผ่นดินเป็นอาณาจักรน่านเจ้า ก่อนจะถูกกุ๊บไลข่านยาตราทัพเข้าโจมตีแตกอีกครั้งหนึ่ง
แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดของไทยชี้ชัดได้ชัดเจนว่า ชาวไทยในปัจจุบันนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มที่อพยพลงมาจากตอนใต้ของจีน
เพราะปัจจุบันยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาษาอยู่ในตระกูลไทอาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินจีนอยู่ตามปกติ
นักประวัติศาสตร์ปัจจุบันไม่ยอมรับความเห็นเดิม ๆ ที่ว่าอาณาจักรไทยเริ่มจากอ้ายลาวไทยมุง เพงาย น่านเจ้า ในแผ่นดินใหญ่แล้ว
และได้เริ่มนับประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัย อาณาจักรสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนมาถึงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน
นักวิชาการฝรั่งบางคนก็สันนิษฐาน(เดา)ว่า ชาวไทยอาจจะเป็นกลุ่มที่อพยพมาจากฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย
เพราะน่าจะเป็นกลุ่มทางพันธุกรรมกลุ่มเดียวมากกว่ากลุ่มจีนหรือมงโกล
แนวคิดใหม่
ปัจจุบันมีทฤษฏีใหม่สันนิษฐาน(เดา)ว่า กลุ่มชาติพันธุ์ของไทอยู่บริเวณนี้มาแต่ใหนแต่ไรแล้ว อาจจะมีการอพยพโยกย้ายไปมาบ้าง
แต่ทั้งหมดก็ยังอยู่บริเวณนี้จนในที่สุดก็รวมตัวเป็นกลุ่มเป็นชาติได้
ตามความเห็นของผมเองผมก็เชื่อว่า คนไทก็อยู่แถวนี้มาตั้งแต่ดั้งเดิมแล้ว เพราะปัจจุบันยังมีกลุ่มคนเชื้อสายไท
กระจัดกระจายอยู่ทั่วตอนใต้ของจีน บางส่วนของพม่า อยู่ในลาว ประเทศไทย เวียดนามตอนบน และในรัฐอัสสัมของอินเดีย
หากยึดตามหลักที่ยอมรับกันในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ชาติไทยเริ่มต้นในสมัยอาณาจักรสุโขทัย
สุโขทัย
จากหลักฐานที่บันทึกไว้ในหลักศิลาจารึกทำให้ทราบได้ว่า กรุงสุโขทัย เริ่มต้นจากปฐมกษัตรย์ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์
สมัยสุโขทัย ยุคของอาณาจักรสุโขทัย มีกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี มีการปกครองแบบ "พ่อปกครองลูก"
มีการค้นพบหลักศิลาจารึกด้วยอักษรลายสือไท ทำให้สันนิษฐานกันว่าพ่อขุนรามคำแหง เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น
แต่ก็มีการถกเถียงกันในวงกว้างว่าลายสือไทอาจจะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเป็นร้อยปีก็ได้
ทั้งยังมีการถกเถียงกันในปัจจุบันระหว่างกลุ่มนักวิชาการต่าง ๆ ว่าศิลาจารึกดังกล่าวไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหง
ก็คงต้องปล่อยให้เขาถกเถียงกันต่อไป เพราะเวลาผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ยากจะพิสูจน์
อยุธยา
ยุคถัดมาสมัยอยุธยา กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
มีกษัตริย์เป็นประมุขสูงสุด ถือว่ากษัตริย์เป็นองค์สมมุติเทพ
สมัยอยุธยาถือว่าเป็นยุคที่มีสีสันและเรื่องราวหลากหลายเกิดขึ้นในแผ่นดิน
จนสามารถเอามาสร้างเป็นหนังได้นับร้อย ๆ เรื่อง
ในยุคสมัยนี้กรุงศรีอยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าถึงสองครั้ง
ครั้งแรกได้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชของแผ่นดินกลับคืนมา
ครั้งที่สอง เดือนเมษายน พ.ศ. 2310 กรุงแตกจนเกินเยียวยา พม่ามาปล้นฆ่าเผาเมืองและลอกเอาทองไป
จนเหลือเพียงแค่ซากราชธานี กรุงศรีอยุธยาสิ้นแล้ว...
ธนบุรี
พระยาตากได้กอบกู้เอกราชคืนมาและได้ตั้งราชธานีใหม่ ณ กรุงธนบุรี
รัตนโกสินทร์ ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์
พ.ศ. 2325 พระยาจักรี ปราบดาภิเศกขึ้นครองราชเป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์จักรีในปัจจุบัน
ยังคงปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์
รัตนโกสินทร์ ยุคประชาธิปไตย(หรือเปล่า?)
พ.ศ. 2475 กลุ่มอดีตนักศึกษาหัวนอกที่ไปร่ำเรียนมาจากต่างประเทศ แล้วหลงใหลได้ปลื้มกับวัฒนธรรมต่างชาติ
ที่เรียกตนเองว่า "คณะราษฏร์" ได้เข้าทำการปฏิวัติยึดอำนาจ และเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นระบอบใหม่
เรียกว่าประชาธิปไตยโดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายสูงสุด แต่ยังคงมีพระมหากษัตริย์ปกครองภายใต้กฏหมายรัฐธรรมนูญ
ว่าด้วยประชาธิปไตยในเมืองไทย
ความจริงแล้วประชาธิปไตยในยุคแรกเริ่มเป็นแต่เพียงชื่อเรียกว่าประชาธิปไตย
รูปแบบการดำเนินการจริง ๆ ก็ยังหาเป็นประชาธิปไตยไม่
เพราะประชาชนเองก็ยังไม่มีความพร้อมความรู้ความเข้าใจ แม้แต่กลุ่มผู้ปกครองเองในยุคนั้นก็ยังไม่เข้าใจโดยถ่องแท้
มีการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย แม้แต่ช่วงหนึ่งที่เป็นการปกครองแบบเผด็จการทหาร
แต่ก็ยังเรียกให้สวยหรูว่านั่นคือประชาธิปไตย ความจริงแล้วประเทศไทยเองก็ยังไม่พร้อมกับระบอบนี้ซักเท่าใหร่
ประเทศอื่นที่เปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตย เพราะประชาชนถูกกดขี่ข่มเหง
แต่แผ่นดินไทยประชาชนก็อยู่สุขดีอยู่แล้ว ภายใต้พระบรมโพธิสมภาณ ก็ดันทะลึ่งอยากปฏิวัติกัน
เพียงแค่ความเห่อของนอกของเด็กหัวนอกกลุ่มหนึ่งเท่านั้นทำให้ประเทศชาติ ต้องมีการสูญเสียอย่างไม่อาจจะประเมินค่าได้
ประชาธิปไตยอันยังไม่ควรแก่เวลา ค่อย ๆ ปรับและเปลี่ยนท่ามกลางความทุกข์ร้อนและเจ็บปวดของประชาชนมากขึ้นเรื่อย ๆ
มีวิวัฒนาการมาพร้อมกับการบาดเจ็บล้มตายของผู้ที่ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยจริง ๆ มาหลายชีวิต
จึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมาสู่ระบอบระบบอย่างในปัจจุบันนี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้เต็มปากเต็มคำ
จริงหรือว่านี่คือประชาธิปไตย กลับไปถามชาวบ้านหรือประชาชนส่วนใหญ่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งกันดูได้
ว่า อะไรคือประชาธิปไตย หน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญคืออะไร เลือกตั้งกันทำไม
หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรคืออะไร ตอบกันได้ถึง 40 เปอร์เซนต์ของผู้มีสิทธิ์หรือไม่
ตามความคิดเห็นของผม การเปลี่ยนแปลงการปกครองในครั้งนั้นเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง
ความจริงก็เห็น ๆ กันอยู่แล้วว่าฝรั่งเองก็ไม่ได้ฉลาดเก่งไปเสียหมดทุกเรื่อง
หลายเรื่องที่ออกจะโง่และงี่เง่าก็มีให้เห็น ๆ กัน ระบอบต่าง ๆ ที่คนเอเซียเห็นตามฝรั่งแล้วทำตามกันมา
ก็มีอยู่สองสาย คือหนึ่ง ประชาธิปไตย และระบบสังคมนิยม
ระบอบการปกครองแบบหลังก็ส่อแววแล้วว่าจะล้มลงอย่างไม่เป็นท่า ประเทศในระบบคอมมิวนิสต์หลายประเทศ
ทยอยเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองมาให้เป็นแบบประชาธิปไตย สหภาพโซเวียตที่ยิ่งใหญ่ก็มีอันต้องล่มสลาย
แตกออกเป็นประเทศย่อยหลาย ๆ ประเทศ แต่นั่นก็เพราะการถูกแทรกแซงและโจมตีจากภายใน
จีนที่เป็นประเทศคอมมิวนิสต์เช่นกันกลับยังอยู่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าระบบนี้จะอยู่ได้นานแค่ใหน
เพราะทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความฝันเฟื่องของผู้ชายที่ชื่อ "คาร์ล มาร์ก" เท่านั้น
จีนตระหนักดีถึงความจริงข้อนี้ จึงได้ปรับเปลี่ยนระบบการปกครองนี้ให้เข้ากับวัฒนธรรมของตัวเอง
จนเกิดเป็นสังคมนิยมรูปแบบจีนขึ้นมา ทั้งยังปรับเปลี่ยนการปกครองบางส่วนให้เป็นระบอบทุนนิยม
มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น การรู้จักยืดหยุ่นนี้เองที่ทำให้จีนยังยืนหยัดอยู่ได้
เมืองไทยเราเองก็เช่นกัน การที่เห็นดีเห็นงามไปเอาอย่างตะวันตกไปทุกอย่าง แต่ทำได้ไม่เหมือนเขา
ปัญหามันจึงเกิดอย่างที่เห็น การไม่รู้จักปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมของตนเอง
เอาจุดแข็งของทั้งสองส่วนมาใช้ จึงอ่อนปวกเปียกกันไปหมด
ก็ได้แต่หวังว่าซักวันเมืองไทยจะสร้างระบบระบอบของตัวเองที่เหมาะสมกับประเทศชาติและวัฒนธรรมของตัวเอง
ก่อนที่จะทรุดลงตามกันไปเหมือนหลาย ๆ ประเทศ ถ้าประเทศไทยมีจุดยืนของตัวเอง
เราจะมีจุดแข็งพอที่เราจะยืนหยัดต่อไปในสังคมโลกได้ แล้วประวัติศาสตร์ไทยจะมีสืบต่อไปอีกยาวนาน
ประเทศชาติจะก้าวไปทางใหน คนไทยต้องช่วยกัน
ขอพลังจงอยู่กับผืนแผ่นดินไทย
|
|
|
|
|
|