โลโก้นะเนี่ย
Special Column
 Home
 X-Files Series
 Photo Gallely
 Lyric
 Joke
 MultiLinks
 Jkong Guest Book
บทความพิเศษ
 เกริ่นนำ
 มาทำเว็บกันเถอะ
 ชวนกันอ่านหนังสือ
 คุยเฟื่องเรื่องหนัง
 เรื่องราวของประเทศไทย
 ธรรมะเพื่อชีวิต
About Me
JK's Story
JK's Guan
JK's Society
JK's Diary
JK 's Chatroom
ขอบคุณครับ














ประวัติศาสตร์และการเมืองการปกครองของชาติไทย

ประวัติศาสตร์ฉบับย่อและเรื่องราวเกี่ยวกับการเมืองการปกครองของไทย

หลักฐานเดิม
ประวัติศาสตร์ไทยมีการเปลี่ยนแปลงเรื่อยมาตามยุคสมัย การเมืองการปกครองก็เช่นกัน
อาศัยแค่หลักศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหง เรามีบันทึกเรื่องราวของไทยตั้งแต่สมัยช่วง พ.ศ.1800
แต่ก่อนหน้านั้นไม่มีหลักฐานอื่น นอกจากวิเคราะห์และเชื่อตามพงศาวดารจีน ที่บันทึกถึงกลุ่มชาติพันธุ์ที่คาดกันว่า
จะเป็นกลุ่มเชื้อสายไทในอาณาจักรอ้ายลาวอันได้แก่ นครลุง นครปา เงี้ยว เพงายทั้งหลาย 
ที่ถูกจีนเข้ายึดครองจนแตกออกมาตั้งแผ่นดินเป็นอาณาจักรน่านเจ้า ก่อนจะถูกกุ๊บไลข่านยาตราทัพเข้าโจมตีแตกอีกครั้งหนึ่ง 
แต่ก็ไม่มีหลักฐานใดของไทยชี้ชัดได้ชัดเจนว่า ชาวไทยในปัจจุบันนี้เป็นกลุ่มเดียวกันกับกลุ่มที่อพยพลงมาจากตอนใต้ของจีน 
เพราะปัจจุบันยังมีกลุ่มชาติพันธุ์ที่มีภาษาอยู่ในตระกูลไทอาศัยอยู่ในผืนแผ่นดินจีนอยู่ตามปกติ

นักประวัติศาสตร์ปัจจุบันไม่ยอมรับความเห็นเดิม ๆ ที่ว่าอาณาจักรไทยเริ่มจากอ้ายลาวไทยมุง เพงาย น่านเจ้า ในแผ่นดินใหญ่แล้ว 
และได้เริ่มนับประวัติศาสตร์ไทยตั้งแต่สมัย อาณาจักรสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี จนมาถึงรัตนโกสินทร์ในปัจจุบัน

นักวิชาการฝรั่งบางคนก็สันนิษฐาน(เดา)ว่า ชาวไทยอาจจะเป็นกลุ่มที่อพยพมาจากฟิลิปปินส์หรืออินโดนีเซีย
เพราะน่าจะเป็นกลุ่มทางพันธุกรรมกลุ่มเดียวมากกว่ากลุ่มจีนหรือมงโกล

แนวคิดใหม่
ปัจจุบันมีทฤษฏีใหม่สันนิษฐาน(เดา)ว่า กลุ่มชาติพันธุ์ของไทอยู่บริเวณนี้มาแต่ใหนแต่ไรแล้ว อาจจะมีการอพยพโยกย้ายไปมาบ้าง
แต่ทั้งหมดก็ยังอยู่บริเวณนี้จนในที่สุดก็รวมตัวเป็นกลุ่มเป็นชาติได้ 

ตามความเห็นของผมเองผมก็เชื่อว่า คนไทก็อยู่แถวนี้มาตั้งแต่ดั้งเดิมแล้ว เพราะปัจจุบันยังมีกลุ่มคนเชื้อสายไท 
กระจัดกระจายอยู่ทั่วตอนใต้ของจีน บางส่วนของพม่า อยู่ในลาว ประเทศไทย เวียดนามตอนบน และในรัฐอัสสัมของอินเดีย

หากยึดตามหลักที่ยอมรับกันในปัจจุบัน ประวัติศาสตร์ชาติไทยเริ่มต้นในสมัยอาณาจักรสุโขทัย

สุโขทัย
จากหลักฐานที่บันทึกไว้ในหลักศิลาจารึกทำให้ทราบได้ว่า กรุงสุโขทัย เริ่มต้นจากปฐมกษัตรย์ พ่อขุนศรีอินทราทิตย์ 
สมัยสุโขทัย ยุคของอาณาจักรสุโขทัย มีกรุงสุโขทัยเป็นราชธานี มีการปกครองแบบ "พ่อปกครองลูก" 
มีการค้นพบหลักศิลาจารึกด้วยอักษรลายสือไท ทำให้สันนิษฐานกันว่าพ่อขุนรามคำแหง เป็นผู้ประดิษฐ์คิดค้นขึ้น 
แต่ก็มีการถกเถียงกันในวงกว้างว่าลายสือไทอาจจะเกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเป็นร้อยปีก็ได้ 
ทั้งยังมีการถกเถียงกันในปัจจุบันระหว่างกลุ่มนักวิชาการต่าง ๆ ว่าศิลาจารึกดังกล่าวไม่ได้ถูกสร้างขึ้นในสมัยพ่อขุนรามคำแหง
ก็คงต้องปล่อยให้เขาถกเถียงกันต่อไป เพราะเวลาผ่านมาหลายร้อยปีแล้ว ยากจะพิสูจน์

อยุธยา
ยุคถัดมาสมัยอยุธยา กรุงศรีอยุธยาเป็นราชธานี ปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 
มีกษัตริย์เป็นประมุขสูงสุด ถือว่ากษัตริย์เป็นองค์สมมุติเทพ

สมัยอยุธยาถือว่าเป็นยุคที่มีสีสันและเรื่องราวหลากหลายเกิดขึ้นในแผ่นดิน
จนสามารถเอามาสร้างเป็นหนังได้นับร้อย ๆ เรื่อง 
ในยุคสมัยนี้กรุงศรีอยุธยาตกเป็นเมืองขึ้นของพม่าถึงสองครั้ง 
ครั้งแรกได้สมเด็จพระนเรศวรมหาราชทรงกอบกู้เอกราชของแผ่นดินกลับคืนมา
ครั้งที่สอง เดือนเมษายน พ.ศ. 2310 กรุงแตกจนเกินเยียวยา พม่ามาปล้นฆ่าเผาเมืองและลอกเอาทองไป
จนเหลือเพียงแค่ซากราชธานี กรุงศรีอยุธยาสิ้นแล้ว...

ธนบุรี
พระยาตากได้กอบกู้เอกราชคืนมาและได้ตั้งราชธานีใหม่ ณ กรุงธนบุรี 

รัตนโกสินทร์ ยุคสมบูรณาญาสิทธิราชย์
พ.ศ. 2325 พระยาจักรี ปราบดาภิเศกขึ้นครองราชเป็นปฐมกษัตริย์ราชวงศ์จักรีในปัจจุบัน
ยังคงปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์ 

รัตนโกสินทร์ ยุคประชาธิปไตย(หรือเปล่า?)
พ.ศ. 2475 กลุ่มอดีตนักศึกษาหัวนอกที่ไปร่ำเรียนมาจากต่างประเทศ แล้วหลงใหลได้ปลื้มกับวัฒนธรรมต่างชาติ 
ที่เรียกตนเองว่า "คณะราษฏร์" ได้เข้าทำการปฏิวัติยึดอำนาจ และเปลี่ยนระบอบการปกครองมาเป็นระบอบใหม่
เรียกว่าประชาธิปไตยโดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฏหมายสูงสุด แต่ยังคงมีพระมหากษัตริย์ปกครองภายใต้กฏหมายรัฐธรรมนูญ

ว่าด้วยประชาธิปไตยในเมืองไทย
ความจริงแล้วประชาธิปไตยในยุคแรกเริ่มเป็นแต่เพียงชื่อเรียกว่าประชาธิปไตย
รูปแบบการดำเนินการจริง ๆ ก็ยังหาเป็นประชาธิปไตยไม่ 
เพราะประชาชนเองก็ยังไม่มีความพร้อมความรู้ความเข้าใจ  แม้แต่กลุ่มผู้ปกครองเองในยุคนั้นก็ยังไม่เข้าใจโดยถ่องแท้
มีการเปลี่ยนแปลงมาเรื่อย แม้แต่ช่วงหนึ่งที่เป็นการปกครองแบบเผด็จการทหาร 
แต่ก็ยังเรียกให้สวยหรูว่านั่นคือประชาธิปไตย ความจริงแล้วประเทศไทยเองก็ยังไม่พร้อมกับระบอบนี้ซักเท่าใหร่
ประเทศอื่นที่เปลี่ยนแปลงเป็นระบอบประชาธิปไตย เพราะประชาชนถูกกดขี่ข่มเหง
แต่แผ่นดินไทยประชาชนก็อยู่สุขดีอยู่แล้ว ภายใต้พระบรมโพธิสมภาณ ก็ดันทะลึ่งอยากปฏิวัติกัน

เพียงแค่ความเห่อของนอกของเด็กหัวนอกกลุ่มหนึ่งเท่านั้นทำให้ประเทศชาติ ต้องมีการสูญเสียอย่างไม่อาจจะประเมินค่าได้
ประชาธิปไตยอันยังไม่ควรแก่เวลา ค่อย ๆ ปรับและเปลี่ยนท่ามกลางความทุกข์ร้อนและเจ็บปวดของประชาชนมากขึ้นเรื่อย ๆ 
มีวิวัฒนาการมาพร้อมกับการบาดเจ็บล้มตายของผู้ที่ต้องการเรียกร้องประชาธิปไตยจริง ๆ มาหลายชีวิต
จึงค่อย ๆ เปลี่ยนแปลงมาสู่ระบอบระบบอย่างในปัจจุบันนี้ แต่ถึงกระนั้นก็ยังไม่สามารถเรียกว่าเป็นประชาธิปไตยได้เต็มปากเต็มคำ

จริงหรือว่านี่คือประชาธิปไตย กลับไปถามชาวบ้านหรือประชาชนส่วนใหญ่ที่มีสิทธิ์เลือกตั้งกันดูได้
ว่า อะไรคือประชาธิปไตย หน้าที่ของประชาชนตามรัฐธรรมนูญคืออะไร เลือกตั้งกันทำไม
หน้าที่ของสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรคืออะไร ตอบกันได้ถึง 40 เปอร์เซนต์ของผู้มีสิทธิ์หรือไม่

ตามความคิดเห็นของผม การเปลี่ยนแปลงการปกครองในครั้งนั้นเป็นความผิดพลาดอย่างร้ายแรง
ความจริงก็เห็น ๆ กันอยู่แล้วว่าฝรั่งเองก็ไม่ได้ฉลาดเก่งไปเสียหมดทุกเรื่อง
หลายเรื่องที่ออกจะโง่และงี่เง่าก็มีให้เห็น ๆ กัน ระบอบต่าง ๆ ที่คนเอเซียเห็นตามฝรั่งแล้วทำตามกันมา
ก็มีอยู่สองสาย คือหนึ่ง ประชาธิปไตย และระบบสังคมนิยม
ระบอบการปกครองแบบหลังก็ส่อแววแล้วว่าจะล้มลงอย่างไม่เป็นท่า ประเทศในระบบคอมมิวนิสต์หลายประเทศ
ทยอยเปลี่ยนแปลงระบบการปกครองมาให้เป็นแบบประชาธิปไตย สหภาพโซเวียตที่ยิ่งใหญ่ก็มีอันต้องล่มสลาย 
แตกออกเป็นประเทศย่อยหลาย ๆ ประเทศ แต่นั่นก็เพราะการถูกแทรกแซงและโจมตีจากภายใน 
จีนที่เป็นประเทศคอมมิวนิสต์เช่นกันกลับยังอยู่ได้ แต่ก็ไม่แน่ว่าระบบนี้จะอยู่ได้นานแค่ใหน 
เพราะทั้งหมดนั้นเป็นเพียงความฝันเฟื่องของผู้ชายที่ชื่อ "คาร์ล มาร์ก" เท่านั้น 
จีนตระหนักดีถึงความจริงข้อนี้ จึงได้ปรับเปลี่ยนระบบการปกครองนี้ให้เข้ากับวัฒนธรรมของตัวเอง 
จนเกิดเป็นสังคมนิยมรูปแบบจีนขึ้นมา ทั้งยังปรับเปลี่ยนการปกครองบางส่วนให้เป็นระบอบทุนนิยม 
มีการจัดตั้งเขตเศรษฐกิจพิเศษขึ้น การรู้จักยืดหยุ่นนี้เองที่ทำให้จีนยังยืนหยัดอยู่ได้ 

เมืองไทยเราเองก็เช่นกัน การที่เห็นดีเห็นงามไปเอาอย่างตะวันตกไปทุกอย่าง แต่ทำได้ไม่เหมือนเขา 
ปัญหามันจึงเกิดอย่างที่เห็น การไม่รู้จักปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัฒนธรรมของตนเอง
เอาจุดแข็งของทั้งสองส่วนมาใช้ จึงอ่อนปวกเปียกกันไปหมด 

ก็ได้แต่หวังว่าซักวันเมืองไทยจะสร้างระบบระบอบของตัวเองที่เหมาะสมกับประเทศชาติและวัฒนธรรมของตัวเอง
ก่อนที่จะทรุดลงตามกันไปเหมือนหลาย ๆ ประเทศ ถ้าประเทศไทยมีจุดยืนของตัวเอง
เราจะมีจุดแข็งพอที่เราจะยืนหยัดต่อไปในสังคมโลกได้ แล้วประวัติศาสตร์ไทยจะมีสืบต่อไปอีกยาวนาน

ประเทศชาติจะก้าวไปทางใหน คนไทยต้องช่วยกัน
ขอพลังจงอยู่กับผืนแผ่นดินไทย



เว็บคุณมุก Thaidet - นายพี นายอ๋อง เจนี่คลับ - ลุงนู้น นายเก๋าดอทคอม - นายเก๋าเพื่อนอ๋อง Blue Cafe .เว็บน้องโหน่ง .เว็บน้องโอ๋ ซักวันพวกเขาคงกลับมา ซีเอ็ดยูเคชั่น แมคโดนัลด์ R&D Computer System ชาวอโศก Expert2You.com Website for Thai Buddhists and future genaerations Plawan Browser

แถมท้ายด้วยโรงเรียนเก่าครับ กาฬสินธุ์พิทยาสัย กมลาไสย สถาบันเทคโนโลยีราชมงคล วิทยาเขตกาฬสินธุ์

1