โลโก้นะเนี่ย
Special Column
มุมธรรมะ
ปริศนาจักรวาล
มุมหนังสือ
หัวเราะต่ออายุ
ภาพยนตร์
ดนตรี - เพลง
เกมส์ - กีฬา
ท่องโลกภาษา
เมืองไทยน่ารู้
คันปากอยากวิจารณ์
อัดอั้นตันใจ
สรรหามาฝาก
คาบข่าวมาเล่าต่อ
ชวนกันสรรค์สร้างเว็บ
มันมากับเมล์
Photo Gallely
รวมลิงค์
กระดานสนทนา
สมุดเยี่ยม
About Me
JK's Story
JK's Guan
JK's Society
JK's Diary
JK 's Chatroom
ขอบคุณครับ





ธรรมวิภาค
ธรรมะพื้นฐานที่ชาวพุทธควรรู้ โดย JK! หมัดมั่ว

ทั้งหมดนี้เป็นธรรมวิภาคที่นักธรรมตรีหรือนักศึกษาธรรมศึกษาตรีต้องศึกษา มีหัวข้อพิเศษเพิ่มเติมที่ไม่ได้อยู่ในธรรมวิภาคเพิ่มเติมพิเศษให้ชั่วคราว เพราะยังไม่มีคอลัมน์เกี่ยวกับเรื่องพวกนั้นโดยเฉพาะ แต่ก็เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาพุทธศาสตร์ ต่อไปเมื่อจะอธิบายเกี่ยวกับหัวข้อธรรมเหล่านั้นแยกไปเป็นอีกหัวข้อต่างหากในอนาคต ฉักกะ (หมวด ๖) คารวะ ๖ ๑. พระพุทธ ๒. พระธรรม ๓. พระสงฆ์ ๔. ความศึกษา ๕. ความไม่ประมาท ๖. ปฏิสันถาร อายตนภายใน ๖ ๑. ตา ๒. หู ๓. จมูก ๔. ลิ้น ๕. กาย ๖. ใจ อายตนภายนอก ๖ ๑. รูป ๒. เสียง ๓. กลิ่น ๔. รส ๕. โผฎฐัพพะ ๖. ธรรมารมณ์ วิญญาณ ๖ ๑. จักขุวิญญาณ เกิดโดยอาศัยรูปกระทบตา ๒. โสตวิญญาณ เกิดโดยอาศัยเสียงกระทบหู ๓. ฆานวิญญาณ เกิดโดยอาศัยกลิ่นกระทบจมูก ๔. ชิวหาวิญญาณ เกิดโดยอาศัยรสกระทบลิ้น ๕. กายวิญญาณ เกิดโดยอาศัยโผฎฐัพพะกระทบกาย ๖. มโนวิญญาณ เกิดโดยอาศัยธรรมเกิดกับใจ ผัสสะ ๖ ๑. จักขุสัมผัส ๒. โสตสัมผัส ๓. ฆานสัมผัส ๔. ชิวหาสัมผัส ๕. กายสัมผัส ๖. มโนสัมผัส เวทนา ๖ ๑. จักขุสัมผัสสชาเวทนา ๒. โสตสัมผัสสชาเวทนา ๓. ฆานสัมผัสสชาเวทนา ๔. ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา ๕. กายสัมผัสสชาเวทนา ๖. มโนสัมผัสสชาเวทนา ธาตุ ๖ ๑. ปฐวีธาตุ ธาตุดิน ๒. อาโปธาตุ ธาตุน้ำ ๓. เตโชธาตุ ธาตุไฟ ๔. วาโยธาตุ ธาตุลม ๕. อากาศธาตุ ความว่างในความเต็ม ๖. วิญญาณธาตุ ธาตุรู้ ตัวรู้ ความรับรู้ต่าง ๆ สัตตกะ (หมวด ๗) อปริหานิยธรรม ๗ (ธรรมไม่เป็นที่ตั้งแห่งความเสื่อมเป็นไปเพื่อความเจริญฝ่ายเดียว) ๑. หมั่นประชุมกันเนืองนิตย์ ๒. ประชุมกันโดยพร้อมเพรียง เมื่อเลิกประชุมก็โดยพร้อมเพียง และพร้อมเพรียงกันช่วยทำกิจที่สงฆ์จะต้องทำ ๓. ไม่บํญญัติสิ่งที่พระพุทธเจ้าไม่บัญญัติขึ้น ไม่ถอนสิ่งที่พระพุทธเจ้าทรงบัญญัติไว้แล้ว      สมาทานศึกษาอยู่ในสิกขาบท ตามที่พระองค์ทรงบัญญัติไว้ ๔. ภิกษุเหล่าใดเป็นผู้ใหญ่ประธานในสงฆ์ เคารพนับถือภิกษุนั้น เชื่อฟังถ้อยคำท่าน ๕. ไม่ลุอำนาจแก่ความอยากที่เกิดขึ้น ๖. ยินดีในเสนาสนะป่า ๗. ตั้งใจอยู่ว่าเพื่อนภิกษุสามเณรซึ่งเป็นผู้มีศีล ที่ยังไม่มาสู่อาวาสขอให้มา ที่มาแล้วขอให้อยุ่เป็นสุขๆ อริยทรัพย์ ๗ ทรัพย์ของอริยะชน หรือทรัพย์ของผู้เจริญแล้ว สิ่งประเสริฐที่ควรจะมีประจำสันดาน ๑. สัทธา ความเชื่อ ๒. สีล รักษาความเป็นปกติของกาย วาจา ใจ ๓. หิริ ความละอายต่อบาป ๔. โอตตัปปะ ความเกรงกลัวต่อบาป ๕. พาหุสัจจะ ความรู้มาก เรียนมามาก ศึกษามามาก ๖. จาคะ สละปันสิ่งของ ๆ ตน แก่ผู้ที่ควรรับ ๗. ปัญญา ความรอบรู้แยกแยะสิ่งดีชั่ว สิ่งมีประโยชน์และไม่มีประโยชน์ สิ่งอันเป็นสาระ และไม่มีสาระ สัปปุริสธรรม ๗ ๑. ธัมมัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักธรรม(เหตุ) รุ้ว่าสิ่งใดเป็นเหตุให้เกิดปัจจัยใด ๆ สิ่งใดเป็นเหตุให้เกิดทุกข์ สิ่งใดเป็นเหตุให้เกิดสุข ๒. อัตถัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักอรรถ(ผล) รู้ว่าด้วยเหตุอันนี้ จะเกิดผลอันนี้ รู้ว่าด้วยเหตุนี้จะเกิดทุกข์ ด้วยเหตุนี้จะเกิดสุข ๓. อัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักตน ๔. มัตตัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประมาณตนในการบริโภค ๕. กาลัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักกาลเวลาอันควร รู้จักกระทำกิจต่างๆ ในการอันควร ๖. ปริสัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักประชุมชนและกิริยาที่จะต้องประพฤติต่อประชุมชน ๗. ปุคคลปโรปรัญญุตา ความเป็นผู้รู้จักเลือกบุคคลว่า ผู้นี้เป็นคนดีควรคบ ผู้นี้เป็นคนไม่ดี ไม่ควรคบ โพชฌงค์ ๗ ๑. สติ ความระลึกได้ ๒. ธัมมวิจยะ ความสอดส่องธรรม ๓. วิริยะ ความเพียร ๔. ปิติ ความอิ่มใจ ๕. ปัสสัทธิ ความสงบใจและอารมณ์ ๖. สมาธิ ความตั้งใจมั่น ๗. อุเบกขา ความวางเฉย หน้าถัดไป หมวด ๘ - หมวด ๙ หากมีเวลาว่างจะมาทำการอธิบายหลักธรรมเหล่านี้โดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง แต่คงทำได้เพียงแค่คร่าว ๆ เท่าที่คนศึกษาและปฏิบัติธรรมมาเพียงยี่สิบปีจะทำได้เท่านั้น หากต้องการศึกษาเพิ่มเติมควรศึกษาจาก บรรพชิตผู้สละโลกครองผ้ากาสาวพัตรถือธรรมเป็นสรณะแทน


1