ปีที่ 2 ฉบับที่ 809 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 เดือนกันยายน พ.ศ. 2542 |
ขอต้อนรับท่านอธิบดีกรมการศาสนาคนใหม่ ไพบูลย์ เสียงก้อง ที่ก้าวขึ้นมาจากปลัดกระทรวงศึกษาธิการ
ฉะนั้นข่าวครึกโครมที่สื่อมวลชนพากันแห่เสนอกันอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะเรื่องการใช้เงินซื้อตำแหน่งเก้าอี้ อธิบดีกรมการศาสนากับนักการเมือง จึงเป็นเรื่องเหลวไหลเท่านั้น
มาณพ พลไพรินทร์ ข้าราชการระดับสูง ซี 9 ยังคงต้องรอลุ้นในเร็ววันนี้ เพราะการโยกย้ายข้าราชการระดับ 9 กรมการศาสนา ยังมาไม่ถึง
ผมไม่อยากจะพูดถึง มาณพ สักเท่าไหร่ เพราะว่าที่ผ่านมา ช่วง 2-3 เดือน ก็พูดมามากพอแล้ว พูดจนหลายคนได้รู้จักคุณมาณพ กันทุกซอกทุกมุมแล้ว
บทบาทที่สำคัญจนเป็นที่รู้จักของคนทั่วไป ไม่ใช่เพราะคอลัมน์ของผมที่เขียนถึงอยู่บ่อยครั้ง แต่เป็นเพราะบทบาทของมาณพเองต่างหาก
โดยเฉพาะบทบาทการขันอาสา
ปกป้อง พระพุทธศาสนา ด้วยการฟ้องนิคหกรรมพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (พระธัมมชโย)
คงต้องเฝ้ารอกันต่อไปนะครับว่า นิคหกรรมของมาณพจะสามารถกลับมาปลุกผี ในวงการพระพุทธศาสนาได้อีกหรือไม่
หรือเจ้าตัวอาจจะเหน็ดเหนื่อย
เกินกว่าที่จะตะกายดาว
ถอดใจเอาเสียดื้อๆ ก็เป็นไปได้
อันที่จริงตำแหน่งผู้ชำนาญการพิเศษด้านกฎหมาย ก็สามารถทำนุบำรุงพระพุทธศาสนาได้มากโขอยู่แล้ว พระสงฆ์องค์เจ้าทั่วประเทศ ต่างก็รู้จักมาณพ พลไพรินทร์ กันทั่วประเทศ
ไม่เห็นมีความจำเป็นต้องดิ้นรนออกแรงอะไร
สำคัญอยู่แต่ว่า อำนาจเดิมที่มีอยู่ จักรักษาไว้ได้เพียงใดเท่านั้น?
พูดถึงท่านอธิบดีคนใหม่ดีกว่า
สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล รมต์ศึกษาธิการ ออกมาการันตีว่า เป็นผู้ที่มีความสามารถ เหมาะที่สุดในห้วงเวลานี้ เพราะเป็นมือกฎหมาย สอดรับกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะเรื่องวัดพระธรรมกาย
ส่วนพิภพ กาญจนะ ที่กลายเป็นอดีตอธิบดีไปแล้ว
ผู้ที่เป็น รมต.อ้างว่า ไม่ทราบว่ามีเหตุผลอะไร จึงคิดสละตำแหน่งอธิบดี ที่หลายคนอยากจะนั่งเก้าอี้สำคัญตัวนี้
เหตุผลที่ พิภพ สละตำแหน่งหรือครับ บ้างก็บอกว่า แก่แล้ว คงอยากจะปลีกหนีจากเรื่องที่วุ่นวาย ไม่รู้จับจนสิ้น บ้างก็บอกว่า มีแต่ลูกน้องคอยจ้องเลื่อยขาเก้าอี้ และบ้างก็บอกมาว่า ทำงานไม่เข้าตาท่าน รมต. ประนีประนอมสูง สรุปเอาตรงที่ว่า ถูกพิษการเมืองเล่นงานจนงอมพระราม
ทำไมผมจึงเห็นว่า ตำแหน่งอธิบดีกรมการศาสนา เป็นตำแหน่งสำคัญ
จะไม่ให้สำคัญได้ไงล่ะครับ ก็เพราะว่า ตำแหน่งนี้จะเป็นเลขาฯ คณะกรรมการมหาเถรสมาคม ซึ่งกำลังมีปัญหาภายในพอสมควร
แต่ก็เชื่อว่า ไม่ใช่ปัญหาความร้าวฉานที่รุนแรงเหมือนอย่างที่สามัญชนพึงมีทิฏฐิมานะต่อกัน เพราะพระท่านมีพระธรรมวินัย มีธรรมะ คอยชี้นำทางอยู่แล้ว
สำคัญแต่ฆราวาสหัวดำเราเนี่ยแหละ ที่มักจะเข้าไปก้าวก่ายการทำงานของพระเถระจนเกินงามไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง
นักข่าวก็ช่างทำงานรวดเร็วทันใจ สมเป็นนักข่าวยุคโลกาภิวัตน์เสียนี่กระไร
พลันที่คณะรัฐมนตรีผ่านความเห็นชอบแต่งตั้งข้าราชการกรมการศาสนา
ก็พากันวิ่งกรูเอาไมค์ไปจ่อปากอธิบดีคนใหม่เสียแล้ว โดยไม่มีใครคิดถึงคนที่ชื่อ พิภพ กาญจนะ อีกต่อไป
ไพบูลย์ เสียงก้อง ก็ออกมารับลูกทันทีว่า ไม่รู้สึกหนักใจกับการรับตำแหน่งใหม่ โดยเฉพาะกรณีธรรมกาย พร้อมแสดงความเชื่อมั่นว่า จะสามารถเข้ามาแก้ไขปัญหาให้ดีที่สุด
และ เชื่อว่า จะได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่าย
นักข่าวสาวน้อยสาวใหญ่ไม่รอช้าที่จะยิงคำถาม อย่างวัยรุ่นใจร้อน เจาะลึกไปถึงเรื่องความเห็นที่แตกต่างในคณะกรรมการมหาเถรสมาคม และก็โยงมาที่เรื่องวัดพระธรรมกาย อีกคำรบหนึ่ง
อธิบดีคนใหม่ก็พูดจาฉะฉานตอบกลับไปว่า...
....."การทำงานในรูปของคณะบุคคล หรือคณะกรรมการมหาเถรสมาคมนั้น มีพระผู้ใหญ่ทั้งนั้น เมื่อผมร่วมประชุม เมื่อท่านมีมติออกมาอย่างไร ก็ต้องดำเนินการไปตามนั้น กรมการศาสนาก็ต้องรับไปปฏิบัติให้เกิดผล เพื่อยุติความวุ่นวาย..."
ผมขอปรบมือต้อนรับท่านอธิบดีคนใหม่ ด้วยจิตคารวะ เพราะสิ่งที่ท่านพูดออกมานั้น เป็นเรื่องที่ถูกต้องชอบธรรมที่สุดแล้ว
และขอให้รักษาคำพูดของท่าน ด้วยการปฏิบัติหน้าที่ อธิบดีกรมการศาสนา และเลขาฯ มส. ให้ถึงที่สุด
อย่าให้อำนาจมืดบอดที่ไหน ทำลายความตั้งใจอันดีงามของท่าน เพราะการเปิดตัวของท่าน ทำให้ผมมีแต่เรื่อง สาธุ... สาธุ....
โซตัส