ปีที่ 2 ฉบับที่ 809 ประจำวันพฤหัสบดีที่ 30 เดือนกันยายน พ.ศ. 2542 |
โต๊ะประชมมหาเถรสมาคมล้ม ยังไม่สามารถหาข้อยุติกรณีคฤหัสถ์ฟ้องพระได้หรือไม่ จนต้องเลื่อนประชุมออกไปในนัดหน้า ขณะที่กรมการศาสนา สบช่อง
ดึงฆราวาสหัวดำ ล้วงย่ามพระ ระบุจะนำมือกฎหมายเข้าร่วมประชุมมส. ด้านกรรมาธิการการศาสนาฯ โดดป้องพระธรรมปิฎก ลั่นขบวนการดิสเครดิตปราชญ์แห่งพุทธ พร้อมจัดเสวนาโต้กลับ ด้านประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกายระบุ สื่อบิดเบือนไม่เลิก เสนอข่าวรีสอร์ท "มุกแก้ว" เท็จล้วนๆ
ความคืบหน้ากรณีคฤหัสถ์ จะเป็นโจทก์ฟ้องพระได้หรือไม่ ภายหลังจากที่พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ในฐานะผู้พิจารณาชั้นต้น วินิจฉัยว่า คฤหัสถ์ไม่สามารถฟ้องพระ ล่าสุด นายสุทธิวงศ์ ตันตยาพิศาลสุทธิ รองอธิบดีกรมการศาสนา กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เมื่อวันที่ 29 ก.ย.ว่า
ที่ประชุมได้มีความเห็น
หลากหลาย จนไม่สามารถลงมติได้ ดังนั้น เพื่อความรอบคอบและเป็นบรรทัดฐานต่อไป จึงมีมติให้กรมการศาสนา ทำหนังสือขอความร่วมมือไปยังรัฐบาล
เพื่อจัดส่งผู้เชี่ยวชาญ
ฝ่ายกฏหมายมาประชุมร่วมกับ
ผู้เชี่ยวชาญฝ่ายกฎหมายของมส. ที่เป็นฆราวาส มาร่วมประชุมกันเป็นวาระพิเศษ
นอกจากนี้ รองอธิบดีกรมการศาสนา ยังกล่าวด้วยว่า ยังกล่าวด้วยว่า ที่ประชุมมส. ได้มีการพิจารณาแต่งตั้งสมณศักดิ์ ระดับพระครูชั้นสัญญาบัตร ทั้งฝ่ายมหานิกาย
และฝ่าย ธรรมยุต ขณะเดียวกัน ยังพิจารณาสมณศักดิ์ เป็นกรณีพิเศษ เนื่องในวโรกาสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเจริญพระชนมพรรษา ครบ 6 รอบ จึงมีการเลื่อนสมณศักดิ์ เป็นกรณีพิเศษ ให้กับพระฝ่ายธรรมยุต รวม 73 รูป แบ่งเป็นชั้นธรรม 4 รูป ชั้นเทพ 8 รูป ชั้นราช 16 รูป และชั้นสามัญ 45 รูป
ทางด้าน นายอำนวย สุวรรณคีรี ส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ หนึ่งในคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ พร้อมด้วย นายกุเทพ ใสกระจ่าง โฆษกคณะกรรมาธิการการศาสนาฯ
ร่วมแถลง
ผลการประชุมกรมการศาสนา กรณีมีการยื่นญัตติด่วน การฟ้องนิคหกรรมพระธรรมปิฎก ด้วยข้อหาที่รุนแรง ว่านำคำสอนของศาสนาอื่นมาปลอมปนในหนังสือพุทธธรรม
โดย คณะ กรรมาธิการฯ ได้เชิญข้าราชการที่เกี่ยวข้องมาหารือ โดยในวันที่ 30 ก.ย.นี้ ขอให้สื่อมวลชน ช่วยประชาสัมพันธ์ ถึงการเสวนา เรื่อง ใครทำลายพระพุทธศาสนา ที่
อาคาร รัฐสภาด้วย
จากนั้น นายกุเทพ ใสกระจ่าง แถลงว่า ที่ประชุมได้มีการพิจารณาญัตติที่มีการกล่าวหาพระธรรมปิฎก โดยมีเอกสารเผยแพร่ ออกไปอย่างกว้างขวาง ซึ่งเป็นสิ่งพิมพ์ที่ไม่มีที่ไปที่มา ขณะเดียวกัน ได้เชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจง อาทิ สำนักข่าวกรอง และสภาความมั่นคงแห่งชาติ รวมทั้งเลขาธิการนายกฯ สรุปตรงกันว่า
ผู้ที่ออกเอกสารโจมตี
พระธรรมปิฎก คือ บุคคลที่ใกล้ชิดกับวัดพระธรรมกาย เพื่อทำลายความน่าเชื่อถือของพระธรรมปิฎก วัดพระธรรมกาย ใช้เงินออกมาเคลื่อนไหว
เอกสารบางส่วน
ที่อ้างถึงบุคคล ชื่อว่า ดร.เบญจ์ บาระกุล ก็ไม่มีตัวตน เป็นการอ้างถึงหลักวิชาการสร้างภาพ เพื่อความน่าเชื่อถือเท่านั้น
"ขณะนี้ นายกฯ ชวน หลีกภัย ได้ลงมาดูแลเรื่องนี้ อย่างใกล้ชิด เอาจริงเอาจัง จนรู้ว่า ใครเป็นผู้ออกเอกสารโจมตีพระธรรมปิฎก สร้างความสับสนในวงการพุทธศาสนา
ซึ่งจะมีการ
สอบสวนและติดตามกันต่อไป" นายกุเทพกล่าว พร้อมกับแสดงความเห็นว่า มีกลุ่มลูกศิษย์ที่คอยเก็บเกี่ยวผลประโยชน์ จากวัดพระธรรมกาย จนลืมหน้าที่ปกป้องพระพุทธศาสนา
วันเดียวกันนี้ นายไพบูลย์ เสียงก้อง อธิบดีกรมการศาสนาคนใหม่ พร้อมคณะผู้บริหารของกระทรวงศึกษาธิการ ระดับสูง ที่เพิ่งได้รบการแต่งตั้ง ได้เดินทางไปยังบ้านจรัญสนิทวงศ์ เพื่อขอคำแนะนำแนวทางการทำงานงาน ต่อนายบรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทย
โอกาสนี้ นายบรรหาร ได้กำชับ นายไพบูลย์ อธิบดีกรมการศาสนาคนใหม่ว่า ขอให้ดูแลกรมการศาสนาให้ดี รวมทั้งให้แก้ไขปัญหาวัดพระธรรมกาย โดยยึดกฎหมายเป็นหลัก
ขอให้
ทำงานอย่างรอบคอบและถูกต้อง ควรมีการประสานงานกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ หากมีปัญหาเกิดขึ้น ก็ต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย
น.ส.ชุลีพร ช่วงรังษี ประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกาย กล่าวถึงข่าวที่ปรากฏทางหน้าหนังสือพิมพ์บางฉบับว่า วัดพระธรรมกายนำเงินไปสร้างรีสอร์ทไว้พักผ่อนริมชายทะเล จ.ตราด ตนขอชี้แจงว่า ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง เป็นการสร้างเรื่องขึ้นมาทั้งสิ้น ผู้เสนอข่าวควรมีจรรยาบรรณ
ไม่ควรเขียนโจมตี
ชักนำคนอ่าน ให้หลงเชื่อ
โดยปราศจากข้อแท้จริง ในความเป็นจริงแล้ว รีสอร์ท "มุกแก้ว" ที่สื่อมวลชนอ้างถึง เป็นของเอกชน ซึ่งมีหลักฐานยืนยันชัดเจน สามารถตรวจสอบได้
แต่นักข่าวเหมือนแกล้งไม่ยอมรับรู้ ทั้งนี้ เจ้าของบริษัทมุกแก้ว มีความศรัทธาในวัดพระธรรมกาย เห็นว่า เป็นสถานที่ซึ่งมีความเงียบสงบอากาศดี น่าจะใช้เป็นที่พักผ่อน
และ ปฏิบัติธรรมได้ดี จึงอนุญาตให้ "กัลยาณมิตร" ใช้เป็นสถานที่อบรมธรรมะได้ในบางครั้ง
"ไม่เข้าใจว่า ทำไมต้องกุเรื่องว่า มีห้องใต้ดิน มีความลึกลับ ทั้งๆ ที่รีสอร์ทดังกล่าว มีแค่บนพื้นดินเท่านั้น " ประชาสัมพันธ์วัดพระธรรมกายกล่าว และยังกล่าวอีกว่า
ในการเข้าไปใช้
สถานที่แต่ละครั้ง เจ้าหน้าที่ของวัด จะแบ่ง "กัลยาณมิตร" ออกเป็นอาคาร สำหรับ บุรุษ-สตรี อย่างเด็ดขาด แยกกันพักอย่างชัดเจน และเป็นระเบียบที่เราปฏิบัติเสมอมา
แต่ละครั้ง ก็มีผู้เดินทางไปเป็นจำนวนมาก ทางวัดจะไม่ยอมให้เกิดเรื่องไม่ดีขึ้นเป็นอันขาด รวมถึงข้อกล่าวหาพระมีพฤติกรรมไม่สำรวม และอื่นๆ อีกมากมาย
ล้วนแต่เป็น เรื่อง
โกหกทั้งสิ้น จึงเป็นเรื่องน่าเศร้าที่สื่อมวลชน ลงข่าวคลาดเคลื่อน เพียงเพื่อความสะใจ และอยากเอาชนะ" น.ส.ชุลีพร กล่าว
การเขียนข่าวโดยไม่รับผิดชอบ นอกจากจะสร้างความเสียหาย ให้กับวัดพระธรรมกายแล้ว เจ้าของ "มุกแก้ว" ต้องขาดรายได้จากคนมาพักไปด้วย
ได้รับการดูหมิ่นเกลียดชัง
จาก คนที่อ่านข่าว หากเป็นในต่างประเทศ จะต้องฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายอย่างแน่นอน นอกจากนี้ การลงข่าวโดยถือความสะใจเป็นที่ตั้ง ยังทำลายพระพุทธศาสนา โดยตรงอีกด้วย
น.ส.ชุลีพร กล่าวต่ออีกว่า ในการไปปฏิบัติธรรม แต่ละครั้ง เป็นไปด้วยความสงบเรียบร้อย มีการสอนสมาธิเป็นต้น ซึ่งต่างจากการเข้าพักของกลุ่มคนทั่วไป ที่จะต้องตั้งวงดื่มสุรา และร้องเพลงส่งเสียงดัง