ปีที่ 2 ฉบับที่ 784 ประจำวันอาทิตย์ที่ 5 เดือนกันยายน พ.ศ. 2542

วิวาทะ

ถึงเวลาที่ผู้กล้าจะออกมาช่วยกัน ปัดกวาดกรมการศาสนา?

สูงสุดคืนสู่สามัญ เกิดดับ ดับเกิด เวียนว่ายกันอยู่อย่างนี้ สรรพสิ่งเวียนว่ายกันอยู่อย่างนี้ พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ทรงเห็นเหตุแห่งทุกข์ และทรงค้นพบวิธีแห่งการดับทุกข์

อริยสัจ 4 ทุกข์ สมุทัย นิโรธ มรรค ที่พระพุทธองค์ประกาศ เป็นสัจธรรมอันยิ่งใหญ่

เหตุไฉนมนุษย์ผู้ได้ชื่อว่าสัตว์ประเสริฐ ไม่นำพากับความจริงอันยิ่งแท้เที่ยงเล่า

มียศ เสื่อมยศ มีอำนา เสื่อมอำนาจ ไม่มีสิ่งใดแท้เที่ยง สรรพสิ่งล้วนไม่ใช่ตัวตน ไม่อาจทนอยู่ได้ ต้องแปรเปลี่ยนไปไม่ช้าก็เร็ว

สัพพธัมมา อนัตตา

ธรรมทั้งหลายเป็นอนัตตา ไม่เที่ยง เป็นอนัจจัง เป็นทุกขัง มีสภาพเป็นทุกข์ ทนอยู่ไม่ได้นั่นเอง

พระองค์จึงประกาศธรรม เพื่อนำพาสัตว์โลกพ้นจากอำนาจแห่งไตรลักษณ์ อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา

ศีล ปัญญา และสมาธิ เท่านั้น ที่จะเป็นยานพาหนะ นำพาสัตว์โลกพ้นจากบ่วงกรรมนั้น

อันมีเป้าหมายสูงสุดคือ พระนิพพาน

นิพพานัง ปรมัง สุขัง

นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง มีสภาพไม่แปรเปลี่ยน เที่ยงแท้

แต่ไยมนุษย์จึงปีนป่ายหาแต่กิเลส ตัณหา ชนิดที่โง่งมยิ่งกว่าสัตว์ร่วมโลกหลายเผ่าพันธุ์

คนที่มีอำนาจก็อยากจะมีอำนาจยิ่งๆ ขึ้น จนไม่รู้จักประมาณ ซ้ำได้อำนาจมาแล้ว กลับรักษาอำนาจนั้นไม่ได้ และก็ทำใจไม่ได้ที่รู้ว่าจะต้องสูญเสียอำนาจนั้นไป เพราะยัง หมายมั่นแต่งปั้นเอา "อำนาจ" เป็นมหาสมบัติของตนเอง

จนลืมไปว่า…สูงสุดคืนสามัญคืออะไร จนลืมไปว่า ได้ลาภ เสื่อมลาภ ได้ยศ เสื่อมยศ

คนที่เป็นข้าราชการระดับสูง อยู่ในกรม ในกระทรวง ก็อยากจะปีนป่ายผลักดันตนเองขึ้นไปเป็นผู้กุมอำนาจสูงสุดในกรม ในกระทรวงนั้นๆ

เป็นรองอธิบดี ก็อยากจะนั่งเก้าอี้สูงใหญ่ที่สุดของกรม ก็คืออธิบดีกรม

หากการได้มาซึ่งยศ ลาภ สรรเสริญ นั้นมากจากพฤติกรรมอันชอบ ก็ถือเป็นรางวัลสำหรับผู้ประพฤติปฏิบัติดี

ทางกลับกัน หากอำนาจ ลาภ ยศ สรรเสริญนั้น ได้มาซึ่งพฤติกรรมอันฉ้อฉล ที่เหล่าบรรดาข้าราชการประจำ ข้าราชการการเมือง "กังฉิน" ปฏิบัติจนเป็นสันดาน และถือเป็น เรื่องปกติธรรมดา

ประเทศนั้นก็มีแต่ความฉิบหาย!

และอย่าคิดว่า อำนาจที่ได้มาจากกลโกง ความฉ้อฉลของข้าราชการกังฉินผู้นั้น จะเอื้ออำนวยความสุขกาย สุขใจ ให้กับเหล่านั้นได้ดั่งใจปรารถนา

แม้ความดีจะตอบแทนผู้ที่ทำความดีช้า

จนบางครั้งหลายคนพูดติดปากว่า..

ทำดีได้ดีมีที่ไหน ทำชั่วได้ดีมีถมไป

"วิญญูชน" ทั้งหลายพึงสำเนียกเถิดว่า

ความคิดดังกล่าว เป็นการแสดงความเห็นของพวก "มิจฉาทิฏฐิ"

และจงร่วมมือร่วมใจกันล้างทำลายค่านิยมที่เป็นปฏิปักษ์ ต่อคำสอนของพระสัมมาสัมพุทธเจ้า

ผมเศร้าใจจริงๆ ครับ ที่ได้รับรู้ และเห็นถึงความกระสัน ตัณหา อยากของข้าราชกาในกรมการศาสนา ที่อยากจะขึ้นเป็นใหญ่ในกรมการศาสนา

ถึงขั้นลากพระภิกษุสงฆ์มาแปดเปื้อน ด้วยกลโกงร้อยเล่มเกวียน

บางคนถูกตั้งฉายาว่า "งูเหลือม" เที่ยวเลื้อยเพ่นพ่านกัดกินผลประโยชน์จากพระพุทธศาสนา ท้าทายนรก ท้าทายสวรรค์

ผมจึงอยากเตือนคนในกรมศาสนาที่มีพฤติกรรมโลดโผนโจนทะยาน มีความอยากหรือตัณหาเป็นเรือนรองกาย ด้วยพุทธวจนะที่ว่า…..

ตัณหาย ชายเต โสโก

ตัณหาย ชายเต ภยัง

ตัณหาย วิปปมุตตัสสะ

นัตถิ โสโก กุโต ภยัง ฯ216ฯ

อันมีความหมายว่า "…..ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีโศก ที่ใดมีความทะยานอยาก ที่นั่นมีภัย เมื่อไม่มีความทะยานอยากเสียแล้ว โศก ภัย ก็ไม่มี…."

ผู้ชำนาญการทั้งหลายจะแสดงหา โศก ภัย มาเป็นเครื่องร้อยรัดใจ ให้เศร้าหมอง ทุกข์กาย ทุกข์ใจไปทำไม

ท่านรัฐมนตรี สมศักดิ์ ปริศนานันทกุล อย่าเพิ่งแอ่นอกรับรองความดีของมนุษย์ โดยที่ยังไม่ได้ศึกษาที่มาที่ไปของบุคคลนั้น

ผมเตือนท่านด้วยความหวังดี…

ในฐานะที่เพิ่งขึ้นมาเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสมัยแรก บนถนนการเมือง

การการันตีความดีของบุคคล เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินกว่าที่จะออกมาปกป้องเพื่อรักษาความดีของบุคคล เป็นเรื่องละเอียดอ่อนเกินกว่า ที่จะออกมาปกป้อง เพื่อรักษา เสถียรภาพ ของรัฐบาล ผิดๆ ถูกๆ ก็ช่วยกันไว้ก่อน ตะแบงเข้าไว้ เดี๋ยวค่อยไปเคลียร์กันในที่ลับ สภาฯ เป็นที่รโหฐาน ผิดก็ต้องช่วยกันกลบ ชั่วก็ต้องช่วยกันชม

ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ จะเอาพฤติกรรมของนักการเมืองผู้เจนจัด มาใช้ไม่เลือกเวล่ำเวลาไม่ได้

ผมยังยืนยันว่า คนในกรมการศาสนาหากินกับศาสนา จนร่ำรวย มีเงินฝากในบัญชีธนาคารนับร้อยล้าน

ควรที่ท่านรัฐหนุ่มน้อยผู้นี้ จะใช้ความกล้าหาญ กระชากหน้ากากไอ้วายร้ายมารศาสนา และทีมงานของมันให้ปรากฏต่อสังคมโดยเร็ว

ก่อนที่ไอ้เวรตะไลจะอาศัยน้ำเงิน ที่ได้มาจากพฤติกรรมฉ้อฉล เล่นแร่แปรธาตุในดงขมิ้นจนร่ำรวยผิดปกติ กลับขึ้นมาเป็นใหญ่แผ่บารมีอัปรีย์ปกคลุมข้าราชการน้อยใหญ่

เรื่องอย่างนี้ เป็นหน้าที่ของรัฐมนตรี ที่จะต้องแสวงหา ตรวจสอบเอาใจใส่ หากคิดว่าใหญ่เกินกว่าที่อำนาจรัฐมนตรีจะเข้าไป "ล้วงลูก" ตามแบบถนัดของท่าน บรรหาร ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยแล้วล่ะก็

ผมแนะนำให้ท่านรัฐมนตรีสมศักดิ์ ขอข้อมูลจากปปช. ช่วยเป็นหูเป็นตา ตรวจสอบข้าราชการโกงบ้านกินเมืองอีกแรง หากมีใจรักพระพุทธศาสนาจริง ไม่ใช่เรื่องเสียหายอะไร เลยที่จะตรวจสอบ

หากพูดถึงเรื่องพระพุทธศาสนาอันเป็นสถาบันหลักของชาติ 1 ใน 3 สถาบันแล้ว

ผมก็อดไม่ได้ ที่จะพูดถึงพระภิกษุสงฆ์ และสามเณร ที่รู้เห็นพฤติกรรมของโจรในคราบนักบุญ แสดงความกล้าหาญ ช่วยกันกระชากหน้ากากซาตานอีกแรง ก่อนที่พระพุทธ ศาสนา ของเราจะถูกลูกศิษย์เทวทัตปล้นล้างทำลายไปมากกว่านี้

โซตัส

[หน้าหลัก] [หน้า1][วิวาทะ][สหัสวรรษ][พิเศษ]

1