ปีที่ 2 ฉบับที่ 746 ประจำวันศุกร์ที่ 30 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542

สหัสวรรษที่ 3

รุ่งอรุณแห่งสันติภาพของโลก อะเมซิ่งไทยแลนด์ยุคถิ่นกาขาว

เรื่องชื่อเสียงเกียรติคุณของเมืองไทยในต่างประเทศ ถ้าใครได้มีโอกาสเดินทางต่างประเทศบ่อยๆ ก็จะรู้ดีว่า อันที่จริงชาวโลก เขามีความรู้ เรื่องเมืองไทยน้อยมาก ยิ่งถ้าไปประเทศแถบตะวันตก ไม่ว่าจะเป็นอเมริกา ยุโรป หรืออัฟริกา ที่ห่างไกลจากบ้านเรา

เพราะถ้าเขาจะรู้จัก ก็มักจะรู้จักประเทศเราในทางที่ไม่ดี และก็จำแม่น เช่น เรื่องเป็นดินแดนแห่งเซ็กส์ เพราะเขาจะจำเรื่อง พัฒน์พงษ์กับ พัทยา หรือถ้าเขาจะพูดความจริง ก็เรื่องสามเหลี่ยมทองคำ หรืออีกนัยหนึ่งคือ ดินแดนแห่งยาเสพติด

สรุปแล้วที่เขาจำได้มีแต่เรื่องไม่ดีทั้งนั้น

ดีกว่านั้นนิดหนึ่งก็คือ บางคนเคยเห็นรูปสวยๆ ของวัดพระแก้ว ตลาดน้ำ รำไทย มวยไทย สิ่งเหล่านี้เป็นความภาคภูมิใจเก่าๆ ที่บรรพบุรุษ ของเรา สร้างเอาไว้ให้เรา ใช้เป็นจุดดึงดูดใจ นักท่องเที่ยว จนทุกวันนี้

ถ้าจะถามว่า วันนี้คนไทยในยุคนี้ได้สร้างอะไรใหม่ๆ ไว้บ้าง ที่จะทำให้ชาวโลกเขาทึ่งในความสามารถ ในความยิ่งใหญ่ของคนไทย เอาไว้ ให้ลูกหลานในอนาคตได้ภูมิใจบ้าง เอาไว้เป็นจุดที่จะดึงดูด นักท่องเที่ยวจากทั่วโลกบ้าง

ไม่มีเลย ท่านผู้อ่านลองนึกดูซิว่า มีอะไรบ้าง

นอกจากวัดพระแก้ว วัดอรุณ วัดเบญจมบพิตร วัดโพธิ์ สุโขทัย อยุธยา พระบรมมหาราชวัง ซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ที่บรรพบุรุษของ เรา สร้างไว้จนกลายเป็น ปูชนียวัตถุ ที่ไม่เพียงแต่ให้เราเคารพกราบไหว้ แต่ยังทรงคุณค่าด้วยความงดงาม น่าตื่นตาตื่นใจ ที่ชาวต่างประเทศ ใหลหลง

นอกจากที่กล่าวมานี้ เราหยุดสร้างสิ่งก่อสร้างระดับโลกมาแล้วกี่สิบปี

เราคงไม่ต้องหวังรัฐบาลที่จะสนใจและมีเวลาคิดเรื่องนี้ เพราะแค่เอาตัวรอดให้เป็นรัฐบาลครบปีก็แทบแย่อยู่แล้ว ยิ่งในภาวะเศรษฐกิจ อย่างนี้ ใครพูดเรื่องนี้ทุกคนก็จะหัวเราะเยอะ เย้ยหยัน

เพราะยุคนี้เป็นยุคแห่งการเย้ยหยัน การใส่ร้ายป้ายสี การมองคนในแง่ร้าย ระบาดหนักที่สุด แม้ในระดับชาติก็มิได้เว้นกันแต่ละวัน

ก็เห็นใจท่านเถอะ เพราะกว่าจะได้เป็นรัฐบาลมันยากแสนยาก พอได้เป็นแล้วจะรักษาไว้มันยากเสียยิ่งกว่า

เห็นใจครับ เห็นใจ

แต่ไม่คิดมองการณ์ไกลนี่น่ะไม่ว่าหรอก แต่การเป็นผู้ใหญ่ในบ้านเมือง แต่ปิดหูปิดตา ไม่รู้ความเป็นไปของบ้านเมืองตัวเอง ได้แต่นั่งอ่าน รายงาน ในห้องแอร์ อ่านข่าวจากหนังสือพิมพ์ ไม่ยอมโผล่หน้ามาดูความจริง เหตุการณ์จริง อันนี้ซิจะว่า แปลกก็แปลก

มิหนำซ้ำ ณ วันนี้ คนไทยเป็นแสนคนมานั่งสมาธิ เป็นภาพที่ฝรั่งเขาตะลึง ขนาดเป็นช่างภาพระดับโลก เขายังพูดว่า ไม่เคยเห็นภาพอย่างนี้ มาก่อนในชีวิต ถ้าเป็นก็เป็นภาพ เหตุการณ์ร้ายแรง ของบ้านเมือง เช่น เหตุการณ์ 14 ตุลาคม และพฤษภาทมิฬ ในเมืองไทย

ส่วนที่ว่า มีคนมาชุมนุมกันถือศีล อย่างสงบเรียบร้อย ก็เห็นภาพความยิ่งใหญ่ของ ชาวมุสลิมที่เมกกะ ปีละหน แต่ใครที่ไม่ใช่มุสลิม เขาก็ไม่ให้เข้าไปดูด้วยตา

ถ้าจะถามว่า มีคนไทยที่เคยเห็น ภาพคนนั่งสมาธิเป็นแสน ที่วัดพระธรรมกาย กี่คนเคยเห็นด้วยตาตนเองบ้าง ผมคิดว่า นอกจากชาว ธรรมกาย แล้ว สำหรับบุคคลภายนอก ถือว่าน้อยมาก เพราะนอกจาก ข่าวหนังสือพิมพ์ จะไม่ยอมลงแล้ว แม้ผู้ใหญ่ในบ้านเมือง ก็ปิดหูปิดตา ไม่กล้ามาดู กลัวว่า ดูแล้วจะลำเอียง

พระผู้ใหญ่ในเมืองไทย แม้ท่านจะมีใจเมตตา แต่ท่านก็คงไม่กล้ามาดูเช่นเดียวกัน เพราะเกรงข้อครหาเดียวกันนี่แหละ

เพราะตอนนี้สื่อมวลชนส่วนหนึ่ง กำลังสร้างตราบาป สร้างภาพลบ เพื่อกลบความยิ่งใหญ่ของชาวพุทธ ที่กำลังจะเผยแพร่ไปทั่วโลก โดยมี ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองส่วนหนึ่ง ยอมปิดหูปิดตาตัดสิน ตัดสินใจ ตามกระแสสื่อครับ สิบปากว่าไม่เท่าตาเห็น และสิบตาเห็น ก็ไม่เท่าได้สัมผัส บรรยากาศจริง

แต่สิ่งที่สะท้อนใจ ทำให้ผมฉุกคิดก็คือ คำพูดของชาวต่างประเทศทุกคน กี่คนกี่คนก็จะพูดเสียงเดียวกันว่า ภาพที่เขาเห็นนี้ ทำให้เขาขนลุก ไม่เชื่อว่า พลังศรัทธาของคนไทย ที่มีต่อพุทธศาสนา จะยิ่งใหญ่ถึงขนาดนี้

เมื่อวานซืนนี้ คือวันเข้าพรรษา และก็มีประเพณีปฏิบัติธรรมของชาวพุทธปกติ ทั่วประเทศ ก็มีพิธีบูชาพระรัตนตรัยเหมือนกันหมด ที่วัดพระธรรมกายก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่มีกำหนดการพิเศษคือ การฉลองบ้านกัลยาณมิตรทั่วประเทศ ทั่วโลก ซึ่งตอนนี้ทะลุเป้า หนึ่งหมื่นหลัง ไปแล้ว

เพราะฉะนั้น จึงไม่ต้องแปลกใจที่มีสาธุชนเนืองแน่นเต็มสภาธรรมกาย ซึ่งจุได้เฉพาะชั้นบนหนึ่งแสนคน ยิ่งตอนบ่ายชาววัด ก็ยิ่งหลั่งไหล มาเพิ่มเติม เพื่อไปชิตังเมกัน ที่มหาธรรมกายเจดีย์

ผมเห็นชาวต่างประเทศ เขาเดินไหลไปกับ กระแสชาววัด เมื่อตอนเคลื่อนขบวน ไปธรรมกายเจดีย์ เขายืนถ่ายภาพ จนหมดม้วนแล้ว ม้วนเล่า ภาพสาธุชนธรรมดา ชาวบ้าน เด็กๆ ในชุดขาวยิ้มแย้มแจ่มใส ภาพแห่งน้ำใจไมตรีต่อกัน ช่วยเหลือกัน

เขาบอกว่า นี่ละคือภาพข่าวที่แท้ ภาพชีวิตจริงของคนไทยยุคใหม่ ที่ต้องนำไปเสนอต่อข่าวโลกให้ได้รู้ได้เห็นว่า บัดนี้ ชาวพุทธในเมืองไทย ส่วนหนึ่ง กำลังสวนกระแสวิกฤตศีลธรรมของโลก การมารวมกัน นั่งสมาธินับแสน และสร้างสถาปัตยกรรม อันสวยงามแปลกตา มีพระพุทธรูป หนึ่งล้านองค์ และด้วยวัสดุที่สถาพร กว่าหนึ่งพันปี นี่มิใช่เรื่องธรรมดา

พรุ่งนี้ต่อครับ

"กาขาว" (แทน)

[หน้าหลัก] [หน้า1][วิวาทะ][เจาะคน][สหัสวรรษ]

1