ปีที่ 2 ฉบับที่ 730 ประจำวันพุธที่ 14 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2542

ปุจฉา วิสัชนา

8 กรกฎาคม 2542

เรียน คุณทิด ที่นับถือ

กระผมกะว่าจะไม่เขียนมารบกวนหน้ากระดาษของคุณทิด เพื่อว่าจะได้มีเวลา อ่านข้อคิดเห็นจาก เพื่อน สมาชิกของพิมพ์ไทย ที่ได้มีโอกาสตีพิมพ์ ในลีลาอรรถรสต่างๆ ซึ่งแต่ละคน มีประสบการณ์ ในจิตสามัญสำนึก ที่ผ่านๆ มา ตามที่ผมได้อ่านข้อความ แต่ละบุคคล มีข้อความ ละม้ายคล้ายคลึงกัน ซึ่งมันไม่ผิดแผก แตกต่างจาก ในห้วงของ ความรู้สึกของผม แต่ก็รู้ตัวเองดีว่า ความสามารถ ในด้านการเขียน ไม่ค่อยประสีประสา อะไรเลย หวั่นเกรงว่า ถ้อยคารมคมคาย มันไม่สุนทรีย์พจน์ เท่านั้นแหละครับ.. จึงมิบังอาจ…

แต่ ณ วันนี้ และจุดนี้ ทำไมผมจึงอหังการ มาขออนุญาต รบกวนเนื้อที่ของ คุณทิด (เนื้อที่คอลัมน์นะ) แน่นอน ครับ ตัวผมก็เป็นปุถุชน คนหนึ่ง ย่อมมีตัณหาเกิดขึ้น เป็นของธรรมดา แต่ตัณหาของผมนั้น คือความอยาก ในแง่กุศลกรรม ที่เกิดขึ้นจาก ความบริสุทธิ์ทางใจ หรือจะเรียกอีกนัยหนึ่งว่า เจตนาดีก็ไม่ผิด นี่แหละ มันเป็นแรง บันดาลให้ผมทนไม่ไหว จึงกระโดดขึ้นสู่สังเวียน คุณคิด แม้นชีพชีวาวาย เพื่อ "ธรรมกาย" บ่อเสียดายดอกเอย

ตัวผมขอยืนยันว่า อันที่จริงศาสนา มิได้เสื่อม ตามกระแสบางสื่อที่โจษจันกันมา ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา มักจะเป็นข่าวเกรียวกราว ในหน้าหนังสือพิมพ์ อันที่จริงศาสนาบริสุทธิ์อยู่แล้ว เปรียบเสมือนโลกของเรา มันสะอาด สะอ้าน แต่ใครล่ะ มันทำให้โลก มีความหมายตรงกันข้าม ผมจึงไม่ต้องเฉลย เพราะมันมีคำตอบ อยู่ในตัว เบ็ดเสร็จ และชัดเจนอยู่แล้ว

กรณีศาสนาก็เหมือนกัน คนในศาสนานี้แหละคือตัวแปรที่สำคัญ คนมันจิตเสื่อมไปเอง ชอบอ้างเป็นโน่น เป็นนี่ อำนาจอยู่ในมือกฎหมาย รองรับโดยอาศัยช่องโหว่ จะว่าใครจะด่าใครโดยไร้จิตสำนึก ทั้งๆ ที่รู้ แต่ก็ตะเบ็งว่า ตัวเองถูก พูดถูก ทำถูก และคิดถูก ที่แท้ก็หลงตัวเอง จนเป็นแกะดำในศาสนา

หยุดเถอะท่าน หันหน้ามาร่วมสัมพันธไมตรีต่อกันและกัน ซึ่งมันเป็นทางออกที่จะดีที่สุด อย่าเอาดีใส่ตัว เอาชั่วให้คนอื่น… สังคมมันฟอนเฟะอยู่แล้ว เรามาร่วมช่วยพัฒนา ในสิ่งที่ดีๆ มิได้เชียวหรือ?…. มิใช่สักแต่ว่า แหก ปาก ตะโกนด่า คนนั้นคนนี้ผิด… เชื่อไลน์แมนเถอะครับ เพราะปากผู้ตัดสิน กำลังอมนกอยู่ (นกหวีด) ครับ ขอร้อง เถอะครับ ท่านอย่าเป็นผู้ริเริ่ม ให้มีชนกลุ่มใหญ่ กลุ่มน้อย มันเป็นบาปทางใจครับท่าน รู้ไหมว่า ท่านกำลังสร้าง บาปให้แก่คน นับหมื่นนับแสนแล้ว… ปล่อยเขาเถอะ ความศรัทธาก็คือ ความเลื่อมใส ในสิ่งที่เขาเห็นว่า มันมี ความสุข ทั้งกายและวาจาใจ เพื่อจะได้ลดละ อบายมุข ซึ่งเป็นหนทาง แห่งความหายนะ แต่ทว่า ตอนนี้เขาทั้งหลาย ก็เป็นปุถุชน คนเดินดิน เหมือนกับท่าน นี่แหละ อย่าเข้าใจผิด

มันแปลกแต่จริง การสร้างข่าว ไม่ว่าจะเป็นทางโทรทัศน์ วิทยุ แม้กระทั่งสื่อมวลชน จากภาครัฐและเอกชน มักกุข่าว บิดเบือนต่อสาธารณชน ในกรณีออกมา เสนอข่าวแก่ ผู้ที่จะไปบำเพ็ญบุญ วัดพระธรรมกาย ระวังเหตุเกิด อันตราย จากกระสุนปืน และวัตถุระเบิด จากกลุ่มสาวก ของวัดฯ และกลุ่มต่อต้าน

ผมอยากทราบจริงๆ ว่า ทำไมจิตใจมันช่างอุบาทก์กันนัก โดยเฉพาะ ผู้กุมอำนาจ กินเงินเดือนจากภาษี ประชาชน ชอบสุมหัวกัน เมคข่าวใหญ่โตถึงขนาดนี้ ไม่ละอายแก่ใจบ้างหรือ แม้กระทั่ง คนที่เขาไปแสวงบุญ มันช่างตื้น เหลือเกิน แถมก็ยังจิตต่ำ.. หรือหน่วยงานของท่าน ไม่มีงานทำหรือไงครับ… ตามผมมาซิครับ ผมจะบอก ให้เอาบุญ โน้นแน่ะ โจรผู้ร้าย ลักเล็กขโมยน้อย ค้าของผิดกฎหมาย เกลื่อนกลาด ไปซิครับ ไปปราบมันเฮี้ยนไปเลย ประชาชน จะได้นอนตาหลับ หรือว่า ขาดเหลืออะไร ช่วยบอกพวกผมที แล้วจะอนุโมทนาสาธุ…ให้ และไม่ต้อง ห่วง วัดพระธรรมกาย เขาหรอก เพราะที่นี่ เขาสร้างคน ให้เป็นคนดี มิได้สร้างให้เป็นคนชั่ว ไม่เหมือนกับ คนใหญ่ คนโต ที่อ้างตัวเป็น ผู้พิทักษ์ศาสนาเข้าใจผิด

ผมได้ฟังข่าวและอ่านข่าวรู้สึกว่าหดหู่ใจเหลือเกิน ในเมื่อมุมมองของคนที่อ้างตัวว่า เป็นผู้ทรงเกียรติ แต่หารู้ไม่ การสั่งการ และบัญชาการของตน มันมิได้สร้างภาพพจน์ ที่สวยงามเลย หรือจะให้ประชาชน มีความคิด เห็น ต่อท่าน ใช้อำนาจผิดหรือถูก… เพราะตอนนี้ คนเขากำลังสงสัยอยู่ว่า ท่านมีส่วนได้ส่วนเสียหรืออย่างไร

ตราบใดคนในสังคมยังฟอนเฟะ และคนเห็นแก่ตัวอยู่เต็มบ้านเต็มเมือง เราจะเรียกหา ความเป็น ประชาธิปไตย ได้ที่ไหน อย่างดีก็แค่แผ่นกระดาษชิ้นเล็กๆ เท่านั้น ยังมองไม่เห็นเป็นรูปธรรมที่แท้จริงเลย

ครับคุณทิด ก่อนที่ผมจะยุติข้อคิดเห็นและข้อความที่กระท่อนกระแท่น แต่ก็พอมีสาระ ที่ระบายมาจาก ความรู้สึกที่จริง มิได้จินตนาการ และเสแสร้งเขียนขึ้น ต้องขอขอบพระคุณ และขออนุโมทนา หนังสือพิมพ์ไทย พร้อมเจ้าหน้าที่ทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าของคอลัมน์ ที่เป็นต้นแหล่งข่าว ให้ความเป็นธรรมต่อสังคม ผมพร้อมกับ เพื่อนกัลยาณมิตร ของวัดพระธรรมกาย ภายใต้การนำบุญ ของหลวงพ่อธัมมชโย ขอแสดง ความปรารถนาดี ต่อ หนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ภายใต้บุคลากรที่มีคุณภาพ มีจรรยาบรรณ อันงดงาม มีศีล สมาธิ ปัญญา ที่ชาญฉลาด ให้ สัมฤทธิผล ในหน้าที่การงาน ผลงาน การตลาดที่กว้างไกล จากปัจจุบัน ถึงอนาคตให้นานแสนนาน และขอให้รักษา อุดมการณ์ดุจเช่นนี้ ตลอดไปเทอญ

ขอแสดงความนับถือ

นายศุภชัย ยศไสวพงศ์พันธุ์


เรียน คุณไอ้ทิด และชาวพิมพ์ไทย ที่เคารพทุกท่าน

ดิฉันได้ติดตามข่าวคราว ของชาววัดพระธรรมกาย มาด้วยความรู้สึก ขอบพระคุณ ในความเป็นธรรม ที่ พิมพ์ไทย มีต่อพระเดชพระคุณ หลวงพ่อทั้งสอง และสาธุชนที่ไป วัดพระธรรมกาย ทุกท่าน รู้สึกว่า สำนึกนี้ ดิฉัน ไม่ควรเก็บไว้ในใจ จึงได้เขียนจดหมาย มาเป็นกำลังใจ ซึ่งกันและกัน (ทั้งชาวพิมพ์ไทย และชาววัดพระธรรมกาย)

อันที่จริงดิฉัน มิได้ต้องการแยกหมู่แยกพวกว่า ชาววัด ชาวบ้าน หรืออะไรก็ตาม แต่เป็นเพราะเรา ถูกสังคม เหยียดหยาม ในการตั้งใจทำความดี อย่างเจ็บปวด ทุกวันนี้ทุกๆ วันอาทิตย์ หลังกลับจาก การประกอบกิจวัตร บำเพ็ญทาน ศีล ภาวนา ที่วัด ดิฉันและครอบครัว มักจะแวะทานอาหารเย็น ระหว่างทางกลับบ้าน และมักจะถูก สายตาของคนไทย (ไม่เคยพบสายตาเช่นนี้ จากชาวต่างชาติเลยค่ะ) มองพวกเราที่แต่งชุดขาว บ้างครั้ง บนเสื้อ จะมี สัญลักษณ์ของ ธรรมกายเจดีย์บ้าง ชื่อทีมบ้าง ซึ่งทุกคนทราบว่า นี้คือ ชาววัดพระธรรมกาย เป็นสายตา ที่ดูถูก เหยียบหยาม และพากันกระซิบกระซาบ สลับกับการมอง ตั้งแต่หัวจรดเท้า ทำให้เราเกิดความรู้สึกว่า นี่หรือชาวไทย นี่หรือชาวพุทธที่บอกว่ามีน้ำใจ มีเมตตา มีปัญญา บางท่าน ดูลักษณะภายนอก เป็นเหมือน ผู้ได้รับการอบรม มีการ ศึกษาดี แต่กิริยาที่แสดงออก ช่างตรงกันข้าม

ดิฉันไม่โทษบุคคลเหล่านั้น หรอกค่ะ แต่มองไกลไปถึงว่า เพราะอะไร เหตุอะไร ที่เขาทำเช่นนั้น ดิฉันเชื่อว่า เขาเหล่านั้น ไม่เคยสัมผัสกับ วัดพระธรรมกาย แต่รับข้อมูลด้านเดียว จากสื่อมวลชน ที่มีอคติ มาตลอดหลายเดือน จนข้อมูลที่เท็จเหล่านั้น ไปซึมซาบในใจของเขา จนกลายเป็นเหมือนว่า จริงไปแล้ว ดิฉันและครอบครัว ทำได้แต่ เพียงยิ้ม ให้กำลังใจกันเองว่า อดทนอีกนิดเถอะนะ สักวันคงมีวันของเรา วันที่ทุกคนเข้าใจเจตนา ของพระเดช พระคุณ หลวงพ่อทั้งสอง และเหล่ากัลยาณมิตร

กว่าสิบปีที่ดิฉันและครอบครัว ได้มาประพฤติปฏิบัติธรรม ที่วัดพระธรรมกาย ทำสิ่งที่คิดว่าซ้ำๆ เหมือนเดิม ทุกอาทิตย์ ทุกเดือนนั้น เราพบว่า ในสิ่งที่ซ้ำๆ นั้น มีความหมาย และมีสิ่งใหม่ๆ เพิ่มขึ้นทุกครั้ง ตามสภาวะของใจเรา ที่ได้รับการพัฒนาขึ้น

สิ่งหนึ่ง ที่แม้หลวงพ่อ จะไม่ได้เทศน์สอนตรงๆ นอกเหนือจากการสอน ให้ทำใจหยุดนิ่ง นั้นคือ เมื่อ ครอบครัว เรา ประสบภาวะวิกฤต ของชีวิต แม้ถูกให้ร้าย ปองร้าย จ้องเอาชีวิต จนเรารู้ตัว สิ่งที่เราทำก็คือ นึกแผ่ เมตตา ให้อภัย และขอให้ผู้มุ่งร้ายนั้น กลับตัวกลับใจ นึกเห็นใจว่า เขาไม่ควร ตกอยู่ในอารมณ์โทสะ โมหะ มากมาย อย่างนั้น หรือแม้คนที่ว่าร้ายเรา ก็กลับนึกขอบคุณ ที่เขาชี้ขุมทรัพย์ให้ คือเตือนให้เรารู้ตัวว่า สิ่งนั้น ไม่ดี ไม่ควรทำ เพราะขนาดเราไม่ได้ทำ เขายังอาฆาตแค้น รุ่มร้อนขนาดนี้ ถ้าเราทำจริงตามที่เขาพูด จะทำให้เขาโกรธ ขนาดไหน จะมีเหตุการณ์ น่าเศร้าอะไรตามมา

ดิฉันอยากถามท่าน ผู้มีปัญญาทั้งหลายว่า การจะสอน หรืออบรมให้ คนมี ความคิดอย่างนี้ได้ ไม่ใช่แค่คน สองคน แต่เป็นหมื่นเป็นแสนคน นั้นง่ายหรือค่ะ ส่วนใครจะทำได้มากน้อย แค่ไหน   ก็ขึ้นอยู่กับใคร ฝึกใจตัวเอง มากแค่ไหน แต่อย่างไร ก็คงดีกว่าใช้วิธี ตาต่อตา ฟันต่อฟันใช่ไหมคะ

นอกเหนือจากการรู้จัก ระงับใจตัวเองกับ บุคคลภายนอกแล้ว ครอบครัวดิฉันยังนำเอา ระเบียบวินัย และวัตร ปฏิบัติบางอย่าง จากการได้ฟังประวัติ และปฏิปทาของ ครูบาอาจารย์ เช่น คุณยายอาจารย์ จันทร์ ขนนกยูง พระเดชพระคุณ หลวงพ่อธัมมชโย นำไปปรับปรุงตัวเอง ให้รู้จักคิดดี พูดดี ทำดี อย่างถูกดี ถึงดี และพอดี อีกด้วย ซึ่งทำให้ ครอบครัวของเรา ตลอดจนคนใกล้ชิด ก็มีความสุขในชีวิตประจำวัน มากขึ้นกว่าเดิม และดิฉันคิดว่า ถ้าใครทำได้ หรือคนไทยทั้งประเทศ ถ้าทำได้ คงลดปัญหาสังคมไปได้มากทีเดียว

เหมือนอย่างที่พิมพ์ไทยกำลังทำอยู่ คือทำดี ที่ถูกดี ถึงดี และพอดี ทำให้คนไทย หายโง่ไปมาก ไม่เฉพาะ เรื่องข่าววัดพระธรรมกาย แต่รวมไปถึง ทำให้เราเชื่อในข่าวอื่นๆ ทุกข่าวมากกว่าสื่ออื่นๆ และเรื่องของอาชีพ คนทำข่าว ว่ามีทั้งทำข่าว ด้วยความถูกต้อง และถูกใจ จนเราสามารถ แยกแยะได้ว่า หนังสือพิมพ์ฉบับไหน หวัง อะไร จากข่าวนั้นๆ ต้องขอชื่นชม และขอบพระคุณ อย่างยิ่งค่ะ ดิฉันคิดว่า พิมพ์ไทยเอง เป็นครูที่น่ายกย่องนับถือ สมควรแก่การบูชา ประดุจ บุคคลที่ควรบูชา เช่นกัน ยิ่งได้อ่านประวัติของ อดีตคนข่าวหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย ท่านหนึ่ง จากนิตยสารรายปักษ์ (ปัจจุบัน ท่านเป็นผู้บริหาร จัดทำรายการสารคดี ให้ความรู้อิงธรรมะ ทุกวัน ทาง สถานี โทรทัศน์ ช่อง 7) ทำให้เราทราบว่า ในอดีตหนังสือพิมพ์ พิมพ์ไทย นั้น เคยยิ่งใหญ่ และมีบุคลากร ที่มีคุณภาพ มีอุดมการณ์ สร้างสรร เพียงใด ดิฉันและครอบครัว ขออธิษฐานจิต ให้กุศลกรรม ที่ท่านได้สร้างเหตุที่ดีไว้ และ อำนาจ บารมีธรรม ของพระธรรมกาย ของหลวงพ่อ วัดปากน้ำภาษีเจริญ จงดลบันดาลให้ ชาวพิมพ์ไทยทุกท่าน จงประสบแต่ความสุข ความเจริญยิ่งๆ ขึ้นไปค่ะ

ด้วยความเคารพยิ่ง

วนิดา ตฤน

ไอ้ทิด

[หน้าหลัก] [หน้า1][วิวาทะ][ปุจฉา]

1