ปีที่ 2 ฉบับที่ 713 ประจำวันอาทิตย์ที่ 27 เดือนมิถุนายน พ.ศ. 2542

วิวาทะ

อดีตเขาด่าพระภิกษุสงฆ์กันอย่างไร? (3)

หยิบกรณีเปรียบเทียบการสร้างถาวรวัตถุใหญ่ และหลักคำสอนของพระพรหมยาน วันท่าซุง กับวัดพระธรรมกาย มาพูดกันเป็นวันที่สามแล้วครับ

จะเห็นได้ว่า หากสังคมเราหันหน้าเข้าหากัน มองกันด้วยเมตตาธรรม   ตามหลักพระพุทธศาสนาแล้ว การทุ่มเถียงเกี่ยวกับพระศาสนา ในเมืองไทย คงไม่ดำเนินไปสู่ ความก้าวร้าว ดูหมิ่น เอาเป็นเอาตายกัน ถึงเพียงนี้

ปัญหาทุกอย่างมีทางออกของมันอยู่ สำคัญแต่ว่า ผู้ที่เกี่ยวข้อง มองปัญหาที่เกิดขึ้นด้วยเหตุผล มากน้อยเพียงใด มีอคติ หรืออวิชชาใดเป็นอารมณ์เข้าไปจับ

กรณีวัดพระธรรมกาย อย่าคิดว่าเป็นเรื่องเล็กๆ น้อยๆ หรือเป็นเรื่องที่จะต้องใช้มาตรการความรุนแรงเข้าไปตัดสินปัญหา

เหมาะควรเพียงใดที่จะใช้ความรุนแรงของกฎหมายรัฐธรรมนูญ เข้าไปยุติปัญหาเพียงถ่ายเดียว?

ต้องเข้าใจว่า สถาบันสงฆ์ สถาบันพระศาสนาเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อน

ฆราวาสหัวต่างๆ ต่อให้ดีกรีประโยค 9 ราชบัณฑิตผู้ชำนาญการด้านศาสนา ก็ไม่ใช่เกณฑ์วัดมาตรฐานชี้ผิด ชี้ถูก เรื่องละเอียดอ่อนในพระศาสนาได้

ความพยายามอย่างยิ่งในการเข้าไปโครงสร้างการปกครองสงฆ์ โดยเฉพาะประเด็นการนำฆราวาสมาเข้าไปมีส่วนร่วมในการปกครองสงฆ์!

ฟังแล้วใจหาย จะให้มนุษย์กิเลสหนาปัญญาหยาบเข้าไปลากจูงจมูกพหูสูตเชียวหรือเนี่ย

เลอะเทอะกันไปใหญ่แล้ว พวกเปรตไม่รู้จักยำเกรงต่อบาป บุญ คุณ โทษ...

พระท่านถือศีล 227 ข้อ เชื่อว่า คนเป็นราชบัณฑิต คงไม่ต้องเน้นย้ำ แต่ใยจึงหลงลืมกลิ่นจีวร ที่ครั้งหนึ่งเคยห่อหุ้มสังขาร อุ้มบาตร ดำรงหาเลี้ยงชีพ จนเป็นบุคคล ที่มีชื่อเสียง ในสังคมทุกวันนี้

กลับสำรอกสิ่งดีงามทิ้งลงโถส้วน กลืนกินอวิชชากิเลสตัณหาเน่าหม็นแทน

ผมจะขยายเรื่องการสร้างถาวรวัตถุใหญ่โตโอฬาร จะได้ไม่ต้องมาทุ่มคิดทุ่มเถียงกันเกี่ยวกับเรื่องไร้สาระเช่นนี้อีกต่อไป

วัดท่าซุงของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ เคยประสบกับพายุลมปากาบ้านมาแล้วว่า เน้นวัตถุใหญ่โต และผมก็ได้เขียนถึงเหตุผล ในการที่ท่านสร้างวัตถุใหญ่โตไปแล้ว

กรณีดังกล่าวไม่ได้มีแต่เฉพาะวัดท่าซุง หรือวัดพระธรรมกาย

เปิดใจให้กว้างหน่อยเถิดครับ ยอมรับความจริงที่ปรากฏ เราจะสร้างใหญ่สร้างโตกันไปทำไม?

ต้องมีเหตุผล ถ้าสร้างเพื่อวัดบารมีกันว่า เอ้อสมภารวัดนี้เก่ง หาเงินเข้าวัดได้เยอะ สมภารวัดนั้นสู้ไม่ได้ คิดอย่างนี้ ผมถือว่า เป็นความคิดเห็นของสัตว์เดรัจฉาน

แต่ถ้าสร้างวัตถุใหญ่โตโอฬาร แล้วมีคนเข้ามาปฏิบัติธรรม ใช้ประโยชน์คุ้มค่าของเงินทุกบาททุกสตางค์ ตามเจตนาของผู้มีจิตศรัทธาบริจาค ก็ไม่ใช่เรื่อง ที่น่าจะตกเป็นขี้ปาก ให้ใครมานั่งนินทา

จริงๆ แล้ว มีหลายสำนัก พยายามจะสร้างถาวรวัตถุ เพื่อเป็นศูนย์รวมชาวพุทธให้ยิ่งใหญ่กว่าพุทธมณฑลเสียอีก

ทว่าโครงการดังกล่าวคว้าน้ำเหลว เม็ดเงินจำนวนนับร้อยล้านรั่วไหล ตกไปอยู่ในมือของนักการเมือง คนติดตามนักการเมืองได้ไปคนหนึ่งหลายสิบล้านบาท

ศูนย์พุทธศาสนาในฝันนั้น ไม่ใช่แค่เพียงแนวคิด หากมีการดำเนินการให้เป็นรูปธรรมไปมากแล้ว...

มาถึงตรงนี้ ก็คงสงสัยกันว่า แล้วไอ้ศูนย์ที่ว่านี้ มันตั้งอยู่ตรงไหน ผมบอกก็ได้ว่า ตั้งอยู่ในพื้นที่จังหวัดเดียวกันก ับวัดพระธรรมกาย คือ จังหวัดปทุมธานีของเรานี่เอง

ถ้าจำไม่ผิด ปี 2530-2534 โครงการดังกล่าวยังดำเนินการอยู่ ดำเนินการโดยความเห็นชอบจากนายทหารระดับสูงคนหนึ่ง ที่ก้าวเข้าไปเป็นถึงนายกรัฐมนตรี

เมื่อครั้งที่ท่านเรืองอำนาจ ได้สั่งการให้กองพันทหารช่าง นำอุปกรณ์ลงพื้นที่ รถแทรกเตอร์ รถบรรทุกดินจำนวนมากปฏิบัติการพลิกไร่นา ที่แต่เดิมมีรวงข้าวสีทอง กลายเป็นพื้นดิน ราบเรียบกว้างไกลสุดลูกหูลูกตา

โครงการนั้นไปถึงไหน?

เงินบริจาคตกอยู่ในมือของใคร?

พระภิกษุรูปนามเสียงใดเป็นผู้รับผิดชอบ?

กรมการศาสนาพากันมุดหัวอยู่ที่ไหน?

มานพ พลไพรินทร์ ผู้เชี่ยวชาญกรมการศาสนา ลองไปตรวจสอบทางลึกทางลับดูก็ได้ หรือจะไปถามท่านพล.อ.ชวลิต ยงใจยุทธ ได้ ท่านทราบดี

ไปถามท่านมหาระแบบ ยิ่งจะรู้คำตอบชัดแจ้งแดงแจ๋

วัดใหญ่วัดโตในฝัน มีให้เห็นอยู่มากมายในประเทศไทย ที่จังหวัดปทุมธานี จะกลายเป็นเมืองธรรมเมืองทอง เกินล้ำหน้าจังหวัดอื่นๆ หากโครงการของ ศูนย์พุทธศาสนาดังกล่าว ไม่ล้มไปเสียก่อน

รวมกับวัดพระธรรมกาย บวกกับวัดของท่านปัญญานันทะ ภิกขุ หากไม่มีอะไรผิดพลาด 3 สำนักนี้รวมกันเป็นปึกแผ่น

ผมว่าคริตส์จักร คงได้หนาวชาวพุทธเราแน่!

แต่กาลกลับกลายเป็นว่า ชาวพุทธมาขัดแข้งขัดขากันเอง

ผมไม่อยากจะพูดถึง กรณีวัดใหญ่ๆ หลายวัด เอาเงินเอาทองนักการเมือง หรือผู้มีจิตศรัทธาเลื่อมใส ในพระศาสนามาสร้างแล้ว มันจะเป็นเรื่องอาบัติชั่วหยาบ

เพราะไม่ใช่สันดานของผม แต่ก็อดคิดเปรียบเทียบกับวัดพระธรรมกายไม่ได้ ในฐานะมนุษย์ผู้ที่ยังมีกิเลสอยู่ไม่เบา

จึงเป็นคำถามที่ทุกคนจะต้องหาคำตอบว่า เกิดอะไรขึ้นกับวงการพระพุทธศาสนา ขณะที่วัดพระธรรมกายใหญ่โตดัวยวัตถุ แต่วัดหรือสำนักแห่งนี้ ก็มุ่งเน้นสอนธรรมะ เรียกได้ว่า ซีเรียดทีเดียว

สำนักในฝันที่จังหวัดปทุมธานี โครงสร้างล้มไม่เป็นท่า ไม่ต้องไปพูดถึงให้เมื่อตุ้ม เอาวัดใหญ่วัดโตที่แตกสาขามาจากจังหวัดนนทบุรี

วัดใหญ่วัดโตวัดนั้น ติดไฟสัญญาณเตือนกันเครื่องบินชน อยากถามว่าเงินจำนวนมหาศาลที่ทุ่มเทก่อสร้างวัดไปนั้น เกิดประโยชน์ตามศรัทธาของผู้บริจาคหรือไม่

วัดแห่งนั้นประกอบศาสนกิจใดเพื่อสังคมอย่างไร ผู้คนที่เข้าวัด มีเจตนามุ่งหมายไปถึงขั้นพระนิพพานหรือไม่?

อาจพูดไกลเกินมนุษย์กิเลสหนาหน้าด้าน แค่ศีลธรรมจรรยาบรรณได้ครึ่งหนึ่งของวัดพระธรรมกายหรือไม่

ผมไม่ใช่กรรมการตัดสิน ติชมวัดนั้นดี วัดนี้ชั่ว เหมือนท่านราชบัณฑิต ชาวพุทธเท่านั้น จะเป็นผู้ตัดสินความเลื่อมล้ำต่ำสูง ต่อสถานการณ์ที่ล่อแหลมที่สุด ในประวัติศาสตร์หนนี้

โซตัส

[หน้าหลัก] [หน้า1][วิวาทะ][สหัสวรรษ][พิเศษ]

1