ปีที่ 2 ฉบับที่ 691 ประจำวันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2542

วิวาทะ

มองต่างมุมพระธรรมปิฎกกรณีวัดพระธรรมกาย (2)

ผมขออนุญาตวิจารณ์หนังสือ กรณีธรรมกาย ฉบับสมบูรณ์ โดยพระธรรมปิฎก (ปยุตฺโต) อีกหนึ่งวัน...

เมื่อวานพูดถึงเรื่องพระไตรปิฎก และเรื่ององคุลีมาล สำเร็จอรหันต์ ไม่ได้อ่านพระไตรปิฎก แต่ท่านเจ้าคุณก็ถามกลับว่า ... แล้วเรารู้จัก องคุลีมาลกันได้อย่างไร ก็รู้จักกันในพระไตรปิฎกนั่นเอง

และท่านเจ้าคุณก็อรรถาธิบายต่อไปว่า .. สมัยพุทธกาลไม่มีพระไตรปิฎก แต่องคุลีมาลสำเร็จเป็นพระอรหันต์ได้ เพราะมีพระพุทธเจ้า เป็นผู้สอน

ท่านเจ้าคุณยืนยันโดยตลอดว่า พระไตรปิฎกถือเป็นหัวใจของพระพุทธศาสนา คงไม่มีใครปฏิเสธ แต่ที่ระบุว่า พระไตรปิฎกมีความแม่นยำ ถูกต้องที่สุด ไม่มีอะไรผิดเพี้ยนนั้น นอกจากเป็นการยืนยันที่ผู้ให้ความสนใจเกี่ยวกับพระไตรปิฎกจะต้องนำมาพิจารณากันให้หนัก รวมถึง การศึกษาธรรมะจากพระไตรปิฎกด้วย

การยืนยันว่า พระนิพพานมีสภาพเป็นอนัตตา ของพระธรรมปิฎก เท่ากับเป็นการฉีกแนวทางของพระสุปฏิปันโนหลายรูป ไล่มาตั้งแต่ สมเด็จพระสังฆราชแพ มีหลักฐานทุกอย่างยืนยันว่า หลวงพ่อแพระบุว่า พระนิพพานมีสภาพเป็นอัตตา

พระภาวนาวิสุทธิ์หรือพระอาจารย์เสริมชัย พูดถึงพระนิพพานว่า คือหนทางแห่งการดับกิเลสแห่งทุกข์ พระนิพพานเป็น โลกุตตรธรรม เป็นจุดสูงสุดทางพุทธศาสนา ไม่ว่ามนุษย์หรืออมนุษย์ ต่างปรารถนานิพพานทั้งสิ้น แต่รู้จักนิพพานเพียงใด

พระสัมมาสัมพุทธเจ้าผู้ทรงบรรลุพระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว ได้นำออกเผยแผ่ แต่ความเข้าใจในพระนิพพาน ก็อาจจะเป็น ที่เข้าใจ แตกต่างกันไปบ้าง จะเรียกว่า ผิดหรือเรียกว่า ถูกไม่ได้

เพราะว่าผู้ที่กำลังคิดว่า อะไรจะผิดอะไรจะถูก คือผู้ที่ยังไม่ได้พระนิพพานอย่างแท้จริง ถ้าได้แล้วไม่ต้องคิด จะรู้ได้เลยว่า อะไรผิดอะไรถูก อาตมาก็ตกอยู่ในที่นั่งนั้นเช่นกัน

แต่ด้วยคำแนะนำสั่งสอนของครูอาจารย์ ด้วยการศึกษาในหลักปริยัติ ประกอบด้วยประสบการณ์จากธรรมปฏิบัติ ซึ่งอาตมาได้รับมาแต่ เพียงเล็กน้อย แต่อาศัยจากประสบการณ์จากหลายๆ ท่าน มารวมกันเข้าแล้ว จึงนำมาเล่าสู่ท่านทั้งหลาย

สพฺเพ ธมฺมา อนตฺตา ธรรมทั้งปวงเป็นอนัตตา นั้นหมายแต่เฉพาะสังขาร โดยทรงยกเอาขันธ์ 5 ขึ้นแสดงเสมอๆ เท่านั้น ธรรมอื่นที่มิใช่ สังขาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งที่เป็นวิสังขาร ที่เป็นอสังขตธาตุ อสังขตธรรม ที่ไม่ประกอบด้วยปัจจัยปรุงแต่งอย่างเช่น พระนิพพาน ไม่เป็นอนัตตา แน่นอน

ที่ว่าว่างเป็น "อนัตตา" นิพพานัง ปรมัง สุญญัง" นั้น คือว่างจากกิเลส อวิชชา ตัณหา อุปาทาน เหตุแห่งทุกข์ทั้งหลายนั้นเอง

ไม่เว้นแม้แต่สายพระป่า อย่างหลวงปู่เทศก์ เทสรังสี แห่งวัดหินหมากเป้ง จังหวัดหนองคาย ท่านยืนยันว่า "อย่าคิดว่า พระนิพพาน คือผลไม้ ที่หมดฤดูกาล หากแต่ยังออกดอกออกผลอยู่เสมอ" (หากปฏิบัติตามแนวทางของพระพุทธเจ้า)

ขณะที่ หลวงตามหาบัว ท่านก็พูดไว้อย่างชัดเจน เมื่อมีราชบัณฑิตไปถามท่านถึงพระนิพพานว่า "หลวงตาบัวเราเป็นพระป่า ไม่อยากพูด ถึงพระนิพพานว่า มีสภาพเป็นอย่างไร ถึงรู้ก็ไม่อยากจะตอบ ถึงเวลาจะตอบเอง และว่าถ้าพระนิพพานเป็นอนัตตา พระนิพพานก็เป็นไตรลักษณ์ อนัจจัง ทุกขัง อนัตตา และพระนิพพานวิเศษ วิโสตรงไหน"

ต้องถามท่านเจ้าคุณพระธรรมปิฎกว่า พระนิพพานท่าน วิเศษวิโสตรงไหน?

กรณีธรรมกาย ฉบับสมบูรณ์ หน้า 33 ท่านระบุไว้ว่า สพฺเพ ธมฺมาอนตฺตาติ นิพฺพานํ อนฺโตกริตฺวา วุตฺตํ แปลข้อความว่า "ธรรมทั้งปวงเป็น อนัตตานั้น พระพุทธเจ้าตรัสรวมถึงพระนิพพานด้วย"

ความจริงเรื่องพระนิพพาน ผมกราบเรียนพระคุณเจ้าไปแล้วว่า น่าจะเป็นเรื่องที่พูดกันในกำแพงวัดเท่านั้น แต่พระคุณเจ้าท่าน ก็เอามา ขยายกัน จนเป็นประเด็นเป็นความแตกหัก เป็นความแบ่งแยกของหมู่สงฆ์จนได้

ยิ่งพระพยอมยิ่งแล้วใหญ่ อยากถามว่า วันๆ หนึ่ง ปฏิบัติศาสนกิจด้านใดบ้าง นอกจากการเทศน์ตลกโปกฮา ผมมองเห็นแต่ท่าน เป็นพระที่มี พรสวรรค์พูดเก่ง เอาใจคนเก่ง รู้ทันสถานการณ์ทางโลก รู้ทันสถานการณ์ในการสร้างชื่อเสียงให้กับตนเอง เท่านั้น

เมื่อมีการพูดถึงเรื่องพระนิพพาน ท่านก็ออกมาให้สัมภาษณ์ผ่านสื่อว่า วัดพระธรรมกายยืนยันพระนิพพานเป็นอัตตา ก็ต้องไปตั้งนิกายใหม่ อยากถามว่า พระพยอมบวชเรียนมานับสิบปี เคยมีอารมณ์ใฝ่หาพระนิพพานมาก่อนหน้านี้หรือไม่

(วิจารณ์ต่อฉบับหน้า)

โซตัส

[หน้าหลัก] [หน้า1][วิวาทะ][ปุจฉา][พิเศษ]

1