ปีที่ 2 ฉบับที่ 691 ประจำวันอังคารที่ 1 มิถุนายน พ.ศ. 2542

หน้า 1

เมินคำสั่งเจ้าคณะจว. ฟ้องพยอมเข้าตะราง

ผิดมาตรา 44 กฎหมายสงฆ์

เตรียมลากคอพระพยอมเข้าคุกโทษฐานผิดพรบ.สงฆ์ ม.44 ทวิ-ตรี ในหัวข้อดูหมิ่นพระสังฆราช และใส่ความคณะสงฆ์ ก่อให้เกิดความ แตกแยก มหาเถรสมาคมเผย พระพยอมถูกเจ้าคณะจังหวัดนนท์ เรียกไปเซ็นหนังสือยอมรับ ห้ามวิพากษ์วิจารณ์คณะสงฆ์ ตั้งแต่ 19 พ.ค. แต่ยัง คงประพฤติตัวละเมิดต่อคำสั่งของผู้ปกครองอย่างต่อเนื่อง กัลยาณมิตร เตรียมบุกพบเจ้าคณะจังหวัดนนท์ ให้ลงโทษขั้นเด็ดขาด พร้อมแจ้งตำรวจ จับ

รายงานข่าวจากมหาเถรสมาคมแจ้งว่า เมื่อวันที่ 19 พ.ค.2542 ที่ผ่านมา พระเทพปริยัตยาจารย์ วัดเฉลิมพระเกียรติ เจ้าคณะจังหวัดนนทบุรี ได้เรียกตัว พระพิศาลธรรมวาที หรือ พระพยอม กัลยาโณ ประธานมูลนิธิวัดสวนแก้ว ในฐานะผู้ใต้บังคับบัญชา เข้ารับคำสั่ง

โดยพระเทพปริยัตยาจารย์ ได้ตำหนิถึงการจาบจ้วงคณะสงฆ์ไทย และสมเด็จพระสังฆราช ของพระพยอม ที่ได้กระทำมาอย่างต่อเนื่อง เป็นเวลา 7 เดือน พร้อมทั้งได้สั่งห้ามมิให้พระพยอม วิพากษ์วิจารณ์คณะสงฆ์ไทย และสมเด็จพระสังฆราช อีกต่อไป โดยให้พระพยอมลงนาม ในหนังสือ เพื่อยืนยันเป็นหลักฐานไว้ ถ้าหากยังคงละเมิดวิพากษ์วิจารณ์จนคณะสงฆ์ได้รับความเสียหายอีก ทางเจ้าคณะจังหวัด จะจัดการกับ พระพยอมขั้นเด็ดขาด

นอกจากนี้การกระทำของพระพยอมยังละเมิดพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ (ฉบับที่ 2) พ.ศ.2535 ในมาตรา 44 ทวิ ที่ระบุว่า ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือ แสดงความอาฆาตมาดร้าย สมเด็จพระสังฆราช ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกิดสองหมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ มาตรา 44 ตรี ระบุว่า ผู้ใดใส่ความคณะสงฆ์ หรือคณะสงฆ์อื่น อันอาจก่อให้เกิดความเสื่อมเสีย หรือความแตกแยก ต้องระวางโทษจำคุก ไม่เกิน หนึ่งปี หรือปรับไม่เกินสองหมื่นบาท

การกระทำของพระพยอมในช่วงที่ผ่านมา แม้ว่าทางเจ้าตัวยืนยันว่า กระทำเพื่อปกป้องพระศาสนา แต่การวิพากษ์วิจารณ์คณะสงฆ์ ตลอด จนมหาเถรสมาคม อย่างรุนแรง ทำให้เกิดความแตกแยกเกิดขึ้นในคณะสงฆ์ไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ดังนั้น ทางลูกศิษย์วัดพระธรรมกาย จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานทั้งหมด ที่พระพยอมกล่าวจาบจ้วงคณะสงฆ์ เข้าร้องเรียนต่อเจ้าคณะ จังหวัดนนทบุรี และเข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพื่อให้ลงโทษจำคุกพระพยอมต่อไป

รองปลัดศึกษาฯ ชี้ธรรมกายไม่ยอมโอนที่ดินให้วัด

นายสุวัฒน์ เงินฉ่ำ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งรับผิดชอบงานกรมการศาสนา เปิดเผยว่า คิดว่าในวันที่ 1 มิถุนายนนี้ ซึ่งเป็นวันที่ ตัวแทนวัดพระธรรมกาย นัดหมายจะนำแผนการโอนที่ดินของ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายให้วัด มาให้กับอธิบดีกรมการศาสนา คงจะมีการปฏิเสธ เช่นเดิมคือไม่ยอมโอน เพราะเรื่องนี้มองดูแล้วเป็นเรื่องยาก หากจะมองในแง่กฎหมายเรื่องก็ได้เข้าสู่กระบวนการกฎหมายพระแล้ว แต่ในแง่ของ ความผูกพันเดิมที่ต้องโอนตามมติมหาเถรสมาคมเดิมก็ต้องมี แต่เชื่อว่าในวันนั้นน่าจะมีการเจรจาตกลง คืบหน้าบ้าง ก่อนหน้านี้ ตนได้มีบันทึกไป ถึงกรมการศาสนา ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการศึกษาปัญหาและปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์ให้แจ้งเป็นหนังสือและเรียนเชิญกรรมการ เพื่อจะได้นัดหมายประชุมเร่งด่วน สำหรับปัญหาวัดพระธรรมกายนั้น คณะกรรมการจะดูในภาพรวม ศึกษาและวิเคราะห์การปกครองของ คณะสงฆ์ เพื่อเป็นกรณีตัวอย่าง เนื่องจากในการดำเนินการเฉพาะหน้า กรมการศาสนาดูแลเร่งรัดอยู่แล้ว และกรณีวัดพระธรรมกาย ก็พัวพันไปใน หลายเรื่อง หลายกรณี ทั้งเรื่องที่ดิน เรื่องกฎนิคหกรรม และจริง ๆ แล้วอธิบดีกรมการศาสนาและคณะทำงานเรื่องนี้ ก็ค่อนข้างใจร้อน แต่เพราะ ติดขัดกับ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ถ้าได้มีการไปศึกษากฎหมายฉบับนี้ให้ดี จะเห็นว่ามีอะไรหลายอย่าง ที่เป็นอุปสรรคของการดำเนินงาน

เวลา 06.00 น. สมเด็จพระณาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายกทรงพระดำเนินออกจากพระตำหนักคอยท่าปราโมช ผ่านคณะสูงนานาชาติ คณะกุฏิ วนหลังเจดีย์ภายในวัดบวรนิเวศวิหาร และเข้าปฏิบัติศาสนกิจภายในพระอุโบสถวัดเป็นเวลา 20 นาที รวมระยะ ทางพระดำเนินในวัดประมาณ 500 เมตร จากนั้นเสด็จกลับพระตำหนักคอยท่าปราโมช โดยรถพระประเทียบ

เวลา 10.30 น. สมาคมศรีคุรุสิงห์สภา ศูนย์รวมซิกข์ศาสนิกชนแห่งประเทศไทยจำนวน 11 คน นำโดยนายกมล ศรีสัตชกุล นายกสมาคม ศรีคุรุสิงห์ ได้นำแจกันดอกไม้มาถวายและร่วมลงนามถวายพระพรสมเด็จพระสังฆราช ที่ตึก สว ธรรมนิเวศ โดยมีการสวดอาราธนา ขอพร พระศาสดา ในพระคัมภีร์ คุรุครันซาฮิป เพื่อให้สมเด็จพระสังฆราช ทรงหายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว

เวลา 11.00 น. น.พ.สงคราม ทรัพย์เจริญ แพทย์ประจำพระองค์ในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้เดินทางเข้าถวายการตรวจพระอาการ สมเด็จพระสังฆราชเป็นเวลาประมาณกว่า 30 นาที และให้สัมภาษณ์ภายหลังว่า สมเด็จพระสังฆราชมีพระอาการแข็งแรงดีเป็นปกติแล้ว เชื่อว่า สามารถปฏิบัติศาสนกิจได้ ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร อย่างไรก็ตาม แพทย์จากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ จะสลับกันเข้าถวายการตรวจพระอาการ อย่างสม่ำเสมอ

สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช ได้นำกำหนดการพระศาสนกิจของสมเด็จพระสังฆราชมาแจกให้สื่อมวลชน โดยในวันที่ 1 มิถุนายน เปิดให้มีการเข้าเฝ้าได้ตั้งแต่เวลา 07.30 น.คณะบุคคลต่าง ๆ เข้าเฝ้าถวายสักการะที่ตำหนักคอยท่าปราโมช จากนั้นเวลา 09.00 น. เสด็จลงพระอุโบสถ ทรงให้การบรรพชานาค ข้าราชการกรมชลประทานจำนวน 35 นาค เวลา 09.30 น. เสวยพระกระยาหาร ณ ตำหนัก สำหรับ การถวายการอารักขา สมเด็จพระสังฆราชนั้น ทางตำรวจ สน.ชนะสงคราม ได้ประสานความร่วมมือไปยังศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ เพื่อเตรียมตรวจค้นผู้เข้าเฝ้าด้วย เพื่อป้องกันความปลอดภัย

ด้านความเคลื่อนไหวของวัดพระธรรมกาย

ช่วงเช้ายังคงมีบรรดาญาติโยมที่ไปปฏิบัติธรรม นั่งสมาธิกันตามปกติ แต่มีจำนวนเพียงไม่กี่ร้อยคน และในเวลา 13.00 น. ได้มีการจับสลาก รางวัลให้กับ บรรดาศิษย์ที่มาร่วมงานสัปดาห์วันวิสาขบูชา โดยรางวัลที่ 1 เป็นของพระราชภาวนาวิสุทธิ์ เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย คือ จักรแก้ว เป็นดวงแก้วใสลูกกลม นอกจากนี้ ยังมีของรางวัลอื่นกว่า 300 ชิ้น

ในวันเดียวกันที่วัดมูลจินดาราม นายประจิณ ฐานังกรณ์ 1 ในพุทธศาสนิกชนที่เคลื่อนไหวเรื่องวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่เริ่มต้น ได้เข้า กราบนมัสการ พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เพื่อยื่นกล่าวหาเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย 2 ข้อหาคือ สอนผิดเพี้ยนบิดเบือน หลักธรรม พระพุทธศาสนา และการอวดอุตริมนุสธรรมที่ไม่มีในตน

นายประจิณ กล่าวว่าในส่วนตัวไม่ได้เชื่อในขั้นตอนกฎนิคหกรรมมากนัก เนื่องจากคณะผู้พิจารณาคดีคือคณะปกครอง ซึ่งอาจมี ความ ลำเอียง ได้ แต่ก็หวังว่าคณะผู้พิจารณาโดยเฉพาะเจ้าคณะจังหวัดจะมีความยุติธรรมและพิจารณาตัดสินเรื่องนี้อย่างรวดเร็ว ก่อนหน้านี้ มีผู้ เชี่ยวชาญกรมการศาสนา องค์กรพุทธ 207 นางสาลี่ เพ็ชรชูดี มายื่นร้องกล่าวหาเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไปแล้ว

ด้านพระสุเมธาภรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ยังรอรับคำร้องกล่าวหาเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายอีก 2 รายคือ พระบานเย็น ซึ่งเคยมายื่น ข้อกล่าวหา แล้วครั้งหนึ่งแต่เอกสารยังไม่ครบ และฆราวาสอีก 1 รายซึ่งได้โทรศัพท์ติดต่อเข้ามา หลังจากปิดรับคำร้องกล่าวหาทั้งหมดแล้ว

คงต้องใช้เวลาอีกระยะหนึ่งในการพิจารณา เนื่องจากเอกสารหลักฐานมีเป็นจำนวนมาก และจะมีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมา พิจารณา เอกสาร และหากเริ่มมีการพิจารณาแล้ว จะมีการเปิดเผยต่อสาธารณชนเป็นระยะ ส่วนขั้นตอนต่อไปเมื่อพิจารณาเอกสารครบถ้วน และพบว่า มีการทำผิดพระวินัยจริงก็จะเรียกเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มารับฟังข้อกล่าวหาต่อไป โดยจะให้สื่อมวลชนเข้ารับฟังในวันดังกล่าวด้วย โดยหาก เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไม่ยอมรับข้อกล่าวหา ก็จะส่งเรื่องต่อให้เจ้าคณะภาคพิจารณาต่อไป

ผู้ที่มีชื่อใน คกก. ศึกษาและปรับปรุงคณะสงฆ์ยังไม่ได้รับการติดต่อ

นายสุชีพ ปุญญานุภาพ กรรมการอาวุโส สภามหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัยและมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย ซึ่งมีชื่อ เป็นที่ปรึกษาของคณะกรรมการศึกษาและปรับปรุงการปกครองคณะสงฆ์ เปิดเผยว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากกรมการศาสนา เห็นเพียง ข่าวใน หนังสือพิมพ์เท่านั้น จึงยังไม่อยากออกความเห็นเกี่ยวกับปัญหาวัดพระธรรมกายหรือเรื่องอื่นที่เกี่ยวกับสงฆ์ในขณะนี้ และยังไม่ขอตอบว่า ถ้าได้ รับการติดต่อให้ร่วมเป็นที่ปรึกษาจะตอบรับหรือไม่

ด้าน รศ.ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ อาจารย์ภาควิชาปรัชญา คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ซึ่งมีชื่อเป็นกรรมการใน คณะกรรมการ ด้วย ก็เปิดเผยเช่นกันว่า ยังไม่ได้รับการติดต่อจากใครให้เข้าร่วมเป็นกรรมการในคณะกรรมการฯ และจะบอกล่วงหน้าก่อนว่า พร้อมจะรับเป็นกรรมการหรือไม่

ถ้าพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ยังยื้อไม่โอนที่ดินให้วัด กรมศาสนาเตรียมรายงานเจ้าคณะภาค 1

นายอำนาจ บัวศิริ ผู้อำนวยการสำนักงานพุทธมณฑล เปิดเผยถึงการเข้าพบเจรจาเรื่องการโอนที่ดินของ ตัวแทนวัดพระธรรมกาย ที่มีกำหนด ใน วันที่ 1 มิ.ย. ว่า ในความเห็นส่วนตัว เห็นว่าเรื่องการโอนที่ดินกับคดีอาญาเป็นคนละเรื่องกัน ถ้าเจ้าอาวาส วัดพระธรรมกาย โอนที่ดิน จะยิ่งเป็นผลดีของวัดเอง เพราะจะแสดงให้เห็นเจตนา ซึ่งถ้าตนมีโอกาสได้พบตัวแทนวัดพระธรรมกายในวันนี้ด้วย จะแนะนำให้ โอนที่ดิน หากยังไม่โอนอีก กรมการศาสนาต้องรายงานให้พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 และพระสุเมธาภรณ์ ทราบ และเพื่อจะได้ พิจารณาต่อไป และรายงานให้ มหาเถรสมาคมรับทราบ ส่วนการถอนฟ้อง คงไม่ใช่หน้าที่ของกรมการศาสนาแล้ว เพราะเมื่อกล่าวโทษไปแล้ว ทุกอย่างต้อง เป็นไปตามขั้นตอน

นายอำนาจ กล่าวด้วยว่า ถ้าขณะนี้วัดพระธรรมกายมีการปรับเปลี่ยนท่าที ในการดำเนินกิจกรรม และถ่ายทอดหลักธรรมของวัด ก็จะเป็น ผลดีต่อวัดพระธรรมกายอย่างมาก ประชาชนที่จับตามองอยู่ ก็จะมีความเข้าใจวัดมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ต้องดูที่ผลของการปฏิบัติว่า วัดจะทำ อย่างไรต่อไป

พระศรีปริยัติบดีแนะวัดพระธรรมกายปรับเปลี่ยนการสอน

พระศรีปริยัติบดี รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย กล่าวถึงความตั้งใจที่จะปรับเปลี่ยนท่าที ในการสอนพุทธศาสนาของวัดพระธรรมกายว่า ถ้าเจ้าอาวาส ตลอดจนคณะสงฆ์ที่วัดพระธรรมกาย สามารถปรับเปลี่ยนลดทิฐิลงได้ จะเป็น ประโยชน์ ทั้งของวัดเอง และของญาติโยม เพราะเรื่องของวัดพระธรรมกายที่มีปัญหา คือคำสอนในเรื่องนิพพาน คืออัตตา

พระศรีปริยัติบดี ยังได้กล่าวถึงวัดพระธรรมกายด้วยว่า ขณะนี้ประชาชนกำลังจ้องมองทางวัดอยู่ ทั้งเรื่องการโอนที่ดิน หรือถ้าจะมีการปรับ เปลี่ยนท่าที ลดทิฐิในการถ่ายทอดคำสอนก็ต้องมีความมั่นใจ ปฏิบัติจริง

ตำรวจประสาน ศรภ. ตรวจเข้มผู้เข้าเฝ้าสมเด็จพระสังฆราช

พ.ต.ท.เพทาย พรล้วนประเสริฐ สวป.สน.ชนะสงคราม เปิดเผยว่า ในวันนี้ ซึ่งสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆ ปริณายก ทรงอนุญาตให้ประชาชนเข้าเฝ้า ไม่ได้เพิ่มกำลังเป็นพิเศษ แต่จะมีการตรวจตราเข้มงวดมากขึ้น โดยใช้ตำรวจในเครื่องแบบ 6 นาย นอกเครื่องแบบ 4 นาย ประสานงานทางปฏิบัติการกับศูนย์รักษาความปลอดภัยแห่งชาติ (ศรภ.) และการเข้าเฝ้าจะมีกฎระเบียบมากขึ้น คือต้องแจ้ง ให้สำนักงานเลขานุการสมเด็จพระสังฆราชทราบล่วงหน้า 1 วัน เพื่อแจ้งชื่อลงในใบศาสนกิจประจำวัน หากไม่มีชื่อจะสมทบกับ คณะที่มีรายชื่อ เพื่อเข้าเฝ้าไม่ได้โดยเด็ดขาด

สำหรับการลงนามถวายพระสมเด็จพระสังฆราช ที่ตึก สว ธรรมนิเวศ ยังคงมีประชาชนทยอยมาลงนาม ถึงขณะนี้มียอดรวมกว่า 40 เล่ม อย่างไรก็ดี ในช่วงบ่ายได้มีกลุ่มประชาชนในชื่อกลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย ประมาณ 20 คน มารวมตัวที่บริเวณตำหนักเพ็ชร แถลงการณ์นัดพบ กลุ่มพุทธศาสนิกชนไทย ในวันอาทิตย์ที่ 6 มิถุนายน เวลา 16.00 น.ที่สนามหลวงด้วย

[หน้าหลัก] [หน้า1][วิวาทะ][ปุจฉา][พิเศษ]

1