ปีที่ 2 ฉบับที่ 643 ประจำวันอังคารที่ 6 เมษายน พ.ศ. 2542

หน้า 1

มติมส.เหมือนเดิม วัดธรรมกายไม่ผิด

22 เม.ย.แจกทุนพระ ดูพญานาคพันเจดีย์

มติเถรสมาคม ยื่นมติเดิม กรณีวัดพระธรรมกาย ตามที่พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 เสนอ ไม่เปลี่ยนแปลง ศิษย์วัดเดินหน้าต่อ จัดงาน วันคุ้มครองโลก 22 เม.ย. หาเงินช่วยการศึกษาพระเณรที่ยากจน ประชาชนแตกตื่นข่าวพญานาค จะมาอวดโฉมพันรอบธรรมกายเจดีย์ ในวันงาน โทร.ถาม "พิมพ์ไทย" พร้อมบุกพิสูจน์ให้เห็นกับตาตนเอง "พิบูลย์ พงษ์พานิช" ถอนแจ้งความวัดแล้ว หลังจากรู้ตัวถูกสื่อมวลชนหลอก ด้านอำนวย สุวรรณคีรี ไม่ยอมรับมติพระเถระ เสนอพระสังฆราชใช้กฏนิคหกรรม จับ "ธัมมชโย" สึก แบบเดียวกับยันตระ

นายพิภพ กาญจนะ อธิบดีกรมการศาสนา กล่าวภายหลังการประชุมของมหาเถรสมาคม (มส.) วานนี้ (5 เม.ย.) ในเรื่องที่เกี่ยวกับ วัดพระธรรมกาย ซึ่งมีการนำพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก มาเข้าที่ประชุมด้วยว่า ที่ประชุมยังคงมีมติเดิม ที่เกี่ยวกับ วัดพระธรรมกาย โดยให้พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 ติดตามวัดพระธรรมกาย และให้รายงาน เจ้าคณะใหญ่ส่วนกลาง อย่างใกล้ชิด และว่า กรมการศาสนา ได้สนองงานมหาเถรสมาคม ด้วยการยึดหลักความเป็นธรรมและสามัคคี บางเรื่องจึงไม่ถูกต้อง เร็วทันใจ

มติมหาเถรสมาคมกรณีธรรมกาย พอสรุปได้ดังนี้

1. ให้มีการเรียนการสอนพระอภิธรรม

2. ให้บำเพ็ยวิปัสนากรรมฐาน

3. ให้สำรวมระวังพระธรรมวินัย

4. ให้ปฏิบัติตามกฏเถรสมาคมเคร่งครัด

อย่างไรก็ตาม ภายหลังจากที่มหาเถรสมาคม มีมติออกมาแล้ว นายอำนวย สุวรรณคีรี กรรมาธิการศาสนาฯ ได้เข้ายื่นหนังสือเสนอต่อ สมเด็จพระสังฆราชฯ ด้วยตนเอง เพื่อให้มหาเถรสมาคม ใช้กฏนิคหกรรม กับพระราชภาวนาวิสุทธิ์ (หลวงพ่อธัมมชโย) เหมือนกับ ที่เคยมีมติในคดี พระยันตระ ซึ่งถ้ามีการดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นจริง จะทำให้พระราชภาวนาวิสุทธิ์ อาจต้องสึกจากการเป็นสงฆ์

แหล่งข่าวในกรมศาสนาเปิดเผยว่า การที่มหาเถรสมาคมมีมติออกมาในครั้งนี้ ถือว่า กรณีธรรมกายในทางสงฆ์ ได้ดำเนินการเสร็จสิ้นไป เรียบร้อยแล้ว แม้ว่ากรรมาธิการศาสนา จะเสนอให้พิจารณาใหม่ โดยใช้กฏนิคหกรรมก็ตาม แต่เชื่อว่า ทางมหาเถรสมาคม จะไม่นำเรื่องกรณี ธรรมกาย มาพิจารณาอีกต่อไป เพราะถือว่า คำตัดสินดังกล่าวเสร็จเด็ดขาดไปแล้ว

ส่วนการดำเนินการขั้นต่อไปก็คือ ให้วัดพระธรรมกายปฏิบัติตามมติทั้ง 4 ข้อ ซึ่งพระราชภาวนาวิสุทธิ์ ก็ยินดีปฏิบัติตามอยู่แล้ว เพราะถือว่า เป็นการพัฒนาพระสงฆ์ในวัด ให้มีภูมิรู้ภูมิธรรม สูงขึ้นกว่าเดิม ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีมากกว่า จะมีผลเสียหายต่อพระพุทธศาสนา

สำหรับการดำเนินคดีในทางโลก ก็ให้ทางโลก ดำเนินคดีต่อไปกันเอง ทางมหาเถรสมาคม คงเข้าไปก้าวก่ายไม่ได้ และสมเด็จ พระสังฆราชฯ ก็ได้มีรับสั่งให้นายกรัฐมนตรี นำไปปฏิบัติตั้งนานแล้ว แต่ยังไม่เห็นมีความคืบหน้าอะไรออกมา อาจจะเป็นเพราะว่า เรื่องที่เกิดขึ้น ในขณะนี้ เป็นการกล่าวหาของสื่อมวลชนเพียงฝ่ายเดียว ยังไม่มีพยานและหลักฐาน ที่พอจะเอาผิดวัดพระธรรมกายได้

"โดยความเป็นจริงแล้ว คำตัดสินของมหาเถรสมาคมในครั้งนี้ ไม่ได้อยู่เหนือความคาดหมายแต่อย่างใด เพราะไม่ว่า จะตัดสินให้สื่อมวลชน แพ้หรือชนะ ก็เท่ากับเป็นการสร้างความแตกแยกให้เกิดขึ้นในสังคม เหมือนกัน มหาเถรสมาคมจึงต้องตัดสินเป็นกลางออกมา ทั้งนี้เพราะ ไม่ต้องการให้ พระพุทธศาสนาเสื่อมโทรม ไปมากกกว่านี้ เท่าที่เป็นอยู่ คนก็เสื่อมศรัทธา พระสงฆ์องค์เจ้ามากพออยู่แล้ว ขนาดบางวัด ในต่าง จังหวัดที่กันดาร พระบิณฑบาตไม่พอฉัน สื่อมวลชนควรเลิกโจมตีพระได้แล้ว" แหล่งข่าวกล่าว

ด้านความเคลื่อนไหวทางวัดพระธรรมกาย ทางวัดยังคงเดินหน้าจัดงานวันคุ้มครองโลกเช่นเดิม ในวันที่ 22 เม.ย. โดยงานนี้ทาง วัดพระธรรมกาย ได้นิมนต์พระภิกษุและสามเณร ทั่วประเทศ เข้ามารับทุนการศึกษารูปละ 500 บาท ด้วย ซึ่งผู้เป็นหัวขบวนในการแจกทุน การศึกษาก็คือ นายผ่อง เล่งอี้ อดีตอธิบดีกรมป่าไม้ ที่ได้จัดตั้งกอบบุญคุ้มครองโลกขึ้นมา เพื่ออนุเคราะห์การศึกษาของพระเณร ที่ขาดแคลน และส่วนใหญ่เป็นลูกของคนยากจนในชนบท ที่ไม่สามารถเข้าเรียนในภาคเรียนปกติได้ เนื่องจากขาดแคลนทุนทรัพย์ จึงต้องเข้ามาบวชเรียน ดังกล่าว

นอกจากนี้ การที่สื่อมวลชนหลายแขนง พากันประโคมข่าวว่า ในวันที่ 22 เม.ย. นี้ จะมีพญานาค มาพันรอบธรรมกายเจดีย์นั้น ในเรื่องนี้ ได้สร้างความแตกตื่นให้เกิดขึ้นกับประชาชน ที่ชอบเรื่องลึกลับมหัศจรรย์ โดยเมื่อวานนี้ได้มีประชาชน โทรศัพท์เข้ามาที่กองบก.พิมพ์ไทย เป็นจำนวนมากว่า ข่าวนี้มีที่มาที่ไปอย่างไร จะมีพญานาคมาปรากฏตัวจริงหรือไม่

โดยทางกองบก. ได้อธิบายให้ทราบว่า ไม่ทราบในเรื่องดังกล่าวแม้แต่น้อย อีกทั้งไม่มีใครในกองบก.รู้เรื่องเกี่ยวกับพญานาค จะมาจริง หรือไม่มาจริง ก็คงต้องไปพิสูจน์ดูที่วัดในวันที่ 22 เม.ย.ด้วยตนเอง ซึ่งผู้ที่โทรศัพท์เข้ามาส่วนใหญ่ ยืนยันว่า จะเดินทางไปดูที่วัด เพื่อพิสูจน์ ความจริง

อย่างไรก็ตาม ทางกองบก.เชื่อว่า เรื่องดังกล่าว น่าจะเป็นข่าวปล่อยออกมาจากสื่อมวลชน ที่มุ่งโจมตีวัดพระธรรมกายมากกว่า เพราะเห็น สื่อมวลชนได้รายงานเรื่องนี้หลายครั้งแล้ว แม้แต่รายการ "ตามหาแก่นธรรม" เมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 เม.ย.ที่ผ่านมา ออกอากาศทางช่อง 11 ยังมีการถาม ในเรื่องพญานาค เช่นเดียวกัน

รายงานข่าวจาก สภอ. คลองหลวงแจ้งว่า เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ผ่านมา นายพิบูลย์ พงษ์พานิช อาชีพนักธุรกิจ ที่ก่อนหน้านี้ เคยแจ้งความกับ สภ.อ.ว่า ถูกวัดธรรมกายหลอกให้เข้ามาทำบุญ เป็นจำนวนเงินประมาณ 1 แสนบาท และต้องการขอเงินคืน แต่ปรากฏว่า นายพิบูลย์ หลังจากได้ เข้าไปสอบถามจากคนภายในวัด และเจ้าหน้าต่างๆ พบว่า การทำบุญของตนเองให้กับวัด ไม่ได้ถูกหลอกดังที่สื่อมวลชนโจมตีแต่ประการใด อีกทั้ง รายงานข่าวของสื่อมวลชน ผิดไปจากข้อเท็จจริงที่ตนเองทราบหลายอย่าง

ดังนั้น เพื่อให้เกิดความยุติธรรมต่อวัดพระธรรมกาย จึงได้เดินทางมาถอนแจ้งความ และได้ลงนามต่อพนักงานสอบสวน บันทึกไว้เป็น หลักฐานว่า ตนเองไม่ติดใจเอาความต่อวัดพระธรรมกายอีกต่อไป รวมทั้งไม่ต้องการเงินบริจาคคืนจากวัดอีกด้วย

[หน้าหลัก] [หน้า1] [วิวาทะ] [ปุจฉา] [สหัสวรรษ]

1