>> J o k e C u p 2002 <<
ส วั ส ดี ปี ใ ห ม่ ๒ ๕ ๔ ๕

พระราชทานพรปีใหม่ 2545

ในคืนวันที่ 31 ธ.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานพรปีใหม่ 2545 แก่พสกนิกรชาวไทย ความว่า

ประชาชนชาวไทยทั้งหลาย บัดนี้ถึงวาระที่จะขึ้นปีใหม่ ข้าพเจ้าขอส่งความปรารถนาดีมาอวยพร แก่ท่านทุกคน ทั้งขอขอบใจท่าน ที่มีไมตรีจิตสนับสนุนข้าพเจ้าในภารกิจทั้งปวงด้วยดี ทำให้มีกำลังใจ เป็นอย่างยิ่ง

ในขวบปีที่ล่วงมานี้ มีเหตุไม่ปรกติเกิดขึ้นหลายอย่าง ทั้งภายในและภายนอกประเทศ บางเรื่องก็ ก่อให้เกิดความเดือดร้อนเสียหาย แก่ชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน บางเรื่องก็ก่อให้เกิดความวิตก ร้อนใจ บางเรื่องก็กระทบกระเทือนความเป็นอยู่ อาชีพ และเศรษฐกิจ ทั้งเอกชนและบ้านเมืองโดย ส่วนรวมอย่างมาก ความจริงแล้ว ถ้าเราพิจารณาดูสถานการณ์รอบตัวให้ทั่ว จะเห็นได้ว่า ประเทศของเราต้องประสบกับวิกฤตการณ์ด้านต่างๆ ติดต่อกันมาเป็นเวลาหลายปี แต่ด้วยความรู้ เท่าทันและความร่วมมือร่วมใจของคนไทยทุกคน ที่ช่วยกันประคับประคองแก้ไข บ้านเมืองของเรา จึงยังมั่นคงเป็นปรกติอยู่ ใครจะไปไหนมาไหนก็ยังทำได้สะดวก การทำมาหากินก็ยังไม่ถึงกับฝืดเคืองนัก ทำให้มั่นใจได้ว่าหากจะมีอุปสรรค ปัญหา หรือเหตุไม่ปรกติใดๆ เกิดขึ้น คนไทยเราจะร่วมกันคิดอ่าน และช่วยกันปฏิบัติ แก้ไข ให้ทุกสิ่งทุกอย่างคลี่คลายลุล่วงไปได้อย่างแน่นอน

ในปีใหม่นี้ จึงขอให้ท่านทั้งหลาย ตั้งความหวังตั้งความเพียรอันมั่นคงไว้ ที่จะช่วยตัว ช่วยชาติให้ หนักแน่นเข้มแข็งยิ่งขึ้น เพื่อธำรงรักษาความเป็นอยู่อันเป็นปรกติของเราไว้ พร้อมกับสร้างสรรค์จรรโลง บ้านเมืองไทย ให้เป็นที่อยู่ที่อาศัย ที่พวกเราจะอยู่ร่วมกัน ด้วยความวัฒนาผาสุกตลอดไป

ขออานุภาพแห่งคุณพระศรีรัตนตรัย และสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวไทยเคารพบูชา จงอภิบาลรักษาท่านทุกคน ให้ปราศจากทุกข์ ปราศจากภัย ให้มีความสุขกาย สุขใจ และประสบแต่สิ่งที่พึงประสงค์ตลอดศก หน้านี้โดยทั่วกัน

 


ดูภาพขยายขนาดใหญ่

ส.ค.ส. พระราชทาน

ในวาระดิถีขึ้นปีใหม่ เถลิงศกพุทธศักราช 2545 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน ส.ค.ส. 2545 แก่ปวงชนชาวไทย เมื่อวันที่ 31 ธ.ค. ที่ผ่านมา โดยทรงออกแบบด้วยคอมพิวเตอร์ มีรายละเอียดดังนี้

ด้านบนมีคำว่า ส.ค.ส.พ.ศ.2545 สวัสดีปีใหม่ บรรทัดต่อมามีข้อ ความขีดเส้นใต้ว่า เรื่องขา มีหลายชนิด หลายอาการ หลายเจ้าของ

บรรทัดต่อมาแบ่งเป็นหัวข้อ 12 ข้อ พร้อมภาพประกอบลายเส้น คือ 1. เอกบาท : หอยทาก ตามด้วยรูปหอยทาก 2. ทวิบาท เป็นรูปคนเดิน 3. ตรีบาท มีรูปประกอบ 2 รูป คือขาตั้งกล้องและ คนถือไม้เท้า 4.จตุรบาท ตามด้วยรูปสุนัขประกอบ 5. ปัญจบาท ปลาดาว มีรูปปลาดาวประกอบ 6. ฉบาท แมลงวัน มีรูปแมลงวันประกอบ 7. สัตตบาท ยุงกินเลือด มีรูปยุงประกอบ 8. อัฐบาท : ปลาหมึกยักษ์ มีรูปปลาหมึกประกอบ 9. ทศบาทปู มีรูปปูประกอบ 10. สตบาท ตะขาบ มีรูปตะขาบ ประกอบ 11. สหัสบาท กิ้งกือ มีรูปกิ้งกือประกอบ และ 12. ทศสหัสบาท ไม่มีรูปประกอบ

บรรทัดถัดมาเป็นข้อความขีดเส้นใต้ว่า เรื่องขา มีหลายปัญหา : ถ้ามีขาย่อมมีปัญหาขัดกัน มียิ่งมากยิ่งขัดมาก แต่ปรากฏว่าขัดขาเก่งที่สุดคือทวิบาท : ขัดทั้งคนอื่น ขัดทั้งตัวเอง (โดยเฉพาะ อย่างยิ่งตอนพยายามยืนบนขาของตัวเอง)

ตามด้วยข้อความขีดเส้นใต้ การแก้ปัญหาเรื่องขา : ให้ใช้หัว คือสมอง (เน้นคำ) ควบคุมทุกส่วนของตัว รวมทั้งขา (เน้นคำ) ให้อยู่ในระเบียบ แล้วจบด้วย ขอจงมีความสุขความเจริญ Happy New Year และลงท้าย ก.ส.9 ปรุง 311859 ธ.ค. 2544 มหาวิทยาลัยปูทะเลย์ มิถิลา 254

 



เจ๋งภัตตาคารสุนัข

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อวันจันทร์ 21 ม.ค. อ้างคำให้สัมภาษณ์ของ "รายี ตัน" วัย 28 ปี หนึ่งในหุ้นส่วนเจ้าของ "เออร์เบิน พอช คาเฟ่-Urban Pooch Cafe" ภัตตาคารสำหรับสุนัขแห่งแรก ในสิงคโปร์ว่าได้ร่วมหุ้นจำนวน 55,000 ดอลลาร์ (ราว 2.4 ล้านบาท) กับเพื่อนสาวอีก 2 คน คือ ชารอน โฮ กับ ทรีแมนดี งอ เปิดภัตตาคารเออร์เบิน พอช คาเฟ่ ใช้พื้นที่ขนาด 2,000 ตารางฟุต บริเวณชั้นล่าง อาคารอพาร์ตเมนต์แห่งหนึ่งตั้งแต่ 3 สัปดาห์ก่อน

ภัตตาคารดังกล่าวเปิดให้บริการอาหารสุนัขนานาชนิด มีตั้งแต่ซุปผัก, เชเพิร์ด พาย, พิซซา, สปาเกตตี รสเนื้อและไก่ รวมทั้งไอศกรีม ให้เจ้าของพาสุนัขตัวโปรดไปดินเนอร์ให้คนอิจฉา อาหารจะถูกจัดเตรียม และเสิร์ฟโดยมนุษย์ภายหลังเจ้าของสุนัขได้รับคำแนะนำ จากสัตวแพทย์ประจำภัตตาคาร เพื่อเลือก อาหารที่เหมาะสมให้แก่สุนัขแต่ละตัว แต่ละพันธุ์ ซึ่งส่วนใหญ่อาหารสุนัขต้องหลีกเลี่ยงส่วนผสม เกลือและน้ำตาล นอกจากนั้น ทางร้านยังจัดให้มีเครื่องเล่นสุนัข ประกอบด้วย อุโมงค์พลาสติก และกระดานลื่น ให้สุนัขเล่นคลายเครียดระหว่างกินอาหารด้วย ส่วนเจ้าของสุนัข ทางร้านมีให้ บริการแซนด์วิชและกาแฟ ร่วมดื่มกินกับสัตว์เลี้ยงแสนรัก หรือเจ้าของจะเลือกดื่ม "นมปั่น" พร้อมกับสุนัขกิน "กระดูกปั่น" ก็ได้

เจ้าของร้านทั้งสามสาวเปิดเผยจุดประสงค์การดำเนินธุรกิจนี้ว่า ต่างก็รักสุนัขและมีสุนัขของตัวเอง เป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงอยากทำอะไรเพื่อเพื่อนสี่ขาบ้าง ธุรกิจได้รับการตอบรับด้วยดีจากลูกค้าจำนวนมาก แม้ว่าเพิ่งเปิดตัวได้เพียง 3 สัปดาห์

ทรีแมนดี งอ หนึ่งในหุ้นส่วนเออร์เบิน พอช คาเฟ่ กล่าวว่า ทีแรกผู้ปกครองของเธอบอกว่าบ้า หลังได้ทราบความคิดขอเปิดภัตตาคารสำหรับสุนัขท่ามกลางสถานการณ์ เศรษฐกิจถดถอย แต่เธอชี้แจงว่า ร้านอาหารสำหรับสุนัข คือความฝันของเจ้าของสุนัขหลายคน และสุนัขก็ชอบด้วย

 


จาก "วันเด็ก" ถึง "วันครู"

วันที่ 10 มกราคม เป็นวันเด็กแห่งชาติปี 2545
ถ้าจะถามผมว่า จุดเด่นของวันเด็กปีนี้อยู่ที่ไหน? ผมก็คงจะต้องตอบว่า น่าจะอยู่ที่การประชุม สภาเยาวชนแห่งชาติ ที่ห้อง 501 ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นั่นแหละครับ

การประชุมที่ประกอบด้วยเด็กๆ และเยาวชนจากทั่วประเทศ 200 คน และเด็กพิการ เด็กด้อยโอกาสอีกจำนวนหนึ่ง โดยสมมติว่าเด็กเหล่านี้ซึ่งผ่านการคัดเลือกมาเป็นลำดับแล้ว...เป็นตัวแทนของเยาวชนทั่วประเทศไทย

เท่าที่อ่านจากข่าวหนังสือพิมพ์ก่อนที่จะได้เห็นรายงานฉบับจริง ก็พอสรุปได้ว่า เด็กๆ ที่มาประชุมครั้งนี้ทำหน้าที่ตัวแทนเด็กได้ อย่างดีเยี่ยม

มีข้อเสนอโครงการที่น่าสนใจถึง 10 โครงการ เช่น โครงการพัฒนาต้นแบบสังคม โครงการพัฒนาศักยภาพเยาวชน และ โครงการพัฒนาสถาบันครอบครัว เป็นต้น

รวมทั้งโครงการชื่อน่ารักอีกโครงการหนึ่ง ฟังชื่อแล้วก็อยากจะเข้าร่วมทันที ได้แก่ โครงการสุขภาพดีไม่มีขาย ใครอยากได้ต้องทำเอง

บางฉบับก็รายงานข่าวว่า เด็กๆได้เสนอความคิดในเชิงวิพากษ์วิจารณ์การปฏิรูปการศึกษา ที่เรียกว่า “ไชลด์ เซ็นเตอร์” (Child Center) หรือการใช้ตัวเด็กนั่นเองเป็นศูนย์กลางการเรียน

แม่หนูคนอภิปรายบอกว่า ทำๆไป “ไชลด์ เซ็นเตอร์” อาจจะกลายเป็น “ควาย เซ็นเตอร์” ในที่สุด

พร้อมกับออกตัวว่า ที่ต้องใช้คำแรง เพราะในทางปฏิบัติเป็นอย่างนี้ จริงๆ เพราะพวกเราเด็กๆ ยังไม่รู้อะไรอย่างถ่องแท้ จะให้ไปคุยกันหรือไปคิดด้วยกันได้อย่างไร

อีกอย่างเครื่องมือสนับสนุนการเรียนระหว่างเด็กกรุงเทพฯกับเด็กชนบทก็ต่างกันมาก เวลาเด็กๆชนบทอยากรู้อะไรเพิ่มเติม ก็ไม่รู้จะไปหาจากที่ไหน

การใช้เด็กเป็นศูนย์กลางที่ว่านี้ คือระบบหรือวิธีการที่เขาจะสอน ให้เด็กคิดเป็น ทำเป็น ทั้งคิดด้วยตนเอง และร่วมคิด ร่วมทำกับคนอื่น

แม่หนูคงจะโดนทดลองมาแล้ว และคงจะมองเห็นปัญหาและอุปสรรคหลายๆ เรื่อง จึงเอามาบอกให้นักปฏิรูปทั้งหลายได้รับฟังไว้

หนังสือพิมพ์บางฉบับรายงานด้วยว่า เด็กๆ บางคน “อภิปราย” ฝากข้อคิดเพิ่มเติมไป ถึงคุณครูได้อย่างกล้าหาญมาก

บอกว่า ครูบางคนในยุคนี้ไม่ชอบสอนในห้องเรียน เพราะจะอมภูมิไว้ไปสอนพิเศษนอกห้องเรียน

ครูบางคนก็โทรศัพท์ซื้อขายสินค้าบางชนิดที่คุณครูเป็น “ตัวแทนขายตรง” ต่อหน้าเด็กๆ กันเลยเชียว แบบนี้การปฏิรูปการศึกษาจะไปได้สักกี่นํ้าล่ะ

ผมถึงได้เกริ่นเอาไว้ตั้งแต่ช่วงแรกๆ ของข้อเขียนวันนี้ว่า...วันเด็กปีนี้สดใสชื่นมื่นกว่าทุกๆ ปี

ได้ทั้งความสนุกสนานและสาระจากข้อคิดของเด็กๆ ครบถ้วน

ก็พอดีนึกได้ว่า พรุ่งนี้ (16 มกราคม) จะเป็น “วันครู” ซึ่งช่างเหมาะเหม็งเสียจริงๆ

ขอถือโอกาสนำข้อคิดเห็นของเด็กๆ ฝากคุณครูไว้ด้วยนะครับ...โดยเฉพาะคุณครูที่เป็นเอเย่นต์สินค้า ขายตรงทั้งหลายน่ะ คงต้องฝากไว้เป็นกรณีพิเศษ

ยังไงๆ แอบขายหน่อยเถอะ อย่าขายต่อหน้าเด็กอีกนะครับต่อไปนี้

นี่ขนาดการเรียนการสอนแบบไชลด์ เซ็นเตอร์ ไม่ค่อยได้ผลนะเนี่ย เด็กๆเขายังวิจารณ์คุณครูได้คมกริบอย่าบอกใครเชียว.

"ซูม"

Go Top
Previous Volumn

Back to Home Page

1