หน้าหลัก ระบบสมาชิก ดาวน์โหลด สนทนา เว็บบอร์ด โหวต รวมลิ๊ง เกี่ยวกับผู้จัดทำ
ข่าวสาร ไอที
มีเพื่อนอยู่ในระบบกี่คน


รอบรั่ว เขียว-เหลือง
ประวัติ
ความภูมิใจ
ทำเนียบผู้บริหาร
หลักสูตร ม.ต้น
หลักสูตร ม.ปลาย

กิจกรรมโรงเรียน
แนะแนวน้อง
ปัจฉิม ม. 6
บรรยากาศรอบรั้ว
แข่งกีฬาส

ห้องสมุดความรู้
หมวดภาษาอังกฤษ
หมวดคณิตศาสตร์
หมวดภาษาไทย

หมวดสังคม
หมวดพลานามัย

หมวดอุตสาหกรรม

หมวดวิทยาศาสตร์
หมวดคหกรรม
หมวดกิจกรรม
หมวดแนะแนว

ห้องสมุดความรู้
คอมพิวเตอร์
คณิตศาสตร์
ฟิสิกส์
ชีววิทยา
เคมี
สิ่งแวดล้อม
พื้นฐานวิศวกรรม
เอนทรานช์


สถาบันการศึกษา
สถาบันราชภัฎ
มหาวิทยาลัย
กระทรวง
กรม
อื่น ๆ



 
 

ภาพโดย : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์
โละข้าราชการ 500,000 คน !!!!

หลัง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน พ.ศ. 2545 และ พ.ร.บ.ปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545 มีผลบังคับใช้ไปเมื่อ 1 ต.ค. 2545 ที่ผ่านมา ผลที่เป็นรูปธรรมแล้วก็คือโครงสร้างราชการไทยมีการเพิ่มกระทรวงจาก 14 เป็น 20 ในจำนวนนี้แบ่งเป็นกว่า 100 กรม และมีหน่วยงานอิสระอีกส่วนหนึ่ง

มาถึงศักราชใหม่ปี 2546 นี้...จะมี "ยก 2"ยกนี้จะมี "ข้าราชการ" เป็นเป้าสำคัญ !!

วันก่อนเพิ่งมีข่าวเป็น "ยาหอม" ว่ารัฐบาลอาจจะมีการ "ขึ้น เงินเดือน" ให้ข้าราชการ แต่จากการเปิดเผยเมื่อช่วงเปลี่ยนผ่านปีเก่าเข้าสู่ปีใหม่ของ วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธาน คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) อาจทำให้ความหอมของยาหอมขนานนี้...ลดน้อยถอยลง

รองนายกฯ วิษณุบอกไว้ว่า...ปี 2546 นี้รัฐบาลจะเดินหน้าเต็มสูบเพื่อสานต่อการปฏิรูประบบราชการ โดยขั้นตอนต่อไปคือ 1.จัดระเบียบโครงสร้างส่วนราชการตามโครงสร้างใหม่ในส่วนภูมิภาค และ 2.ปรับปรุงประสิทธิภาพของข้าราชการ เช่น ฝึกอบรมความถนัดของข้าราชการ
ที่สำคัญจะเริ่ม "ลดจำนวนข้าราชการ" จริงจัง

จากที่มีอยู่ราว 1.5 ล้าน...เหลือ 1 ล้านคน !!

สำหรับข้าราชการที่ดี-มีประสิทธิภาพก็อย่าเพิ่งตกใจไป เพราะนี่เป็นเป้าหมายระยะยาว "ภายใน 10 ปี" แต่ส่วนพวกที่อยู่ไปวัน ๆ "เช้าชาม-เย็นชาม" โดยเฉพาะพวกที่ทำตัว "ขี้ฉ้อ" เตรียมหนาวได้ !!
ทั้งนี้และทั้งนั้น การปรับลดกำลังคนลงเหตุผลก็เพื่อความ "คล่องตัว" อีกประการจำนวนข้าราชการมาก ๆ ก็ทำให้รัฐต้องแบกรับ "ค่าใช้จ่าย" ทั้งเงินเดือนและสวัสดิการต่าง ๆ สูง ซึ่งที่จริงก็เริ่มมาเป็นระยะ

รัฐบาลได้มีการกำหนดไว้ว่าจะปรับลดกำลังคนของรัฐไม่น้อยกว่าร้อยละ 10 ในช่วงแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 8 (2540-2544) และจะลดลงไม่น้อยกว่าร้อยละ 20 ในช่วงแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 9 (2545-2549) นอกจากนี้ ยังมีมติที่เป็นไปตามเงื่อนไขเกี่ยวกับการฟื้นฟูเศรษฐกิจของกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ "ไอเอ็มเอฟ" เมื่อ 19 ส.ค. 2540 เรื่องการลดกำลังคนภาครัฐลง

และตั้งแต่ปีนี้นี่แหละ...จะเริ่มเห็นกันจะจะ

ใครจะอยู่-ใครจะไป...จะเห็นแววชัดขึ้น !!

สีมา สีมานันท์ รองเลขาธิการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.) ในฐานะกรรมการและเลขานุการร่วม คณะกรรมการกำหนดเป้าหมายและนโยบายกำลังคนภาครัฐ บอกว่า...การลดจำนวนข้าราชการให้สำเร็จนั้น จะต้อง "ลดจำนวนงาน" ลง ซึ่งมีการวางไว้ 5 แนวทางคือ...

1.งานที่พ้นสมัยไปแล้ว เช่น เร่งรัดพัฒนาชนบท ก็เปลี่ยนเป็นกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย
2.งานที่ซ้ำซ้อนกัน ก็นำมารวมกัน
3.งานของรัฐแต่เอกชนทำได้ดีกว่า ก็จ้างเอกชนทำ
4.การออกนอกระบบ เช่น สำนักงานปฏิรูปการศึกษา สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน
5.การถ้ายโอนงานให้ ท้องถิ่น

ส่วนวิธีก็มี 2 วิธีหลัก ๆ คือ...เกษียณฯแล้วไม่บรรจุ เมื่อครบปีก็มาดูว่าเกษียณไปกี่อัตรา จากนั้นจะจัดสรรคืนแค่ 20% ของอัตราที่เกษียณ และ เออรี่ รีไทร์เม้นท์ซึ่ง 3 ปีที่ผ่านมาลดไปได้ 68,000 อัตรา

"แต่วิธีเออรี่ รีไทร์ฯ นี้อยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะมีต่อหรือไม่ เพราะ มีปัญหาคือ บางตำแหน่ง เช่น ครูสอนภาษาอังกฤษ ครูสอนวิทยาศาสตร์ ออกกันไป แล้วทำให้เกิดการขาดแคลน"

นโยบายลดกำลังพลของภาครัฐที่ผ่านมาทำให้ข้าราชการบ่นเหมือนกัน เพราะว่าต้อง "ทำงานมากขึ้น" แต่ก็ขอร้องให้ช่วย ๆ กันไปก่อนในขณะนี้ ซึ่งเป้าหมายการลดจำนวนข้าราชการลงยังคงต้องดำเนินต่อไป

รองเลขาฯ ก.พ. บอกอีกว่า...ยืนยันว่ารัฐบาลไม่มีนโยบาย "ไล่ ข้าราชการออก" โดยไม่มีความผิด ส่วนการที่จะเอาผิดถึงขั้นเอาออกก่อนนั้น บุคคลนั้นต้องมีความผิดร้ายแรงชัดเจน หรือมีความประพฤติแย์จริง ๆ

"เช่นมาสายเป็นประจำ เมาแอ‹เข้ามาทำงาน หรือทำงานไม่มีประสิทธิภาพ ฯลฯ"

เมื่อลดจำนวนข้าราชการได้แล้ว สิ่งที่จะดำเนินการต่อไปก็คือการ "ปรับโครงสร้างอัตราเงินเดือน" เนื่องจากบัญชีเงินเดือนที่ใช้อยู่ เป็นของปี 2537 ซึ่งเรารู้ว่าปัจจุบันอำนาจซื้อมันเปลี่ยนไปมาก

นอกจากนี้ ในการประชุมคณะกรรมการ ก.พ.ร. ในช่วงกลางเดือน ม.ค.นี้ จะมีการพิจารณาเรื่องสำคัญ 6 เรื่อง โดย 1 ใน 6 คือการรื้อระบบข้าราชการพลเรือนใหม่ จากเดิมที่ใช้ระบบซี 1-11 จะเปลี่ยนเหลือ "4 ขั้น" คือ... ขั้นต้น, ขั้นกลาง, ซีเนียร์, บริหาร ซึ่งจะสัมพันธ์กับการพิจารณาโครงสร้างเงินเดือน

"การปรับปรุงระบบราชการให้ได้ประสิทธิภาพนั้น จำเป็นต้องทำให้ระบบราชการ แบน ลง ลดลำดับขั้นบังคับบัญชาให้น้อยลง เพื่อสะดวกในการสั่งงาน" ...รองเลขาฯ ก.พ. กล่าวย้ำ

จะอย่างไร-แบบไหน...ระฆัง "ยก 2" ก็ลั่นขึ้นแล้ว

พวกเฉื่อยแฉะ-ฉ้อฉลน่าจะโดน "ไล่ลง" แต่ต้นยก

ไม่ต้องรอกรรมการ "นับคะแนน" ให้เสียเวลา !?!.


ที่มา : หนังสือพิมพ์เดลินิวส์

ข่าวสารรอบรั่วรอบโลกทั้งหมด...    

เว็บโรงเรียนกาฬสินธุ์พิทยาสรรพ์เว็บไซต์แห่งนี้ จัดทำขึ้นโดย KPSONNET CLUB (นิติบุคคล)
โดยได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย ทั้งภาครัฐ และเอกชน
มีปัญหา หรือข้อสงสัย ติดต่อผู้ดูแลเว็บที่ webmaster@kpsonnet.ac.th  icq
: 109085928
1