>>>ในเสี้ยวคำนึง<<< "วัฏจักรแห่งนิรันดร์" บทที่สี่

...ในความรู้สึกอันเลือนราง     วารินทร์รู้สึกว่าเขากำลังนอนอยู่
อย่างสบาย    รู้สึกได้ถึงความนุ่มของเสื้อผ้าที่กำลังสวมใส่  นุ่ม
จนเขาแทบจะแน่ใจได้ว่า    เขาไม่ได้กำลังสวมชุดนักบินอวกาศอยู่...

...ในความรู้สึกอันเลือนรางนั้น   เขาเห็นใบหน้าหนึ่งเข้ามาใกล้   เสียง
ที่เขาคุ้นเคยที่สุดในชีวิต   ดังก้องสะท้อนอยู่ในหูทั้งสองข้าง...

"...คุณไม่เป็นไรแล้วค่ะ...  ...นอนพักให้สบายเถอะค่ะ..."

...สมองของวารินทร์หนักอึ้ง    ความรู้สึกต่อสภาพรอบข้างค่อยๆ
จางหายไปจากห้วงความคิด...

==========================================

"...มามี้คะ   เดี๋ยวแคธีขอไปให้หญ้าลูกวัวหน่อยนะคะ..."
เสียงสดใสของเด็กที่ดังลอยมาอย่างชัดเจน   ปลุกให้เขาตื่นขึ้น...

...วารินทร์ลุกขึ้นจากที่นอนอันอ่อนนุ่ม   เดินออกไปยังหน้าต่างห้องนอน
เขาเปิดหน้าต่างออกไป     เบื้องหน้าเป็นฟาร์มโคนมขนาดใหญ่...

...เขาจำได้ถึงเด็กน้อยคนนั้นที่กำลังวิ่งเล่นอยู่กับลูกวัวสามสี่ตัว    ใบหน้า
ยิ้มแย้ม   ผมยาวปลิวสยาย   ...ดวงตาและเส้นผมนั้น   ช่างเหมือนกับ
มารีนเสียเหลือเกิน...

...เด็กน้อยคนนั้นเงยหน้าขึ้นมายังเขา   ร้องตะโกนด้วยความดีใจ...

"...แด็ดดี้    แด็ดดี้...   ไม่ลงมาเล่นด้วยกันล่ะคะ..."

"...ไม่หรอกจ๊ะ  แคธี   วัวมันไม่ค่อยสะอาด    แคธีเดี๋ยวเล่นเสร็จแล้ว
อย่าลืมไปอาบน้ำอาบท่าด้วยนะ..."

...เสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านหลังของวารินทร์...

"...อะไรกันคะคุณ    เดี๋ยวนี้คุณว่าลูกดิฉันกับลูกคุณสกปรกอย่างนั้น
แล้วรึคะ..."

...เป็นเสียงผู้หญิงที่แปลกออกไป ...ไม่ใช่ของมารีนแน่ๆ    เขาหันกลับไป
ทางด้านหลัง...

...เขากำลังยืนประจัญหน้ากับวัวตัวเมียตัวใหญ่...

"...ลูกของเรามันน่าสมเพชถึงขนาดนี้แล้วรึคะ    คุณทำให้ดิฉันน้อยใจเหลือเกิน..."
...อะไรกันนี่.... ....เสียงนั้นดังออกมาจากปากของวัวตัวเมียที่ยืนอยู่เบื้องหน้า
ของเขา   ...มันเป็นไปไม่ได้...

...ด้วยความกลัวต่อสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า   วารินทร์ค่อยๆ ถอยหลังไปทีละก้าว...

"...อย่า...อย่า...  ...อย่าเข้ามานะ..."   วารินทร์ร้องเสียงหลง

"...อ๋อ   เดี๋ยวนี้เกลียดเมียขนาดนี้แล้วรึคะ..."   ใบหน้าของวัวนั้นยื่นเข้ามา
ใกล้วารินทร์    มือของเขาสะเปะสะปะ  กระทบกับของแข็งอะไรบางอย่าง
เขาจับไว้มั่นแล้วเหวี่ยงไปมาตรงหน้า   ...โคมไฟตั้งโต๊ะสีสวยกระจ่างด้วย
หลอดไฟสีฟ้า   กำลังส่องสว่างอยู่ในมือของเขา...

"...เมียน้อยใจเหลือเกิน..."  วัวตัวนั้นเดินเข้ามาใกล้   ไม่นึกกลัวสิ่งที่อยู่
ในมือของวารินทร์แม้แต่น้อย

"...อย่า... อย่า...อย่าเข้ามา..."

...วารินทร์ค่อยๆ เดินถอยไปทีละก้าวจากหน้าต่าง    สายไฟค่อยๆ  ขยับ
และตึงขึ้นทีละน้อย  ทีละน้อย...

"...อย่า....."

...สายไฟลอยขึ้นจากพื้น   มือของเขาเลื่อนจากฐานของโคมไฟ   ไปจับ
อยู่ที่หลอดไฟในโคม    หลอดไฟแตกกระจาย....

"...อ้า...า....า...."

...วารินทร์กระตุกไปทั่วร่าง   ร่างของเขาเอนไปด้านหลังซึ่งตรงกับช่อง
หน้าต่าง   ร่วงลงไปยังพื้นด้านล่าง....

"...อ้า...า...า...า...ก..."

===============================================

วารินทร์สะดุ้งสุดตัวตื่นขึ้น   เหงื่อกาฬแตกพลั่กไปทั่วทุกรูขุมขน...

...เขายันตัวขึ้น  มองไปรอบๆ...

เขากำลังอยู่ในห้องเล็กๆ  ห้องหนึ่ง  เฟอร์นิเจอร์ภายในห้องมีเพียงเตียง
เรียบที่เขากำลังนั่งอยู่   ผนังรอบๆ ห้อง เป็นจอภาพขนาดใหญ่ติดเต็มพื้นที่
กำลังแสดงภาพน้ำตกที่อยู่กลางป่าลึก    เขาได้ยินเสียงสายน้ำดังจากภาพ
ผสมกับเสียงลมพัดโบกไบไม้  ...เขารู้สึกถึงลมอ่อนๆ ที่กำลังพัดอยู่
...เสียงรายรอบที่เขาได้ยินจากลำโพงที่ซ่อนอยู่   ราวกับเขากำลังนอนอยู่ใน
ป่าเขาเสียจริงๆ ...

วารินทร์มองดูร่างของตนเอง   เขาอยู่ในชุดซึ่งทำจากวัสดุบางอย่างที่รัดรูป
สีของชุดเป็นสีเนื้อ   กลมกลืนไปกับสีผิวของเขาเอง   เตียงที่เขานอนอยู่ถูก
บุด้วยวัสดุที่เขาไม่รู้จัก   มีลายเป็นรูปใบไม้กระจายทับไปบนลายของหินแกรนิต
  เขาลองกดดู  รู้สึกได้ถึงความยืดหยุ่นพอเหมาะ  พื้นห้องดูคล้ายดิน   ปะปนไป
ด้วยใบไม้ร่วงปกคลุมไปทั่ว   เขาลุกขึ้นจากเตียง  ลองเหยียบลงไปบนพื้น    แล้ว
ก็พบว่าพื้นนั้นไม่ใช่ทั้งดินและใบไม้  แต่เป็นวัสดุคล้ายพรมอันหนานุ่ม
เขารู้สึก
ราวกับเท้าของเขากำลังสัมผัสกับวัสดุนั้นโดยตรง
ทั้งๆที่ชุดนั้นห่อหุ้มเท้าของเขาจนมิด...

วารินทร์เดินไปรอบๆ   ห้อง   ...เหมือนกับผู้ออกแบบห้องจงใจจะให้ผู้ที่เข้ามา
ในห้อง  รู้สึกเหมือนกับกำลังอยู่ในป่า    เขามองขึ้นไปบนเพดาน   ส่องแสง
ให้ความสว่างแก่ห้องในระดับที่พอเหมาะ   เขาพยายามมองไปยังกลางห้อง
แสงสว่างที่สาดลงมาจากเพดานจุดนั้น   เหมือนกับแสงอาทิตย์จริงๆ
ราวกับจะรู้สึกได้ถึงความร้อน   ที่แผ่ลงมาจากจุดนั้น   เขาเผลอเอามือ
ป้องหน้าโดยไม่รู้ตัว...

"...โอ้ย..."

...ความรู้สึกเจ็บแปลบเกิดขึ้นบริเวณหน้าผาก    วารินทร์ค่อยๆ แตะเบาๆ
ที่หน้าผาก    ดูเหมือนว่าเขาได้รับบาดเจ็บตรงบริเวณนั้น   ...เขาได้รับ
บาดเจ็บเมื่อไรกันนะ...

...เขาได้รับบาดเจ็บจากหมวกนักบินอวกาศ   หรือไม่ก็การเดินทางในอวกาศ
นั้นเป็นเพียงความฝัน   และอาการบาดเจ็บนั้น  ที่จริงแล้วเป็นเพราะการตก
จากบ้านเป็นแน่...

...ความสับสนต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น    ทั้งความฝันและความจริง  เริ่มปะปน
กันจนวารินทร์ยากที่จะแยกมันออกจากกัน  ...บางทีเขาอาจจะต้องการให้
ใครอีกสักคนมาเฉลยว่าอันไหนความจริง  อันไหนความฝันกันแน่...

...วารินทร์ไม่ต้องเสียเวลาในการคิดนาน...

"...อ้าว... ตื่นแล้วรึคะวารินทร์..."

เสียงคุ้นหูนั้นดังจากด้านหลัง   วารินทร์หันกลับไป...

...ส่วนหนึ่งของผนังห้องค่อยๆ  ปิดเข้าไปจนราบเรียบเหมือนเดิม  ที่นั่น
มีร่างหนึ่งยืนอยู่   ผมยาวสลวยส่วนหนึ่งปรกมาทางด้านหน้า  ...นางฟ้า
คนงามของวารินทร์อยู่ในชุดลักษณะเดียวกันกับที่เขาใส่อยู่...

"...มารีน   มารีนนั่นเอง..."   วารินทร์ร้องขึ้นด้วยความดีใจ

"...แหม  ไม่ต้องทำท่าทางดีใจถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ..."  มารีนเดินเข้ามาใกล้
วารินทร์รู้สึกได้ถึงกลิ่นกายของมารีน  ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมที่เขาคุ้นเคย  แต่เป็น
กลิ่นที่แปลกออกไป   กลิ่นนั้นสร้างความรู้สึกแปลกประหลาดในห้วงลึกแห่ง
ความรู้สึกของเขา    และความรู้สึกนั้นกำลังสะสมมากขึ้นเรื่อยๆ ในตัวเขา...

"...คือ... เอ้อ... คือ..." วารินทร์ตะกุกตะกัก  ...เขาจะพูดเรื่องยานอวกาศ
หรือเรื่องมาเรียกับแคธีดี   ความสับสนอยู่เต็มภายในหัวสมอง...

"...คุณมีอาการบาดเจ็บจากการร่อนลงจอดน่ะค่ะ..."  ประโยคนั้นของมารีน
ช่วยวารินทร์ให้จับประเด็นจนได้

"...หมอบอกว่าศีรษะของคุณถูกกระทบด้วยของแข็ง    หมวกของคุณกับ
ของมารีนหลุดออกไปขณะลงจอดฉุกเฉิน   คุณโชคร้ายที่โดนหมวกกระเด็นมา
ถูกคุณ  และทำให้หมดสติไป...

"...แล้ว  แล้วตอนนั้นมารีนไม่รู้สึกตัวเลยรึ..." ความสงสัยในเหตุการณ์
ขณะนั้นเข้ามาเต็มความคิดของวารินทร์

"...มารีนไม่รู้เรื่องอะไรที่เกิดขึ้นตอนนั้นเลยค่ะ   จากลูกเรือคนอื่นๆ  ก็รายงาน
ในลักษณะเดียวกัน   หลังจากที่คาดว่าเราหลุดออกจากกลุ่มอุกกาบาตนั้นได้แล้ว
ทุกคนก็มารู้สึกตัวอีกที
ในห้องที่มีลักษณะเช่นเดียวกับที่วารินทร์อยู่นี่แหละค่ะ..."

วารินทร์เดินกลับมานั่งที่เตียง   มารีนเดินตามมาและนั่งลงใกล้ๆ   ลมเบาๆ
ที่พัดผ่านมา    เสียงสัตว์ป่ารอบข้าง   ผสมกับเสียงน้ำตก    รวมทั้งภาพ
รอบข้าง   ทำให้วารินทร์รู้สึกสบายใจเหมือนกับอยู่ในโลกมนุษย์   ...เพียงแต่
ความรู้สึกส่วนลึกบอกว่า  มันไม่ใช่เช่นนั้น...

"...ตอนนั้น  มารีนรู้สึกฝันไปค่ะ..." คำเอ่ยนั้น  ดึงความสนใจของวารินทร์
กลับมาอย่างเต็มที่

"...เป็นความฝันที่คล้ายกับสภาวะที่เกิดขึ้นในขณะที่เราเข้าสู่ระบบย่นระยะทาง
วารินทร์คงจำได้ถึงความรู้สึกตอนนั้น    สภาพของการเคลื่อนที่เข้าสู่ความเร็ว
เหนือความเร็วแสง  ทำให้ความยาวของเทหวัตถุใดๆ  เข้าสู่ค่าศูนย์และเป็นลบ
เมื่อยานเข้าสู่ความเร็วเหนือความเร็วแสง  ในขณะเดียวกันกับที่ความหนาแน่น
ของมวลเข้าสู่ความเป็นอนันต์  และเข้าสู่ปริมาณจินตภาพในที่สุด..." มารีน
อดไม่ได้ที่จะอธิบายในสิ่งต่างๆ เหล่านั้น

"...ในสภาพเช่นนั้น   เราจึงไม่สามารถรู้สึกได้ถึงความมีตัวตน   มีเพียงแต่
ความคิดที่ยังคงบอกได้ถึงความมีตัวตนของเรา    ความคิดทุกอย่างกลาย
เป็นพลังงานที่ถูกแปรเปลี่ยน  และสามารถถ่ายทอดถึงกันได้..."

วารินทร์ขยับปากจะเอ่ยถามถึงความฝันของมารีน   แต่แล้วมารีนขยับตัวยืนขึ้น
มองไปทางภาพน้ำตก  เดินเข้าไปหา   แล้วหันกลับมาหาวารินทร์   ...ปล่อยให้
ความรู้สึกหนึ่ง   ยังคงคุกรุ่นอยู่ภายในความรู้สึกของเขา...
 
มารีนกล่าวต่อไป...

"..หลังจากนั้น  ในขณะที่เราอยู่ในกลุ่มอุกกาบาศ  เราก็พบกับประสบการณ์
ในแบบที่คล้ายคลึงกับการร่นระยะทางอีกครั้ง..."  มารีนกำลังโยงเข้าถึง
แนวความคิดอันหนึ่ง

"...มีทางเป็นไปได้   ที่หลุมหนอนอาจจะเกิดขึ้นเองในที่ใดที่หนึ่งของจักรวาล
และมารีนกำลังสงสัยว่า   เราอาจจะหลุดเข้าไปยังหลุมหนอนอีกอันหนึ่ง   ที่ยาน
เราไม่ได้ทำขึ้น..."

"...สิ่งที่มารีนกำลังสงสัยอยู่ก็คือ    ลักษณะของความคิดขณะที่มารีนอยู่ใน
หลุมหนอนนั้น    มันแตกต่างออกไปจากประสบการณ์ที่มารีนรู้จัก..."

วารินทร์อดไม่ได้ที่จะถามขึ้น
"...แล้วมารีนพบอะไรครับ..."

มารีนเดินกลับมานั่งลงบนเตียงอีกด้านหนึ่ง  เอียงตัวเข้ามาหาวารินทร์
"...มารีนพบว่า    มารีนกำลังอยู่ในบ้านหลังหนึ่ง    แล้วมารีนก็มีลูกกับวารินทร์
แล้วสองคน   ชื่อมาเรียนและแคธี..."

สองชื่อนั้นกระทบความรู้สึกวารินทร์เข้าอย่างจัง

"...มารีนคงดีใจไม่น้อยเลยทีเดียว   ที่มารีนจะแต่งงานกับวารินทร์   และเราสอง
คนมีลูกสาวน่ารักกันถึงสองคน..."

"...น่าแปลกนะ..." วารินทร์พูดขึ้นในที่สุด

"...ผมก็ฝันถึงคุณ  และมาเรียนกับแคธีเหมือนกัน..."

"...บางทีในอนาคตอันใกล้นี้เราคงจะมีลูกด้วยกันนะคะ..."

วารินทร์โน้มตัวเข้าไปหามารีน

"...จะให้ผมภาวนาให้เป็นจริงด้วยรึเปล่าล่ะ..."    วารินทร์กระซิบเบาๆ
"...ผมขอถามอะไรหน่อยสิ    ตอนที่เราเข้าสู่การร่นระยะทาง   ผมคิดถึง
มารีนใจจะขาด  แล้วมารีนคิดถึงผมบ้างรึเปล่า..."

"...มารีนเองก็กำลังนึกถึงวารินทร์เช่นกันค่ะ..."  มารีนตอบ
"...และความคิดถึงของเราทั้งสอง   ได้กลายเป็นคลื่นที่ถูกจูนเข้าหากัน
มารีนจึงเข้ามาสู่ในห้วงความคิดของวารินทร์   และในความคิดอันนั้น
เราสองคนวิ่งกันไปในทุ่งหญ้า..."

มารีนหยุดไปเล็กน้อย   เอนหน้าเข้ามาใกล้จนจมูกของทั้งสองแทบจะชิดติดกัน

"...แล้วมารีนก็ได้รู้ถึงความคิดของวารินทร์ที่มีต่อมารีน  ...ขอบคุณค่ะ
สำหรับความรู้สึกดีๆ อันนั้น..."

ริมฝีปากงามนั้น   บรรจบจูบลงที่แก้มของวารินทร์อย่างทะนุถนอม

"...นี่  วารินทร์คะ..." มารีนกระซิบอยู่ที่ข้างหูของเขา
"...วารินทร์จะแต่งงานกับมารีนมั้ยคะ...   นี่มารีนอุตส่าห์เสียหน้าขอวารินทร์
แต่งงานแล้วนะคะ..."   สายตาคู่นั้นจดจ้องอยู่ที่ใบหน้าของวารินทร์

วารินทร์ดึงร่างนั้นเข้ามากอด

"...ผมกำลังจะบอกอะไรคุณอย่างหนึ่งล่ะ..."   กลิ่นหอมแปลกนั้น   หวนกลับ
มาเด่นชัดขึ้นอีกครั้งหนึ่งจนวารินทร์ไม่อาจจะต้านทานต่อไปได้อีก

"...ผมรักคุณ  ผมขอแต่งงานกับคุณครับ..."
"...มารีนก็รักคุณค่ะ..."

...ท่ามกลางบรรยากาศแห่งป่าเขาและน้ำตก     บนโขดหินกว้างต่อหน้าลำธารน้ำ
ที่ประกอบขึ้นจากภาพรอบด้านของห้อง    ชีวิตคู่หนึ่งได้เริ่มต้นแห่งความสัมพันธ์
แรกของครอบครัว   ณ ดินแดนที่ไกลโพ้นจากจุดเริ่มต้นแห่งมวลมนุษย์ชาติ
แต่สำหรับความรู้สึกของทั้งสองแล้ว    กลับรู้สึกถึงการกลับไปสู่จุดดั้งเดิมของ
มนุษย์ชาติ   โดยมีบรรยากาศป่าเขารอบด้านเป็นพยานถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง
ที่รวมกันเป็นหนึ่งเดียว...

...ในเสี้ยวแห่งความคิดคำนึงของวารินทร์   ความคิดกบฏอันหนึ่งแทรกตัวผุดขึ้นมา...

...เป็นความคิดถึงใบหน้าของแม่วัว  และหัวของลูกวัวในน้ำซุบเลือดนั้น...

====================================================

วารินทร์รู้สึกตัวลุกขึ้น    สภาพห้องรอบข้างเปลี่ยนไปแล้ว

เขากำลังนอนอยู่บนพื้นที่มีความรู้สึกนุ่มนวลเหมือนวันก่อน   เพียงแต่สิ่งที่เขา
นอนอยู่ในขณะนี้   มีลายเป็นใบหญ้าสีเขียวขจี  ราบเรียบเป็นระดับเดียวและ
มีสีเดียวกันทั้งห้อง

ฉากรอบด้านเปลี่ยนไปเป็นภาพทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่  มีเนินลดหลั่นกันไปสุด
ลูกหูลูกตา   ต้นไม้ใหญ่น้อยขึ้นเป็นแนวห่างออกไป    คล้ายกับภาพที่เขาเห็น
ในความฝัน

เขาชันตัวลุกขึ้นนั่ง   ตรงหน้าของเขาเป็นภาพของบ้านสองชั้น   สีขาวของ
ผนังฉาบปูนสว่างไสวราวกับต้องแสงอาทิตย์ยามเช้า

ประตูบ้านเปิดออก   นางฟ้าคนงามเดินออกมาจากประตูนั้น

"...มารีน...   ...ผมกำลังฝันไปรึเปล่า..."  วารินทร์ผลุดลุกขึ้น   มองมารีนสลับ
กับทิวทัศน์รอบๆ

"...มารีนคิดว่าวารินทร์คงชอบทิวทัศน์นี้     วารินทร์คงจำได้นะคะว่าเหมือนกับ
ที่ไหน..."

เขากำลังรู้สึกเหมือนกับความฝันนั้น    กำลังกลับมาเป็นความจริงอยู่ต่อหน้า

"...เหมือนความฝันที่ผมอยู่กับคุณ    ทุ่งตรงนั้นที่เราวิ่งเล่นกัน
และบ้านหลังนี้
บ้านในความฝันของผม    ...ผมกำลังกลัวใจว่าเดี๋ยวมาเรียนกับแคธีจะออกมา
เดี๋ยวนี้น่ะครับ..."

"...ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกค่ะ..." มารีนยิ้ม
"...มารีนขอให้เจ้าของสถานที่   จัดสภาพแวดล้อมของห้องให้วารินทร์   เผื่อ
วารินทร์จะได้สบายใจมากขึ้น..."

วารินทร์เดินตรงเข้าไปหามารีน   สังเกตว่า  ภายในประตูนั้น  เป็นห้องอีกห้อง
หนึ่ง    ซึ่งมีจอภาพในลักษณะเดียวกัน  แต่กำลังแสดงภาพเป็นแนวต้นสน
วารินทร์เห็นเพียงแต่โคนต้นสน  และสามารถเห็นบางส่วนของทุ่งหญ้าหลัง
ต้นสนเหล่านั้น

คำบางคำที่มารีนพูด   สะกิดใจวารินทร์จนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้น

"...เจ้าของสถานที่...  ...ใครกันครับ..."
"...มารีนจะพาไปพบเดี๋ยวนี้ล่ะค่ะ..."

"...เดี๋ยว... เอ่อ..."  วารินทร์รู้สึกถึงแรงหนึ่งของธรรมชาติกำลังเรียกร้อง
"...คือว่า... มารีนคงจะบอกผมได้แน่เลยว่า   ห้องน้ำอยู่ทางไหนน่ะครับ..."

"...อ๋อ..." มารีนเดินไปตรงมุมห้อง   ชี้ให้เห็นถึงปุ่มเล็กๆ สองปุ่ม  วารินทร์
มองตามไป  เพิ่งสังเกตว่ามีปุ่มเล็กๆ อยู่ตรงนั้น

"...ปุ่มสีเหลือง   เป็นปุ่มสำหรับเปิดระบบห้องน้ำ..."  มารีนกดปุ่ม    ผนัง
ด้านข้างเปิดออก  เผยให้เห็นห้องอีกห้องหนึ่ง    ซึ่งมีเครื่องสุขภันฑ์ไม่แตก
ต่างจากบนโลก...

"...เจ้าของสถานที่เตรียมห้องน้ำในรูปแบบที่พวกเราคุ้นเคยไว้ให้น่ะค่ะ   มารีน
จะรออยู่ข้างนอกนะคะ..."

วารินทร์เดินเข้าไปในห้องน้ำ   ประตูนั้นปิดสนิทลงอีกครั้ง    เขามองไปรอบๆ
ทุกอย่างไม่แตกต่างไปจากห้องน้ำที่เขาใช้อยู่บนโลก   เขาใช้ชักโครก   หลัง
จากนั้น  เปิดน้ำในอ่างล้างหน้า   แต่แล้วก็ไม่เห็นว่ามีสบู่     เขาจึงใช้น้ำเปล่า
จากก๊อกล้างหน้า

วารินทร์รู้สึกได้ถึงฟองที่เกิดขึ้นเมื่อน้ำถูกหน้า   เขาลูบไปมา   ฟองนั้นมีกลิ่น
หอมเล็กน้อย   ...แล้วนี่เขาจะเอาน้ำจริงๆ ที่ไม่มีฟองจากไหน...  คิดไปแล้ว
ก็ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร  ได้แต่วักน้ำที่ไหลออกมานั้น   ทำความสะอาดหน้า
...เขาลองลูบหน้าดูอีกครั้ง   พบว่าน้ำนั้นไม่มีฟอง    เขาจึงล้างจนสะอาด...

วารินทร์มองไปยังด้านข้าง   เขาไม่เห็นผ้าเช็ดตัว  มีแต่เพียงใบไม้ขนาดใหญ่
ที่แขวนอยู่บนกิ่งไม้   เขาหยิบมันออกมา   ใบไม้มีลักษณะนุ่ม   เขาจึงใช้ใบไม้
นั้นเช็ดหน้าจนแห้งสนิท    เขาพินิจพิเคราะห์ดูอย่างละเอียด    ใบไม้นั้นมีลักษณะ
เป็นเส้นใยหนานุ่ม    เส้นใยที่แปลกออกไปจากที่เขารู้จัก     เขาดูอยู่ครู่หนึ่ง
แล้วก็แขวนมันกลับไปที่กิ่งไม้

วารินทร์ไม่รู้ว่าจะทำอย่างไรกับชุดแต่งตัว   แต่เขาก็ไม่รู้สึกว่าเหนียวตัวแต่
อย่างใด   ...บางทีชุดนี้อาจมีลักษณะทำความสะอาดอยู่ในตัวแล้วก็เป็นได้...

วารินทร์ผลักประตูห้องน้ำ   พบมารีนยืนยิ้มอยู่ที่นั่น

"...ก่อนเราสองคนจะไปหาเจ้าของสถานที่   มารีนอยากให้วารินทร์รู้จักกับ
สิ่งที่อยู่ในห้องวารินทร์อีกอย่างค่ะ"

มารีนกดปุ่มเล็กๆ อีกปุ่มที่อยู่ติดกันกับปุ่มเปิดห้องน้ำ
"...ปุ่มสีเขียว   เป็นปุ่มสำหรับเปิดระบบอาหารและน้ำ..."

พื้นใกล้ๆ กันนั้นค่อยๆ ยกขึ้นเป็นแท่น   จอภาพและปุ่มอีกจำนวนหนึ่งยื่น
ออกมาจากทางด้านข้างของแท่น..."

"...วารินทร์เลือกรายการอาหารที่นี่ได้เลยค่ะ   เจ้าของสถานที่ได้จัดอาหารเอา
ไว้ให้แล้ว    อาหารเหมือนกับที่พวกเราทานกันน่ะค่ะ..."

มารีนกดปุ่มนั้นอีกครั้ง   จอภาพและปุ่มที่อยู่ด้านข้างของแท่นหดหายเข้าไป
ในแท่น  ตัวแท่นเองก็ลดระดับลงซ่อนอยู่ในพื้นห้องอย่างมิดชิด

วารินทร์และมารีนเดินออกจากห้อง    ไฟและภาพที่อยู่รอบห้องนั้นปิดลง
อัตโนมัติ   ทั้งสองเดินไปตามทางเดินยาวที่มีภาพสองข้างเป็นทิวสน
 ด้านหลังของทิวสนทั้งสองข้าง  เป็นแนวทุ่งหญ้า  ที่ดูไกลออกไป
ในขณะที่ทิวสนนั้นดูเด่นออกมาราวกับเป็นภาพสามมิติ

"...อืออม  สภาพของห้องน้ำ  และรายการอาหารที่มารีนแสดงให้ผมดู
ทำให้ผมสงสัยมากขึ้นไปอีกนะครับมารีน..."   วารินทร์พูดขึ้นขณะที่
เดินไปด้วยกัน

"...แล้ววารินทร์อาจจะเข้าใจ  หรือไม่ก็สงสัยมากขึ้นไปอีก  เมื่อได้พบ
กับเจ้าของสถานที่เองล่ะค่ะ..."  มารีนหันมาตอบ   ทั้งสองกำลังหยุดยืน
อยู่ตรงหน้าภาพที่เป็นบ้านหลังหนึ่ง   ประตูของบ้านตั้งเด่นอยู่ตรงกลาง
ของสุดทางเดิน

"...ทุกคนรอจนกว่าวารินทร์จะหายดี    และการพบปะกับผู้ดูแลสถานที่
คงจะช่วยให้ทั้งวารินทร์  และมารีน  คงจะเข้าใจอะไรที่เกิดขึ้นที่นี่ และ
บนดาวดวงนี้  ได้ดีขึ้นแน่ๆ เลยค่ะ..."

มารีนเปิดประตูออก    และเดินเข้าไป

วารินทร์ยืนมองจากประตู   ด้านในเป็นโต๊ะลายไม้ขนาดใหญ่   ลูกเรือ
ทุกคนในยานนั่งอยู่รายรอบ   มารีนเดินไปนั่งในที่นั่งหนึ่งซึ่งยังว่าง
อยู่   ปล่อยให้ที่นั่งหัวโต๊ะว่างไว้สำหรับวารินทร์    หัวโต๊ะอีกด้านหนึ่งนั้น
มีผู้นั่งอยู่แล้ว

...และผู้ที่กำลังนั่งอยู่นั้น   จะเป็นใครเสียมิได้นอกจาก...

...ผู้ดูแลสถานที่...

...วารินทร์กระพริบตา   จ้องมองอีกครั้ง   ขาที่กำลังก้าวเข้าไปในห้อง
หยุดลง   ร่างของเขานิ่งอยู่กับที่    เมื่อเขาตระหนักในสิ่งหนึ่ง...

...ดูเหมือนว่า   ร่างของผู้ดูแลสถานที่  และร่างของวารินทร์เอง  ไม่มีความ
แตกต่างกันเลยแม้แต่น้อย   สายตาที่กำลังมองมายังวารินทร์    ราวกับ
สายตาที่เขากำลังเพ่งมองตนเองในกระจก   ...ความรู้สึกเย็นยะเยือก  แผ่
ซ่านขึ้นทั่วร่างของวารินทร์...

(จบบทที่สี่)

  
 คลิกที่นี่ เพื่ออ่านบทต่อไป

กลับไปสู่เมนูหลัก
  1